วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เตรียมพักราชการ พล.ท.มนัส ถูกออกหมายจับ! (ชมคลิป)

คดีค้ามนุษย์-โรฮีนจา ผบ.ทบ.ให้โอกาสต่อสู้ ถ้าผิดอาญาปลดออก!

ตำรวจขออนุมัติศาลออกหมายจับนายทหารระดับนายพล อดีต ผบ.มทบ.42 ปัจจุบันเป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก ยศพลโท โยงคดีค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจา โดนข้อหาหนักทั้งค้ามนุษย์ กักขังหน่วงเหนี่ยว เรียกค่าไถ่ ผบ.ตร.เตรียมเปิดโต๊ะแถลงเอง ในขณะที่รอง ผบ.ตร.บินลงใต้เรียกประชุมพนักงานสอบสวนร่วมกับอัยการ เตรียมขอตัว “โกมิก” เครือข่ายค้ามนุษย์ใน จ.ระนอง ที่ถูกจับกุมในพม่ากลับมาดำเนินคดีในไทยตำรวจยังคงเดินหน้าขุดรากถอนโคนขบวนการค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจา ล่าสุดตำรวจขออนุมัติศาลออกหมายจับเพิ่มอีกคนเป็นนายทหารระดับนายพล โดยเมื่อวันที่ 1 มิ.ย.ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าการออกหมายจับกุม พล.ต.ต.มนัส คงแป้น (ยศขณะนั้น) อดีตผู้บังคับการจังหวัดทหารบกชุมพร และอดีตผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พัวพันคดีโรฮีนจา พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า รายละเอียดคดีโรฮีนจามีความคืบหน้าไปมาก มีการขออนุมัติหมายจับและจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดี โดย พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.จะเป็นผู้แถลงข่าวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในเวลา 10.00 น. วันที่ 2 มิ.ย. รวมทั้งการขออนุมัติหมายจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

สำหรับหมายจับนายทหารชั้นผู้ใหญ่เกี่ยวพันคดีโรฮีนจารายนี้ พนักงานสอบสวนของคดีส่งเรื่องขออำนาจศาลจังหวัดนาทวีที่ 258/2558 ออกหมายจับลงวันที่ 31 พ.ค.2558 อนุมัติหมายจับ พล.ต.มนัส คงแป้น อายุ 58 ปี อยู่เลขที่ 89 หมู่ 3 ต.กรูด อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี ข้อหาสมคบและร่วมกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปกระทำการอันเป็นการค้ามนุษย์โดยกระทำการอันเป็นการค้ามนุษย์โดยกระทำต่อบุคคลอายุไม่เกินสิบห้าปี ร่วมกันช่วยเหลือด้วยประการใดๆแก่บุคคลต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นทำให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกายและร่วมกันเรียกค่าไถ่ เหตุเกิดที่ประเทศบังกลาเทศ ประเทศเมียนมา ประเทศไทยในจังหวัดระนอง พังงา สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา สตูล และแคมป์ที่พักชั่วคราวป่าเทือกเขาแก้ว หมู่ 8 ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา และประเทศมาเลเซีย ประมาณเดือนพฤศจิกายน 2555 ถึง วันที่ 1 พฤษภาคม 2558 สำหรับ พล.ต.มนัสเคยเป็นผู้บังคับการจังหวัดทหารบกชุมพร และผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ต่อมาเมื่อวันที่ 1 เม.ย.2558 ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตราพลโท)

ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 9 ส่วนหน้า สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าคดีค้ามนุษย์ โดยประชุมร่วมกับฝ่ายพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการในเขตรับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 8 จ.ระนอง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช และตำรวจภูธรภาค 9 จ.สตูล และสงขลา โดยเฉพาะการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อให้สำนวนรัดกุมมากที่สุด เนื่องจากขณะนี้ใกล้จะสรุปสำนวนการสอบสวนเพื่อเสนออัยการสูงสุดพิจารณา สำหรับยอดผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับขณะนี้มีทั้งหมดรวม 84 คน ควบคุมตัวได้แล้ว 51 คน เหลืออีก 33 คนที่ยังหลบหนี พล.ต.อ.เอก เผยว่าขณะนี้คดีมีความคืบหน้าไปมาก ได้พยานหลักฐานต่างๆเพียงพอที่จะเอาผิดกับเครือข่ายค้ามนุษย์ที่ถูกจับกุมตัวได้แล้ว ส่วนนายณัฐภัทร แสงทอง หรือ “โกมิก” หนึ่งในผู้ต้องหาเครือข่ายค้ามนุษย์ใน จ.ระนอง ที่ถูกจับกุมในประเทศพม่า ตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการประสานขอนำตัวกลับมาดำเนินคดี

