วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ถ้าไม่ปฏิรูปตำรวจถือว่า "เสียของ"

ถ้าไม่ปฏิรูปตำรวจถือว่า "เสียของ"

โดย สายล่อฟ้า
2 มิ.ย. 2558 05:01 น.
  • Share:

“ใหญ่แค่ไหนก็จับ”...

คงจำกันได้เมื่อ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ขึ้นมาดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร.คนใหม่แบบที่เรียกว่าไม่คาดฝันมาก่อน เพราะหากรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ไม่ถูก คสช.ยึดอำนาจเสียก่อนโอกาสที่จะได้เป็นหัวหน้าใหญ่ของตำรวจแทบจะไม่มีหรือมีความเป็นไปได้ยากมาก

เนื่องจากมีการวางตัวนายตำรวจที่จะได้เป็น ผบ.ตร.อยู่แล้ว เพียงแต่รอให้ถึงวันที่ 1 ต.ค.58 ก็ต้องเกษียณอายุราชการเท่านั้น

แต่คนเราเหมือนว่ามีโชควาสนาชะตาฟ้าลิขิตก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น ผบ.ตร.เต็มตัวแม้จะมีเวลาทำหน้าที่เพียงแค่ปีเดียว เพราะจะต้องเกษียณอายุราชการ

การทำหน้าที่ ผบ.ตร.จึงต้องขึ้นอยู่กับความสามารถของตัวเองภายใต้การกำกับจาก คสช.อีกชั้นหนึ่ง

“ยังไงเสียก็ต้องรักษาเก้าอี้ให้ถึงเกษียณ”

นั่นเป็นเสียงพูดคุยกับบรรดาพรรคพวกเพื่อนฝูง เพื่อให้เกิดความมั่นใจเพราะรู้ดีว่าการขึ้นมาเป็นผู้นำตำรวจนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ไม่ถึงเกษียณก็ต้องมีอันเป็นไปแล้ว

หลังจากปฏิบัติหน้าที่ก็มีคดีสำคัญหลายคดีให้พิสูจน์ความสามารถมาตลอด แต่ก็สอบผ่านมาตลอด จับคนร้ายได้ คลี่ปมคดีจนถึงที่สุด

และที่เห็นอยู่บ่อยๆ คือการโยกย้ายตำรวจผู้ใต้บังคับบัญชาที่กระทำผิด ปล่อยปละละเลยให้มีบ่อนการพนัน อาชญากรรมต่อเนื่อง

เหล่านี้คือผลงานที่ปรากฏชัดเจนทำให้ประชาชนรู้สึกพอใจ

หรือแม้กระทั่ง คสช.ที่ทำการตรวจการบ้านผลงานของ ผบ.ตร.คนนี้ก็พึงพอใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ถึงกับออกปากชมว่าทำงานได้ดี

ยิ่งมาถึงเรื่องการถอนพาสปอร์ต การถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ยิ่งได้รับคำชมว่ามี “ความกล้า” ในการทำเรื่องนี้ เพราะรู้ดีว่าเป็นเรื่องใหญ่และจะมีผลกระทบต่อตัว ผบ.ตร.ทั้งปัจจุบันและอนาคตข้างหน้าได้

เท่ากับว่าเป็นการพิสูจน์คำพูดของตัวเอง หลังจากเข้ามารับตำแหน่งใหม่ๆ เนื่องจาก พล.ต.อ.สมยศนั้นถูกมองว่าจะกล้าหรือ

หรือเป็นพวกเดียวกันไม่ใช่หรือ?

แม้จะออกตัวว่าไม่ได้มีปัญหาส่วนตัวกัน แต่ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายถือเป็นหน้าที่ไม่ทำไม่ได้

แน่นอนว่าการทำหน้าที่ของ ผบ.ตร.ได้ค่อนข้างดีนั้น แม้จะเป็นเพราะการกล้าตัดสินใจกล้าได้กล้าเสีย แต่ก็ต้องไม่ลืมว่ายังมีกำแพง คสช.ให้เขาได้พักพิง ฉะนั้นเมื่อทำหน้าที่ได้ตามนโยบายก็คงไม่ต้องกังวลอะไร

หมายความว่ามี “อำนาจพิเศษ” พร้อมที่จะปกป้องด้วย

นี่น่าจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธที่จะดำเนินการปฏิรูปตำรวจโดยโยนให้รัฐบาลชุดใหม่ทำหน้าที่แทน

แต่ตอนหลังได้เปลี่ยนความคิดใหม่ โดย คสช.พร้อมจะดำเนินการปฏิรูปตำรวจไม่รอรัฐบาลใหม่แล้ว คงเป็นเพราะมีเสียงเรียกร้องให้ทำทันทีไม่ต้องรอแล้ว

เหตุผลก็คือแม้ตำรวจในยุคนี้จะดีขึ้น แต่หากการเมืองเปลี่ยน รัฐบาลเปลี่ยน อะไรจะเกิดขึ้นและไม่มีใครรับรองได้ว่ารัฐบาลนักเลือกตั้งจะทำ

การปฏิรูปตำรวจนั้นจำเป็นที่จะต้องทำให้เร็วที่สุด

เพราะเป็นปัญหาระดับต้นๆของประเทศ ไม่ใช่เพราะเป็นหน่วยงานหนึ่งของรัฐบาลเท่านั้น แต่เป็นองคาพยพที่มีความเป็นเดิมพันของชาติบ้านเมืองด้วย

ถ้าไม่ทำถือว่า “เสียของ” นะครับ...ทำเป็นเล่นไป.

“สายล่อฟ้า”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้