วันอังคารที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แก๊งแชร์ยูฟัน ถูกจับอีก2คน

แก๊งแชร์ยูฟัน ถูกจับอีก2คน

  • Share:

หมุนเงิน160ล. วันนี้วันสุดท้าย ที่รับแจ้งความ

รวบผู้ต้องหาเครือข่ายแชร์ลูกโซ่ บ.ยูฟัน สโตร์ จก. เพิ่มอีก 2 ราย พบ 1 ใน 2 อ้างใช้ชื่อเปิดบัญชีให้แม่เลี้ยงคอยรับโอนเงินที่อรัญประเทศ ก่อนขนเงินไปฟอกที่บ่อนเขมร เพื่อส่งไปประเทศที่สาม พบเงินหมุนเวียนกว่า 160 ล้านบาท ขณะที่ทนายความของผู้ต้องหาที่เป็นหลานชาย พล.ต.ต. นอกราชการและเจ้าของทรัพย์สินรายอื่นๆทยอยหอบหลักฐานชี้แจงที่มาของทรัพย์สินกับชุดทำงาน ด้านผู้ช่วย ผบ.ตร.ยืนยันเดดไลน์ปิดรับแจ้งความ 2 มิ.ย.นี้

ตำรวจยังคงเดินหน้าติดตามจับกุมผู้ต้องหาและอายัดทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายแชร์ลูกโซ่บ.ยูฟัน สโตร์ จก. ที่ศูนย์ปฏิบัติการสืบสวนและช่วยเหลือเหยื่อในคดีฉ้อโกงประชาชน (ยูฟัน) บก.ปคบ. ถนนแจ้งวัฒนะ เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 1 มิ.ย. พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วย ผบ.ตร. พ.ต.อ.อังกูร คล้ายคลึง รอง ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.นราเดช กลมทุกสิ่ง รอง ผบก.ภ.จ.ฉะเชิงเทรา พ.ต.ท.พิทยา โสดาจันทร์ สว.กก.สส.ภ.จ.ฉะเชิงเทรา พ.ต.ท.วรานนท์ บุราณรมย์ สว.สส.สภ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา และชุดคลี่คลายคดี แถลงข่าวจับ น.ส. ธาราทิพย์ โตสันเทียะ อายุ 25 ปี ชาว จ.สระแก้ว ตามหมายจับศาลอาญา เลขที่ 1028/2558 ลงวันที่ 22 พ.ค.58 และนายณัฐพงษ์ โกศการิกา อายุ 46 ปี ชาว จ.จันทบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ จ.115/2558 ลงวันที่ 29 พ.ค.58 ทั้งคู่เป็นผู้ต้องหาถูกออกหมายจับรายที่ 33-34 ในข้อหาร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน

พล.ต.ท.สุวิระเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเส้นทางการโอนเงินเข้า บ.ยูฟันฯ พบมีบัญชีของ น.ส.ธาราทิพย์ โอนเงินเข้า บ.ยูฟันฯ 24 รายการเป็นเงิน 6.4 ล้านบาท เมื่อตรวจสอบบัญชีของ น.ส.ธาราทิพย์พบว่า มีบุคคลอื่นโอนเงินเข้ามาให้ 702 รายการ เป็นเงิน 82.5 ล้านบาท และโอนออกไปยังบุคคลอื่นในเครือข่าย บ.ยูฟันฯ 873 รายการ เป็นเงิน 82 ล้านบาท รวมมีเงินหมุนเวียนกว่า 160 ล้านบาท ผู้ต้องหาให้การวกวน อ้างว่าเปิดบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาอรัญประเทศ ให้นางแววตา แซ่โล้ว อายุ 46 ปี แม่เลี้ยง ส่วนรายละเอียดในบัญชีไม่ทราบ ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ เพราะขัดแย้งกับพยานหลักฐานที่ตำรวจมีหลายอย่าง อาทิ บัญชีเป็นของ น.ส.ธาราทิพย์ กลับมีการโอนเงินเข้าและถอนเป็นเงินสดครั้งละหลายล้านบาท แต่เจ้าตัวไม่ทราบราย– ละเอียด เร่งประสานไปยังธนาคารเพื่อตรวจสอบรายละเอียดในการทำธุรกรรมทางการเงิน คาดว่าอาจจะมีเจ้าหน้าที่ธนาคารรู้เห็นกับการกระทำดังกล่าว

“ผู้ต้องหารายนี้อาจรับจ้างเปิดบัญชีที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นพื้นที่ติดชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อรับโอนเงินจากลูกข่าย บ.ยูฟันฯ ก่อนนำเงินออกนอกประเทศไปฟอกเงินที่บ่อนกาสิโน ประเทศกัมพูชา โดยจะแลกเป็นเงินยูเอสดอลลาร์ เพื่อขนไปประเทศที่ 3 อยู่ระหว่างตรวจสอบอย่างใกล้ชิด เบื้องต้นแจ้งข้อหาฟอกเงินเพิ่มเติม หากตรวจสอบพบว่า การแจ้งสมุดธนาคารหายไม่เป็นความจริงอาจถูกตั้งข้อหาแจ้งความเท็จเพิ่มอีกกระทง” พล.ต.ท.สุวิระกล่าว

