วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โดย ซูม
1 มิ.ย. 2558 05:01 น.
ได้เวลาชาร์จแบตฯหัวใจ

ได้เวลาชาร์จแบตฯหัวใจ

โดย ซูม
1 มิ.ย. 2558 05:01 น.
  • Share:

วันนี้เป็นวันวิสาขบูชาครับ...วันสำคัญยิ่งสำหรับพุทธศาสนิกชนทั่วโลก ที่จะพร้อมใจกันสวดมนต์บูชา หรือทำบุญทำทานและทำจิตใจให้สงบเพื่อรำลึกถึงองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทรงพระประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานในวันนี้

สำหรับประเทศไทยของเราก็เช่นกัน ถือว่าวันนี้เป็นวันพระใหญ่ ที่ประชาชนจะพร้อมใจกันทำบุญตักบาตรตั้งแต่เช้าและพอตกเย็นๆค่ำๆ ก็จะชวนกันไปวัดเพื่อเวียนเทียนรอบๆพระอุโบสถหรือศาลาแล้วแต่กรณี เป็นประเพณีที่คนไทยยึดมั่นและปฏิบัติติดต่อกันมาเป็นเวลาช้านาน

ผมเชื่อว่าทั้งช่วงเช้าและช่วงค่ำวันนี้ พี่น้องประชาชนชาวไทยก็คงจะร่วมแรงร่วมใจกันสืบสานประเพณีอันดีงามดังกล่าวนี้ อย่างคับคั่ง ทั่วประเทศดังเช่นทุกๆปีที่ผ่านมา

สำหรับท่านที่พำนักอยู่ใน กทม. หรือปริมณฑลรอบๆ คงจะทราบแล้วว่ากรมการศาสนา กระทรวงยุติธรรม ด้วยความร่วมมือของหลายๆ ฝ่ายจัดงานใหญ่ขึ้นที่ท้องสนามหลวงเช่นเดียวกับปีก่อนๆ

ในชื่องานว่า “สัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวิสาขบูชา และวันอัฐมีบูชา ประจำปี 2558”

ที่เพิ่มเติม “วันอัฐมีบูชา” เข้ามาด้วยก็เพราะวันดังกล่าวเป็นวันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระของพระพุทธเจ้า หลังเสด็จดับขันธ์ ปรินิพพานแล้ว 8 วัน ซึ่งในช่วงหลังๆได้มีการจัดงานทำบุญ เพื่อรำลึก ถึงกันมากขึ้นและถือเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลวันวิสาขบูชา

ด้วยเหตุนี้ งานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาที่ท้องสนามหลวงปีนี้ จึงจะมีไปจนถึงวันที่ 9 มิถุนายน 2558 นับจากวันวิสาขบูชาไปจนถึงวันอัฐมีบูชาดังกล่าว

ท่านผู้อ่านที่สนใจใฝ่ธรรมะและใฝ่ความรู้ด้านพระพุทธศาสนา ถ้ามีโอกาสอย่าลืมแวะไปร่วมงานที่ท้องสนามหลวงกันด้วยนะครับ เพราะจะมีการจัดเต็นท์จัดปะรำ เพื่อแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับพุทธศาสนา ตลอดจนกิจกรรมในการปฏิบัติธรรมต่างๆแบบครบวงจร

ผมไปเดินแทบทุกปีแหละครับ เพราะไปทีไรก็จะอิ่มอกอิ่มใจกับการเรียนรู้เพื่อทำความเข้าใจในหลักธรรมมากขึ้น รวมทั้งมีโอกาสได้ปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง ทั้งในการร่วมสวดมนต์และการฟังพระธรรมเทศนาจากพระคุณเจ้าที่มีชื่อเสียงต่างๆ

ครับ! ก็เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่ทางราชการจัดขึ้นในช่วงเทศกาลวิสาขบูชาปีนี้ และผมเห็นว่าน่าจะนำมาบอกกล่าวเล่าต่อ เพื่อจูงใจให้ท่านผู้อ่านไปร่วมงานร่วมกิจกรรมกันมากๆ

เหตุผลข้อแรกก็เพื่อการสืบสานประเพณีอันดีงามของประเทศไทย ดังได้กล่าวไว้แล้ว...ส่วนเหตุผลข้อสอง ซึ่งสำคัญไม่แพ้ข้อแรกก็น่าจะมาจากสถานการณ์รอบๆตัวเราในขณะนี้ ซึ่งค่อนข้างจะทำให้เกิดความเร่าร้อนใจมากกว่าความสบายใจขึ้นมาอีกแล้ว

ทางการเมืองก็ชักมีอะไรแปร่งๆ แปลกๆ อันสืบเนื่องมาจากคลื่นจากคนไกลบ้านที่บานปลายถึงขั้นแจ้งความเอาผิดเอาโทษ ยึดพาสปอร์ต และอาจจะมีถอนยศถาบรรดาศักดิ์กันเสียด้วย

ฝ่ายที่รังเกียจคนไกลบ้านก็บอกว่าดี อยากปากดีนักต้องจัดการเสียให้เข็ด ฝ่ายที่เอาใจช่วยคนไกลบ้านก็โต้แย้งว่าจะเล่นแรงไปถึงไหน?

แล้วจะไม่ให้ฝ่ายไม่เข้าใครออกใคร แต่อยากเห็นบ้านเมืองสงบพลอยว้าวุ่นใจไปด้วยได้อย่างไรล่ะ เพราะไม่แน่ใจว่าจะมีคลื่นใต้น้ำ อะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า?

เรื่องร่างรัฐธรรมนูญก็วุ่นวาย เพราะร่างออกมาแล้วหลายๆฝ่าย

ยากจะรับได้ มีการเสนอแก้ไขทั้งหั่นทั้งปรับยาวเหยียด ยังไม่รู้จะลงเอยแบบไหน? และจะทำให้ต้องยืดโรดแม็ปออกไปอีกหรือไม่?

ทางเศรษฐกิจก็ไม่ค่อยจะดีนัก รายได้ประชาชนหดลง คนตกงานมากขึ้น การค้าการขายหดตัวกันไปหมด ฯลฯ

ทางสังคมก็เจอปัญหาหลายเรื่อง ความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินไม่ค่อยมี คดีอาชญากรรมเพิ่มขึ้น ยาเสพติดก็ยังเยอะเหมือนเดิม ฯลฯ

แล้วจะไม่ให้หัวใจของคนไทยต้องเหี่ยวห่อท้อถอยได้ยังไงล่ะ

ผมจึงอยากจะเชิญชวนท่านที่เริ่มรู้สึกว่าอาการไม่ค่อยดีแวะไปเข้าวัดต่างๆทั่วประเทศ ที่มีการจัดงานวันวิสาขบูชาวันนี้ หรืออาจจะทอดยาวไปวันอื่นๆด้วยอย่างที่ท้องสนามหลวงที่จะมีอีกหลายวัน เป็นต้น

ไปสวดมนต์ภาวนา ไปฟังเทศน์ฟังธรรม ไปตั้งจิตอธิษฐาน ไปทำใจให้สงบ หรืออย่างที่เขาใช้คำว่าไปชาร์จแบตฯนั่นแหละครับ

เพื่อให้มีจิตใจเข้มแข็งขึ้น มีพลัง มีประจุไฟฟ้ามากขึ้น จะได้ยืนหยัดสู้กับเหตุการณ์เร่าร้อนรอบๆตัวเราได้อย่างไม่ประหวั่นพรั่นพรึง...อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิดว่างั้นเถอะ.

“ซูม”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้