วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผบช.ภ.4ลั่นปิดคดีฆ่าพระได้ต้องจับมือสังหารตัวจริง

คดีพระศรีสกลกิจ อดีตรองเจ้าคณะจังหวัดสกลนครและเจ้าอาวาสวัดศรีสุมังคล์ ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมืองสกลนคร ที่ถูกฆ่ามรณภาพบนกุฏิที่พัก ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 29 พ.ค. ผู้สื่อข่าวเฉพาะกิจภูมิภาค นสพ. ไทยรัฐ ได้รับการเปิดเผยจาก พล.ต.ท.บุญเลิศ ใจประดิษฐ ผบช.ภ.4 ว่าหลักฐานใหม่ที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนภาค 4

ไปตรวจพบเป็นหลักฐานทางพิสูจน์หลักฐานรอยเท้าแฝงที่ไม่เคยปรากฏในสำนวนสอบสวนของ พงส.มาก่อน ซึ่งต้องนำหลักฐานชิ้นนี้ไปตรวจสอบเปรียบเทียบกับผู้ที่อยู่ในที่เกิดเหตุทุกคน ซึ่งมีไม่ต่ำกว่า 10 คน ตำรวจภาค 4 ได้ติดตามบุคคลเหล่านั้นเพื่อนำตรวจสอบรอยเท้าแฝง โดยได้รับความร่วมมือจากพลเมืองดีเป็นอย่างมากได้ทยอยออกมาให้ข้อมูลกับตำรวจ รวมทั้งสื่อมวลชนที่เกาะติดคดีนี้ตั้งแต่แรก คดีจะปิดได้ก็ต่อเมื่อได้ตัวผู้สังหารตัวจริง

ต่อข้อถามถึงเรื่องระยะเวลา พล.ต.ท.บุญเลิศ กล่าวว่าเนื่องจากคดีนี้เกิดมานานจะเข้า 3 ปีแล้ว ต้องตามหาตัวผู้เกี่ยวข้องทุกคน ซึ่งต้องใช้เวลา ทราบว่ามีพยานจำนวนมากที่ยังกลัวภัยอันตรายจากอำนาจอิทธิพลมืดในพื้นที่ข่มขู่ ขอให้มั่นใจตำรวจภูธรภาค 4 ทำงานอย่างเต็มที่ อยู่ในพื้นที่มาตลอด และได้มีคำสั่งให้ พงส.จากตำรวจภูธรภาค 4 เข้าร่วมสอบสวนในคดีนี้เพิ่มแล้ว

อัยการจังหวัดคนหนึ่งที่ได้ติดตามความคืบหน้าคดีจาก “ไทยรัฐ” ให้ความเห็นว่า หากหลักฐานทางพิสูจน์หลักฐานที่ตำรวจพบใหม่ พงส.ต้องนำไปประกอบสำนวนคดี หากไม่ปรากฏในสำนวนตั้งแต่แรก ก็ต้องดูว่า พงส.มีเจตนาอะไรหรือไม่ที่ไม่นำหลักฐานชิ้นนี้เข้าไปในสำนวน หลักฐานที่ได้มาใหม่ที่ว่า หากพบในรายงานการตรวจสอบของ จนท. ถือว่าเป็นหลักฐานใหม่ จะต้องนำเข้าสำนวน เชื่อว่าจะคลี่คลายคดีได้ และต้องตรวจสอบด้วยว่าตรงกับของใคร หากไม่ตรงกับใครเลยที่ปรากฏในที่เกิดเหตุจะต้องตามไปดูอีกว่ารอยเท้าแฝงชิ้นนี้ เป็นของผู้ใด เกี่ยวข้องกับบุคคลอื่นหรือมีเหตุแรงจูงใจอื่นในการก่อเหตุหรือไม่อย่างไร ซึ่งเป็นหน้าที่ของ พงส.หลักฐานชิ้นนี้ถือว่าสำคัญมาก ส่วนที่ว่าทำไม พงส.ไม่นำเข้าสำนวนตั้งแต่แรก จนกระทั่งมาพบภายหลังนั้นก็ต้องไปตามลำดับขั้นสายงานบังคับ-บัญชาของพนักงานสอบสวน “เท่าที่ติดตามข่าวมาแต่แรก คดีนี้มีความซับซ้อน และน่าสนใจ เมื่อพบหลักฐานใหม่ทาง พฐ. ซึ่งมีความสำคัญ เชื่อว่าจะนำสู่การคลี่คลายคดีให้กระจ่างได้”

ทางด้าน พ.อ.อำนวย อูปแก้ว เลขาฯ กลุ่มเครือข่ายชาวพุทธปกป้องสถาบันพระพุทธศาสนาสกลนคร เปิดเผยว่า วันที่ 1 มิ.ย.นี้ ทางกลุ่มประกอบด้วย พ.อ.วิษณุ พรหมวงศานนท์ ประธานกลุ่มฯ พ.อ.สมบูรณ์ เลิศพยาบาล รองประธานกลุ่มฯ จะเข้ายื่นหนังสือต่อ ผอ.ป.ป.ช.ประจำจังหวัดสกลนคร และสรรพากรเขตพื้นที่ จ.สกลนคร ให้ตรวจสอบพระสงฆ์รูปหนึ่งที่ทำธุรกิจว่ามีแหล่งเงินทุนมาจากไหน โดยขอให้ตรวจสอบว่ามีการจ่ายภาษีหรือไม่ ก่อนหน้านี้เครือข่ายฯ ได้ไปยื่นหนังสือต่อ คสช.ผ่านทาง พล.ต.กนก ภูม่วง ผบ.จทบ.สกลนคร ในฐานะ ผบ.กกล.รส.สกลนครและนายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ ผวจ.สกลนคร ในฐานะประธานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ให้ตรวจสอบพฤติกรรมพระทำธุรกิจมาแล้วว่าขัดต่อกฎมหาเถรสมาคมหรือไม่อย่างไรโดยได้แนบหลักฐานประกอบด้วย สำเนาต้นขั้วรับเงิน ค่ามัดจำบ้าน สำเนารายงานประจำวัน สภ.เมืองสกลนคร สำเนาคดี หมายเลขดำ และคดีหมายเลขแดง ฯลฯ

เลขาฯ กลุ่มเครือข่ายชาวพุทธปกป้องสถาบันพระพุทธศาสนาสกลนคร เปิดเผยอีกว่า ส่วนคดีฆ่าพระศรีสกลกิจ อดีตรองเจ้าคณะจังหวัดสกลนครได้เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายแล้วก็ขอให้เป็นหน้าที่ของตำรวจภูธรภาค 4 ขณะนี้ชาวสกลนครตื่นตัวกันมากและติดตามข่าวทุกวันถึงความคืบหน้า ขอให้กำลังใจตำรวจทุกคน ที่เข้ามารื้อฟื้นคดี และหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ ที่ผ่านมาไม่มีใครกล้าออกมาให้ข้อมูล และเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับผู้ตาย เนื่องจากเกรงกลัวอิทธิพล หลังจาก “ไทยรัฐ” ตีแผ่เรื่องนี้ออกไป ทำให้ชาวบ้านหลายคนตาสว่างมากขึ้น ซึ่งข่าวคืบหน้าจะเสนอต่อไป.