วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คลังไล่บี้ภาษีสินค้าหรูนำเข้า ดัดหลังพ่อค้าขี้โกงสำแดงราคาซีไอเอฟต่ำ

“สมชาย” ยัน พ.ร.บ.สรรพสามิตใหม่ หลังปรับปรุงโครงสร้างภาษีจากจัดเก็บราคา ณ หน้าโรงงานมาเป็นราคาขายปลีก จะไม่เพิ่มภาระภาษีให้กับผู้ประกอบการและประชาชน ยกเว้นสินค้านำเข้า เช่น รถยนต์และบุหรี่ ที่สำแดงราคาซีไอเอฟต่ำ ต้องเสียภาษีแพงขึ้นอีก 6 พันล้านบาทต่อปี

นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ผ่านความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ประมวลกฎหมายภาษีสรรพสามิตฉบับใหม่แล้ว โดยเป็นการรวมกฎหมายของกรมสรรพสามิตหลายๆ ฉบับไว้เป็นฉบับเดียว เช่น พ.ร.บ.สุรา และ พ.ร.บ.ยาสูบ เป็นต้น และได้เปลี่ยนแปลงวิธีการจัดเก็บภาษีแบบใหม่ จากเดิมคิดราคาหน้าโรงงานมาเป็นคิดราคาขายปลีก ซึ่งจะมีผลทำให้สินค้าและรถยนต์นำเข้ามีภาระภาษีสรรพสามิตสูงขึ้นกว่าปัจจุบัน โดยขั้นตอนจากนี้ พ.ร.บ.ฉบับนี้ จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อออกเป็นกฎหมายให้มีผลบังคับใช้ต่อไป

“โดยหลักการแล้ว การเปลี่ยนแปลงฐานภาษี ที่จากเดิมคิดบนฐานภาษีราคา ณ หน้าโรงงานมาเป็นราคาขายปลีก ที่ผู้บริโภคซื้อในท้องตลาดนั้น ผู้ประกอบการและผู้บริโภคจะไม่มีภาระภาษีเพิ่มขึ้น เนื่องจากกรมสรรพสามิตจะยินยอมปรับอัตราภาษีสรรพสามิตในแต่ละสินค้าลงมา เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการคือ การปรับโครงสร้างภาษีไม่ใช่เป็นการเก็บภาษีในอัตราที่เพิ่มขึ้น ภายหลังจากที่ พ.ร.บ.ใหม่มีผลบังคับใช้แล้ว”

แต่มีข้อยกเว้นคือ สินค้านำเข้าจากต่างประเทศ ที่สำแดงราคาซีไอเอฟต่ำ (ราคาสินค้า ณ ท่าเรือบวกอากรนำเข้า) เช่น กลุ่มรถยนต์ และบุหรี่ อาจจะทำให้ผู้ประกอบการและผู้ซื้อสินค้ามีภาระภาษีมากขึ้น เนื่องจากฐานการคำนวณภาษีใหม่ที่คิดจากราคาขายปลีก ที่มีราคาสูงกว่าราคาสำแดงซีไอเอฟมาก ย่อมทำให้ผู้ประกอบการต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้น เพราะผู้ประกอบการมีกำไรสูงมาก

อย่างไรก็ตาม กรมสรรพสามิต ประเมินว่า การเปลี่ยนฐานภาษีจากราคา ณ หน้าโรงงานมาเป็นราคาขายปลีกนั้น จะทำให้กรมฯ มีรายได้เพิ่มขึ้นราว 6,000 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากภาษีรถยนต์นำเข้า เนื่องจากผู้นำเข้าจะสำแดงราคาซีไอเอฟรถยนต์ต่ำกว่าราคาหน้าโรงงานของรถยนต์ที่ผลิตในประเทศประมาณ 20%

ขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศบางรายอาศัยช่องทางของเขตปลอดอากร (Free zone) เพื่อเสียภาษีสรรพสามิตในอัตราต่ำ โดยนำรถที่ผลิตภายในประเทศเกือบเสร็จ 100% ส่งเข้ามาประกอบ และผลิตเพิ่มเติมในเขตปลอดอากร ซึ่งจะได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าและภาษีสรรพสามิต เพราะเป็นการผลิตเพื่อการส่งออก แต่เมื่อส่งออกแล้ว กลับนำเข้ามาขายในประเทศ โดยแจ้งว่า เป็นรถยนต์นำเข้าจากต่างประเทศและมีราคาซีไอเอฟต่ำกว่าราคาหน้าโรงงานของรถยนต์ที่ผลิตได้ในประเทศ สำหรับรถซุปเปอร์คาร์ที่ไม่มีผลิตในประเทศนั้น การเทียบราคา จะใช้ราคาที่ตัวแทนจำหน่ายรายใหญ่ในประเทศที่นำเข้ามาเป็นฐานในการพิจารณา สำหรับกรณีของบุหรี่นำเข้าที่สำแดงราคาซีไอเอฟต่ำมาก แต่ราคาขายปลีกในท้องตลาดสูง เมื่อร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้แล้ว ภาระภาษีของบุหรี่นำเข้าจะต้องปรับสูงขึ้นเช่นกัน

นายสมชายกล่าวต่อว่า สาระสำคัญอีกประการหนึ่งของร่าง พ.ร.บ.ประมวลภาษีสรรพ-สามิตฉบับใหม่คือ การคิดภาษีทั้งฝั่งของราคาและปริมาณ เพื่อควบคุมสินค้าที่รัฐต้องการควบคุมการบริโภค ได้แก่ สุรา และบุหรี่ จากปัจจุบันที่กฎหมายกำหนดให้ใช้ฝั่งราคาหรือปริมาณ แล้วแต่ว่าเมื่อคิดด้วยวิธีใดแล้วจะทำให้รัฐได้เม็ดภาษีมากกว่ากัน ในกรณีสุรา หากกฎหมายฉบับใหม่มีผลบังคับใช้แล้ว การคิดภาษีจะคิดจากราคาขายปลีก และหากปริมาณแอลกอฮอล์ในสุราชนิดนั้นเกินกว่าเกณฑ์ที่กรมฯกำหนด ก็จะถูกคิดภาษีอีกทอดหนึ่ง

“เมื่อร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของ สนช.น่าจะสามารถผ่านการพิจารณา เนื่องจากตัวร่างกฎหมายนี้ ได้ผ่านการทำประชาพิจารณ์จากผู้ประกอบการมาแล้ว และมีผู้แทนจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเข้าร่วมให้ความคิดเห็น และเมื่อกฎหมายผ่าน สนช. และลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว จะมีผลบังคับใช้ในอีก 180 วันหลังจากนั้น”

แต่ในระหว่าง 180 วันนั้น กรมฯจะพิจารณาอัตราภาษีใหม่กับฐานราคาขายปลีกของแต่ละสินค้า โดยกรมสรรพสามิตจะเชิญผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องมาหารืออย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ประกอบการรับทราบข้อมูล และเตรียมความพร้อมในทุกๆ ด้าน และหากมีผลกระทบ กรมสรรพสามิตก็พร้อมที่จะปรับปรุงให้ดีขึ้น

สำหรับเป้าหมายที่กระทรวงการคลังกำหนดให้กรมสรรพสามิตจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณ 58 อยู่ที่ 421,000 ล้านบาทนั้น ในช่วง 7 เดือนของปีงบประมาณ (ต.ค.57-เม.ย.58) กรมฯจัดเก็บภาษีได้แล้วรวม 263,000 ล้านบาท เกินกว่าเป้าหมาย 14,700 ล้านบาท หรือเกินกว่าเป้าหมาย 5.9% เนื่องจากรัฐบาลได้ปรับขึ้นอัตราภาษีน้ำมันดีเซลมาอยู่ที่ 4.25 บาทต่อลิตร จากเดิมเก็บที่ 0.005 บาทต่อลิตร

สำหรับในปีงบประมาณ 59 ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของ สนช. ล่าสุด กระทรวงการคลังได้กำหนดเป้าหมายให้กรมฯจัดเก็บที่ 496,000 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายประมาณ 18% โดยมีความมั่นใจว่า จะจัดเก็บรายได้ตามเป้าหมายอย่างแน่นอน.

“สมชาย” ยัน พ.ร.บ.สรรพสามิตใหม่ หลังปรับปรุงโครงสร้างภาษีจากจัดเก็บราคา ณ หน้าโรงงานมาเป็นราคาขายปลีก จะไม่เพิ่มภาระภาษีให้กับผู้ประกอบการและประชาชน ยกเว้นสินค้านำเข้า เช่น รถยนต์และบุหรี่ ที่สำแดงราคาซีไอเอฟต่ำ... 2 มิ.ย. 2558 04:42 2 มิ.ย. 2558 13:15 ไทยรัฐ