วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

10 กาลามสูตร เตือนใจนักลงทุนวันพระใหญ่

เริ่มต้นเดือนใหม่ด้วยวันแรกของเดือนนี้ที่เป็นวันพระใหญ่ คือ วันวิสาขบูชา แน่นอนว่าเป็นวันหยุดของตลาดทุนทุกประเภท โดยเฉพาะตลาดหุ้นไทย ทำให้ผมนึกถึงหลักคำสอนของพระพุทธศาสนาที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับพฤติกรรมการลงทุนในตลาดหุ้นได้อย่างไม่มีข้อต้องสงสัยใดๆ

ผมกำลังหมายถึงหลักกาลามสูตรในพุทธศาสนา ได้แก่ 1.อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการฟังตามกันมา (มา อนุสฺสเวน) 2.อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการถือสืบๆ กันมา (มา ปรมฺปราย) 3.อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการเล่าลือ (มา อิติกิราย) 4.อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการอ้างตำรา หรือคัมภีร์ (มา ปิฏกสมฺปทาเนน) 5.อย่าปลงใจเชื่อ เพราะตรรก (มา ตกฺกเหตุ) 6.อย่าปลงใจเชื่อ เพราะอนุมาน (มา นยเหตุ) 7.อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการคิดตรองตามแนวเหตุผล (มา อาการปริวิตกฺเกน) 8.อย่าปลงใจเชื่อ เพราะเข้าได้กับทฤษฎีที่พินิจไว้แล้ว (มา ทิฏฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา) 9.อย่าปลงใจเชื่อ เพราะมองเห็นรูปลักษณะน่าจะเป็นไปได้ (มา ภพฺพรูปตาย) สุดท้าย คือ 10.อย่าปลงใจเชื่อ เพราะนับถือว่า ท่านสมณะนี้เป็นครูของเรา (มา สมโณ โน ครูติ) สำหรับผมแล้วเป็นได้ทั้งสัญญาณเตือน และจังหวะเร่งเข้าทำในเวลาเดียวกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับเข้าใจ และมองให้ขาดครับ


หลักกาลามสูตรทั้ง 10 ข้อ ที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ น่าจะเป็นหลักพื้นฐานของนักลงทุนที่ต้องมีสติ (มีหรือไม่มีสตางค์ค่อยว่ากันทีหลัง) ต้องมีรอบคอบตลอดเวลา แต่ไม่ใช่ต้องระวังตัวจนกลัวไปทุกๆ อย่าง หากนำมาปรับใช้กับกลยุทธ์ บวกสติในการลงทุนทุกรูปแบบ จะทำให้หลายคนเข้าใจได้ง่ายขึ้น ดังเช่นต่อไปนี้ 1.อย่าได้ยึดถือตามถ้อยคำที่ได้ยินได้ฟังมา ประเภท "เขาว่า" "ได้ยินมาว่า" ซีอีโอบริษัทนี้ชิงขายหุ้นไปเมื่อวานนี้แล้ว 2.อย่าได้ยึดถือถ้อยคำสืบๆ กันมา ประเภท "ใครๆ ว่า" "โบราณว่า" หรือนักวิเคราะห์ว่ากันตามกระแส 3.อย่าได้ยึดถือโดยความตื่นข่าวว่ากันว่า ประเภทข่าวลือ ข่าวโคมลอย ทั้งหลายในห้องค้าหลักทรัพย์ที่มีแทบทุกวัน 4.อย่าได้ยึดถือโดยอ้างตำรา อย่าไปตามตำรามากนัก ตำราว่าอย่างนั้น ต้องออกมาเป็นอย่างนั้น เท่านั้น เป็นอย่างอื่นไปไม่ได้เด็ดขาด เพราะอย่าลืมว่า ตำราบางเล่ม คนแต่งก็มั่วมาบ้าง เขียนไม่ครบบ้าง ใส่ไข่เอาเองบ้าง คนมีกิเลสไปแก้ไขตำรา คนมีผลประโยขน์ ไม่แก้ไขตำราเท่ากับเราโดนหลอก 5.อย่าได้ยึดถือโดยนึกเดาเอาเอง เช่น เข้าใจเอาเอง หรือข้อมูลไม่พอ ใจร้อนเดาสุ่มเอา มั่วๆ ไปกันเอง