สำนักข่าวเอพีและรอยเตอร์รายงานว่า เจ้าหน้าที่กองทัพเรือแห่งเมียนมากีดกันนักข่าวและช่างภาพไม่ให้ตามไปบันทึกภาพหรือสัมภาษณ์ผู้อพยพชาวโรฮีนจาและชาวบังกลาเทศราว 727 ราย บนเรือสัญชาติไทยซึ่งถูกพบในทะเลใกล้กับเกาะทามีลาของบังกลาเทศเมื่อวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยผู้สื่อข่าวของรอยเตอร์ระบุว่าเจ้าหน้าที่กองทัพเรือได้จ่อปืนไรเฟิลมายังกลุ่มสื่อมวลชนซึ่งอยู่บนเรืออีกลำหนึ่งซึ่งพยายามติดตามไปทำข่าวเรือผู้อพยพ แต่เจ้าหน้าที่กองทัพเรือเมียนมาบังคับให้สื่อทั้งหมดลบภาพและวีดิโอบันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดก่อนจะอนุญาตให้แล่นเรือกลับฝั่งได้ ขณะที่สื่อมวลชนบางรายถูกบังคับให้มอบการ์ดหน่วยความจำของกล้องถ่ายภาพ ส่วนบางรายถูกบังคับให้ลงนามในเอกสารเพื่อยืนยันว่าจะไม่ติดตามไปรายงานข่าวผู้อพยพอีก ทำให้ผู้สื่อข่าวมิอาจระบุได้ว่าผู้อพยพทั้งหมดจะเผชิญชะตากรรมอย่างไร เพราะโฆษกกองทัพเรือเมียนมาระบุว่าอาจจะไม่นำตัวผู้อพยพขึ้นฝั่ง แต่จะช่วยเหลือด้วยการซ่อมเครื่องสูบน้ำบนเรือผู้อพยพ รวมถึงให้อาหารและน้ำ โดยทางการเมียนมายืนยันว่าผู้อพยพเกือบทั้งหมดเป็นชาวเบงกาลี

พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และ ผบ.ทบ.กล่าวว่า ได้มีการติดตามข้อมูลมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ไม่ได้เปิดเผย โดยทางกองทัพบกได้ประสานความร่วมมือกับทางตำรวจ ซึ่งตนได้ให้นโยบายไว้แล้วว่า หากมีกำลังพลผู้ใดมีส่วนเกี่ยวข้องเรื่องผิดกฎหมาย จะดำเนินการโดยเด็ดขาด ใครผิดจะไม่ให้การสนับสนุนหรือช่วยเหลือใดๆ ดังนั้น เมื่อตำรวจมีข้อมูลความเชื่อมโยง ก็ต้องเป็นไปตามกฎหมายและดำเนินการโดยเด็ดขาด สำหรับเรื่องของการออกหมายจับคงจะต้องดำเนินการตามระเบียบของกระทรวงกลาโหม เพราะมีขั้นตอนอยู่ว่า หากถึงขั้นออกหมายจับเราก็จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนด้วยการพักราชการ นอกจากนี้ถ้ามีผลกระทบต่อเรื่องการทำคดีความต่างๆก็จะสั่งการไม่ให้เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเข้าไปในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง

พล.อ.อุดมเดชกล่าวอีกว่า กองทัพบกคงจะตั้งคณะกรรมการจากกองทัพภาคที่ 4 เพื่อสอบสวนทางด้านวินัย ส่วนการดำเนินคดีอาญาก็ต้องทำควบคู่กันไป เพราะทางกองทัพบกก็ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยว่า พล.ท.มนัส มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไรหรือมีใครเข้าไปเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการมาถึงขนาดนี้คงมีข้อมูลมากสมควรซึ่งเรายังให้โอกาส พล.ท.มนัส เพื่อต่อสู้ตามสิทธิ หากผลการสอบสวนยืนยันว่า พล.ท.มนัสเข้าไปเกี่ยวข้องจริง และเป็นคดีอาญาก็คงต้องปลดออกจากราชการ

ตำรวจขออนุมัติศาลออกหมายจับนายทหารระดับนายพล อดีต ผบ.มทบ.42 ปัจจุบันเป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก ยศพลโท โยงคดีค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจา โดนข้อหาหนักทั้งค้ามนุษย์ กักขังหน่วงเหนี่ยว เรียกค่าไถ่ ผบ.ตร.เตรียมเปิดโต๊ะแถลงเอง 2 มิ.ย. 2558 07:41 2 มิ.ย. 2558 11:01 ไทยรัฐ