วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เจ้าพ่อเอฟเอคัพ

โดย หมวดแซม

และแล้ว “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ก็สถาปนาตัวเองขึ้นเป็น “เจ้าพ่อ” แห่งถ้วยเอฟเอ คัพ อังกฤษอย่างเต็มภาคภูมิ ด้วยการสร้างประวัติศาสตร์เป็นทีมแรกที่ครองแชมป์มากที่สุด 12 สมัย แซงหน้า “ปิศาจแดง” แมนฯยู ไปได้ หลังจากที่พลพรรค “เดอะกันเนอร์ส” ร่ายเพลงแข้งเหนือชั้น ถล่มเอาชนะ “สิงห์ผงาด” แอสตัน วิลลา ขาดลอย 4-0 พูนสวัสดิ์ ในเกมนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลเอฟเอ คัพ ครั้งที่ 134 ประจำฤดูกาล 2014-15 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

คำกล่าวที่ว่า “การคว้าแชมป์ว่ายากแล้ว แต่การป้องกันแชมป์นั้นยากยิ่งกว่า” ใช้ไม่ได้กับเหล่าขุนพลนักเตะ “ปืนใหญ่” เพราะพวกเขาคว่ำ แอสตัน วิลลา คู่ชิงปีนี้ ลงได้อย่างง่ายดายเกินคาด ด้วยสกอร์ยับเยิน 4-0 ซึ่งถือเป็นผลการแข่งขันนัดชิงเอฟเอคัพที่ขาดลอยที่สุดในรอบ 21 ปีเลยทีเดียว

ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่า ภารกิจป้องกันแชมป์เอฟเอคัพหนนี้ของอาร์เซนอลจะง่ายดายปานนี้ หากเปรียบเป็นมวยสากลสมัครเล่น ทีมของอาร์แซน เวงเกอร์ ชนะขาดคู่แข่งแบบเอาต์คลาส ด้วยฟอร์มการเล่นที่เหนือชั้นตลอดเกม 90 นาที

หากบอกว่า เกมนี้เป็นเกมที่อาร์เซนอลเล่นได้ดีที่สุดในฤดูกาลนี้ก็คงไม่ผิดแต่อย่างใด นักเตะทีมปืนใหญ่ต่อบอลกันได้อย่างแม่นยำ โจมตีคู่แข่งอย่างรวดเร็ว ที่สำคัญเล่นกันได้อย่างสุดยอดทุกคน

โดยเฉพาะในแนวรุกที่โชว์ฟอร์มโดดเด่นกันทุกคน ไม่ว่าจะเป็น เมซุต โอซิล, ซานติ กาซอร์ลา, อเล็กซิส ซานเชซ และธีโอ วัลคอตต์

อาร์แซน เวงเกอร์ วางหมากให้ลูกทีมเล่นเกมเพรสซิง เข้าแย่งบอลเร็วตั้งแต่ในแดนของวิลลา พอแย่งบอลมาได้ก็จะบุกโจมตีด้วยการต่อบอลอันแม่นยำ โดยใช้ความเร็วของอเล็กซิส ซานเชซ และธีโอ วัลคอตต์ คอยทะลวงแนวรับวิลลา

แต่กว่าที่อาร์เซนอลจะปลดล็อกยิงขึ้นนำ 1-0 ก็ต้องรอจนถึงนาทีที่ 40 จากจังหวะที่ มอนเรอัล ขึ้นบอลมาทางซ้ายก่อนโยนเข้ากลาง และเป็นอเล็กซิส ซานเชซ โหม่งตั้งกลับมาให้วัลคอตต์ ตะบันเสียบเสาแรกเข้าไปไม่เหลือ

นี่เป็นการตอกย้ำให้เห็นว่า อาร์แซน เวงเกอร์ ตัดสินใจถูกต้องที่เลือกส่งวัลคอตต์ลงมายืนเป็นกองหน้าตัวเป้า แทนโอลิวิเยร์ ชิรูด์ ที่ช่วงหลังปืนฝืด และที่จริง วัลคอตต์น่าจะซัดแฮตทริกในเกมนี้ได้ด้วยซ้ำ

ประตูที่สองเป็นผลงานของอเล็กซิส ซานเชซยอดดาวเตะทีมชาติชิลี ที่ยิงไกลเสียบใต้คานเข้าประตูอย่างสุดสวย ถือเป็นอีกหนึ่งประตูคลาสสิกของศึกเอฟเอคัพเลยก็ว่าได้ ส่วนลูกที่ 3 มาจากการโหม่งของแพร์ เมอร์เตซัคเกอร์ ก่อนที่ชิรูด์จะยิงปิดท้ายในช่วงทดเจ็บ

นอกจากจะเป็นแชมป์เอฟเอคัพสมัยที่ 12 ของอาร์เซนอล จากการเข้าชิงทั้งหมด 19 ครั้งแล้ว ยังเป็นแชมป์สมัยที่ 6 ของเวงเกอร์ ซึ่งมากกว่าผู้จัดการทีมคนใดในอังกฤษอีกด้วย

เวงเกอร์คุยโวหลังซิวแชมป์เอฟเอคัพว่า อาร์เซนอลสามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองได้เนื่องจากการจบด้วยอันดับ 3 และคว้าแชมป์เอฟเอคัพในฤดูกาลนี้ ถือเป็นการวางรากฐานที่ดี

เท่านั้นไม่พอ ยังมีข่าวดีสำหรับสาวกเดอะกันเนอร์สอีก เพราะซีซั่นใดที่อาร์เซนอลป้องกันแชมป์เอฟเอคัพได้ ซีซั่นต่อมาทีมปืนใหญ่จะเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก

เหมือนกับคราวที่อาร์เซนอลคว้าแชมป์เอฟเอคัพ 2 สมัยซ้อนในฤดูกาล 2001-02 และ 2002-03 จากนั้นทีมปืนใหญ่ก็มาผงาดซิวแชมป์พรีเมียร์ลีกในซีซั่น 2003-04 ซึ่งเป็นแชมป์แบบไร้พ่ายตลอดทั้งฤดูกาล

หากเป็นไปตามนั้น...ฤดูกาลหน้าแฟนปืนใหญ่เตรียมเฮได้เลย.

หมวดแซม

2 มิ.ย. 2558 04:18 2 มิ.ย. 2558 04:18 ไทยรัฐ