6.อย่าได้ยึดถือโดยการคาดคะเน การคาดการณ์ตามประวัติศาสตร์ ตามสถิติ ความน่าจะเป็น ซึ่งอาจจะผิดก็ได้ 7.อย่าได้ยึดถือตรึงตามอาการ อย่าเห็นว่าอาการแบบนี้ น่าจะเป็นแบบนี้ ให้คิดเผื่อๆ ไว้ด้วย เช่น เห็นคนไข้เป็นแบบที่เคยรักษาคนอื่นๆ มาก่อน อย่าไปตรึกเอาเองว่าเป็นแบบนั้น เห็นเงาก็จ่ายยาได้ เพราะเหนือฟ้ายังมีฟ้า อย่าเข้าข้างตนเอง นั่งสมาธิเห็นโน่น เห็นนี้ อย่านึกว่าเป็นจริง เพราะอาจจะเป็นจิตหลอกจิต นั่นก็ไม่ต่างกับเห็นตลาดหุ้นนิวยอร์ก สหรัฐฯ ติดลบกว่า 200 จุด แล้วจะไปเหมาเอาว่าตลาดหุ้นต้องร่วงตามกันไป 8.อย่าได้ยึดถือโดยชอบใจว่า ใช่เลยกับทิฐิของตัว อย่าเอาความเห็นของตนเป็นใหญ่ อะไรที่ตรงกับที่ตนคิดไว้เท่านั้นที่เชื่อได้ คนคิดแบบนี้ ดื้อตายชัก แม้แต่นักลงทุนขาใหญ่ไปจนถึงขาเล็ก หากมีความคิดในการลงทุนแบบนี้ ก็เตรียมปิดประตูทำกำไร หรือแม้แต่เสนอตัวได้เลย

9.อย่าได้ยึดถือโดยเชื่อว่าผู้พูดสมควรจะเชื่อได้ ระวังจะโดนหลอก อย่าลืมว่า สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง นักลงทุนกล้าพอหรือไม่ที่จะเชื่อนักวิเคราะห์ นักกลยุทธ์ นักวิชาการเศรษฐศาสตร์การเงินในบ้านเรา 10.อย่าได้ยึดถือโดยความนับถือว่าสมณะนี้เป็นครูของเรา การยึดอาจารย์ของตนเองมากไป ก็ไม่ดี ควรทำตาม ทดสอบดู ถ้าผิดพลาดก็ไม่ต้องเชื่อ ถ้าทำแล้วดีขึ้นก็แสดงว่าเชื่อได้ นั่นหมายถึง บางครั้งบางครานักลงทุนก็ควรที่จะลองวิชาบรรดานักวิเคราะห์หุ้นกันบ้าง นานๆ ครั้งก็พอทำได้ เพื่อจะได้พิสูจน์ทั้งตัวนักวิเคราะห์ และตัวนักลงทุนเองว่า วิชาการ หรือประสบการณ์ในการลงทุน อย่างไหนกันแน่ที่ลดความเสี่ยงในการลงทุนได้ดีกว่ากัน

ครบแล้วทั้งหลักการ 10 ข้อ ทั้งหลักตัวอย่าง 10 ข้อ เหลือแต่เข้าใจมากน้อยอย่างไร? บนจังหวะการลงทุน และภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงซบเซาตลอดทั้งปีนี้ครับ

บัญชา ชุมชัยเวทย์

เริ่มต้นเดือนใหม่ด้วยวันแรกของเดือนนี้ที่เป็นวันพระใหญ่ คือ วันวิสาขบูชา แน่นอนว่าเป็นวันหยุดของตลาดทุนทุกประเภท โดยเฉพาะตลาดหุ้นไทย ทำให้ผมนึกถึงหลักคำสอนของพระพุทธศาสนาที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับพฤติกรรมการลงทุนในตลาดหุ้น 1 มิ.ย. 2558 15:03 1 มิ.ย. 2558 18:14 ไทยรัฐ