วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

น่าเสียดายไทยแลนด์ (2)

27 พฤษภาคม เช้า คณะบีโอไอไทยประชุมกับหอการค้าและอุตสาหกรรมอุซเบ็ก บ่าย ประชุมกับกระทรวงความสัมพันธ์เศรษฐกิจต่างประเทศ การลงทุน และการค้า

28 พฤษภาคม เช้า ประชุมกับรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (H.E. Mr. Botir A. Khodjaev) บ่าย ประชุมกับผู้บริหารกระทรวงเกษตรและแหล่งน้ำ (H.E.Dr.Shakarboy Janikulov)

การมารับทราบเรื่องราวของอุซเบกิสถาน พ่อผมบอกว่า ได้ความรู้สึกที่ดีตรงที่มีประเทศเกิดใหม่ประเทศหนึ่งซึ่งทั้งนักการเมือง ข้าราชการ และประชาชน มุ่งมั่นที่จะนำประเทศของตนให้อยู่รอดปลอดภัยในโลกใบนี้ จากประเทศที่ขาดแคลนทุกสิ่งขณะได้รับเอกราชเมื่อ พ.ศ.2534 และเมื่อพ่อผมมาตระเวนประเทศนี้ทั้งชนบทและเมืองเมื่อ พ.ศ.2545 ก็พบว่า ยังขาดแคลนและไม่พัฒนา ทว่าพอถึงวันนี้ ก็ยากที่จะเชื่อว่า นี่คือ อุซเบกิสถาน ประเทศเกิดใหม่ที่มีอายุเพียง 24 ปี

อุซเบกิสถานเหมือนเด็กจากครอบครัวที่พ่อแม่ถูกฟ้องล้มละลายและตรอมใจตายจากโลกนี้ไปแล้วเมื่อ พ.ศ.2534 แม้ไม่มีทรัพย์สินอะไรเหลือเลย แต่เด็กคนนี้ก็มีพลังใจที่จะสู้ชีวิต ทำงานด้วยความขยันหมั่นเพียร ขณะเดียวกัน ก็หาความรู้ใส่ตัวอย่างต่อเนื่อง พออายุถึง 24 ปี ฐานะความเป็นอยู่ก็สุขสบายขึ้น ตอนนี้ เด็กหนุ่มมองเห็นอนาคตของตนว่าน่าจะไปได้สวยงามแล้ว

ผิดกับบางประเทศ ที่ผู้คนในชาติบ้านเมืองนั้นเศร้าๆ เหงาๆ

มองไม่เห็นอนาคตว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป

อุซเบกิสถานมีสถาบันอุดมศึกษา 65 แห่ง มีนักศึกษา 3 แสน เพื่อให้ทรัพยากรมนุษย์ของตนได้รับความรู้โดยที่ไม่ต้องสร้างสถาบันการศึกษาและสะสมองค์ความรู้ชั้นสูงใหม่ รัฐบาลอุซเบ็กอนุญาตให้มหาวิทยาลัยชั้นนำจากประเทศอื่นมาตั้งวิทยาเขตในประเทศของตนได้ เช่น Inha University (เกาหลีใต้) Westminster International University (อังกฤษ) Moscow State University (รัสเซีย) Management Development Institute of Singapore (สิงคโปร์)ฯลฯ

ความเป็นประเทศเกิดใหม่และเดินทางออกไปเจรจาอย่างต่อเนื่อง ทำให้อุซเบกิสถานได้รับสถานะ MFN หรือชาติที่ได้รับการอนุเคราะห์อย่างยิ่งในการค้าระหว่างประเทศจาก 45 ประเทศ ทำให้ได้เปรียบทางการค้ามากกว่าชาติอื่น อย่างเช่น เสียอัตราภาษีศุลกากรในระดับต่ำ การทำสนธิสัญญาว่าด้วยชาติที่ได้รับอนุเคราะห์อย่างยิ่ง เป็นหลักการสำคัญและเป็นกฎหมายการค้าขององค์การการค้าโลกนะครับ

ประเทศที่ให้สถานะนี้แก่อุซเบกิสถานก็มี สหรัฐอเมริกา สหราช อาณาจักร ฝรั่งเศส จีน เยอรมนี สวีเดน เดนมาร์ก ฟินแลนด์ สเปน โปรตุเกส สวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี เกาหลีใต้ ลักเซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ ญี่ปุ่น ซาอุดีอาระเบีย ฯลฯ

ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ให้สถานะ MFN แก่อุซเบกิสถานก็มี เวียดนาม อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และมาเลเซีย
ผู้นำเวียดนาม อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และมาเลเซีย มองอนาคตของประเทศบนเส้นทางสายไหมพวกนี้ออก ย้อนหลังไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว 4 ประเทศในประชาคมอาเซียนยังไม่มาบุกเอเชียกลางเลยนะครับ

แต่ตอนนี้มาแล้ว รัฐมนตรีและข้าราชการอุซเบ็กขึ้นจอโปรเจกเตอร์เพื่อให้พวกเราดูถึงประเทศที่เข้ามาลงทุนและทำการค้า ก็มีแต่สิงคโปร์ และมาเลเซีย

ชาติที่ไม่มีชื่ออะไรกับเขาเลยก็คือ เมียนมา กัมพูชา ลาว และไทย

พ.ศ.2545-2548 ผมตามพ่อไปประชุมที่ไหนในโลก เราก็ยังได้รับการต้อนรับดีมาก ทั้งนักลงทุนและผู้ส่งออกไทย พอบอกว่าประเทศไทยจะมานำเสนอ คนมาฟังกันแน่นห้อง ทั้งสมาชิกหอการค้าและอุตสาหกรรม ข้าราชการ และบุคคลทั่วไปของประเทศนั้นๆ

แต่เดี๋ยวนี้ พอบอกว่ามาจากประเทศไทย ไม่มีใครอยากจะต้อนรับขับสู้หรือมาฟัง ผู้อ่านท่านที่เคารพต้องทำใจในข้อเท็จจริงที่ว่า ภาพลักษณ์ของไทยดิ่งลงไปอยู่ที่ก้นเหวแล้วของแท้ ชื่อไทยแลนด์หายไปในยุโรปตะวันออก เอเชียกลาง แอฟริกา สรุปให้ง่ายเข้าก็คือ หายไปทั้งโลก

พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ตั้งสุโขทัยเป็นปฐมบรมราชธานีจนถึงปัจจุบัน เป็นเวลา 796 ปี เราเดินทางด้วยดีมาโดยตลอด ที่มาหยุดกึกๆ กักๆ กันของจริงก็ในห้วง พ.ศ.2548-2558

แม้แต่ในภูมิภาคที่โลกทั้งใบกำลังให้ความสนใจอย่างเอเชียกลาง เราก็ไม่มีธุรกรรมธุรกิจติดชื่อทางด้านการค้าและการลงทุนอะไรกับเขาบ้างเลย

น่าเสียดายไทยแลนด์.

คุณนิติ นวรัตน์
songlok@outlook.co.th 
www.nitipoom.media  
www.facebook.com/nitipoom.thailand