พล.ต.ท.สุวิระกล่าวต่ออีกว่า ด้านการติดตามจับกุมนายณัฐพงษ์ ตำรวจพบมีการโพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กชักชวนประชาชนเข้าร่วมเป็นสมาชิกเครือข่ายจึงออกหมายจับ ตรวจสอบพบมีสมาชิก 9 ราย และสมาชิกไม่ได้มีการขยายเพิ่ม เหลือเงินในบัญชีมีตกค้าง 10,000 บาท พบมีการโอนเงินต่อให้นายเบิร์ด (ไม่ทราบนามสกุล) อยู่ระหว่างติดตามตัวมาสอบปากคำ แจ้งข้อหาร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน เพราะครบองค์ประกอบความผิด แม้ผู้ต้องหาจะอ้างว่าชักชวนสมาชิกเพียง 9 คน ทั้งนี้ ในวันที่ 2 มิ.ย.จะปิดรับแจ้งความ หากเกินกำหนดผู้เสียหายต้องแจ้งความดำเนินคดีทางแพ่งกันเอง และเมื่อตำรวจเสนอให้อัยการสูงสุดพิจารณาเป็นคดีอาญากรรมข้ามชาติต้องแจ้งดำเนินคดีที่สำนักงานอัยการสูงสุด ขณะนี้มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความ 1,870 ราย มูลค่าความเสียหาย 247 ล้านบาท

ต่อมาเวลา 12.00 น. ทนายความของนายกาวิน วงศ์สงวน ผู้ต้องหาที่เป็นหลานชายของ พล.ต.ต.วันชัย วิสุทธินันท์ อดีตข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่เข้ามาชี้แจงกรณีการขายอาคารในซอยบางนาตราด 25 ที่เป็นสำนักงานใหญ่ของบริษัทยูฟันฯมูลค่า 38 ล้านบาท นายชัยยุทธ แซ่ก่ำ อายุ 42 ปี เจ้าของรถเมอร์เซเดส เบนซ์ ซี 200 ทะเบียน 3 กจ 8436 ชลบุรี ที่ซื้อต่อจาก น.ส.วิไลวรรณ ทรงสวรรณ ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมใน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นายณัฏฐ์ฐิณณ พุทธรรมรงค์ อายุ 42 ปี เจ้าของรถสปอร์ตปอร์เช่ สีเหลือง ทะเบียน กร 8867 ภูเก็ต ที่ซื้อมาจาก

พ.จ.อ.เตชสิทธิ์ ประสมทรัพย์ สังกัดกรมพลาธิการทหารเรือ ผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างหลบหนี นพ.สุจินต์ ชวิตรานุรักษ์ เจ้าของรถเมอร์เซเดส เบนซ์ สีดำ ทะเบียนป้ายแดง ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้และได้รับการประกันตัว ทั้งหมดทยอยนำเอกสารหลักฐานเข้าชี้แจงกับตำรวจชุดคลี่คลายคดีเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจในการซื้อ-ขายทรัพย์สินที่อยู่ในความครอบครองดังกล่าว

นายณัฏฐ์ฐิณณหนึ่งในเจ้าของทรัพย์ที่เข้าชี้แจงกล่าวว่า ประกอบธุรกิจเต็นท์รถ เข้าร่วมธุรกิจยูฟันฯ จากแม่ข่ายที่ จ.ภูเก็ต ลงทุนไป 2 ล้านบาท รู้จักสนิทสนมกับ พ.จ.อ.เตชสิทธิ์ ส่วนรถปอร์เช่คันดังกล่าวเคยนำมาฝากน้องที่รู้จักขายไว้ 3 เดือน แต่ยังขายไม่ได้ จึงนำมาจอดไว้ที่หน้าบ้านของ พ.จ.อ. เตชสิทธิ์กระทั่งมาถูกตำรวจจับกุมอายัดรถ จึงนำเอกสารมาชี้แจงถึงที่มาของทรัพย์สินเพื่อรับกลับคืน แจ้งความเป็นผู้เสียหายในคดีแล้วที่ สภ.เมืองภูเก็ต

ด้าน พ.ต.อ.อังกูรเผยว่า สอบปากคำบุคคลที่นำเอกสารมาชี้แจงถึงที่มาทรัพย์สิน ก่อนส่งให้ ปปง.พิจารณา ว่าทรัพย์สินเหล่านั้นได้มาอย่างถูกต้องหรือไม่ ตำรวจไม่มีอำนาจในการคืนทรัพย์สินที่ยึดมาได้ เพราะมีหน้าที่เพียงรวบรวมพยานหลักฐานและออกหมายจับผู้กระทำความผิด หากพบมีทรัพย์สินส่อกระทำความผิด ต้องอายัดไว้ตรวจสอบ ในส่วนของนายกาวินที่เป็นบุคคลถูกออกหมายจับและอยู่ระหว่างหลบหนี แม้ทนายจะอ้างว่าขายอาคารก่อนที่ บ.ยูฟันฯ เปิดสำนักงานใหญ่ในประเทศไทย ต้องตรวจสอบให้แน่ชัดเพราะพบหลักฐาน บ.ยูฟันฯโอนเงินให้กับนายกาวิน 38 ล้านบาท ผิดถูกอย่างไรต้องไปพิสูจน์ในชั้นศาล

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้