วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อุซเบกิสถาน 2558 (1)

ทีมไทยที่ประกอบด้วยข้าราชการจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน สำนักนายกรัฐมนตรี คุณชลลดา อารีรัชชกุล คุณกัญญาณี ปุสเดโว คุณบงกช จิตตนูนท์

กระทรวงการต่างประเทศ คุณมีนา กลการวิทย์ คุณกนกพรรณ ชินสวนานนท์

ภาคเอกชน คุณศิรินทรา จงพิพัฒนสุข คุณผุสดี เพิ่มธรรมสิน คุณวิรัช พงษ์พิทักษ์ คุณจรัญ สนเอี่ยม คุณจารินญา บุญยะหัต คุณโชคชัย บุรารักษ์ คุณจิราวุฒิ เพชรโชติ

บริษัทที่ปรึกษาด้านการลงทุนในประเทศตลาดใหม่ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิ นวรัตน์ นายณวราห์ แจ้งน้ำใจ

เช้า 27 พฤษภาคม 2558 ภาคเช้า คณะทั้ง 14 คนเข้าประชุมกับหอการค้าและอุตสาหกรรมอุซเบกิสถาน

บ่าย ประชุมกับกระทรวงความสัมพันธ์เศรษฐกิจต่างประเทศ การลงทุนและการค้า ของอุซเบกิสถาน ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการปูทางให้กับนักธุรกิจและนักลงทุนชาวไทยที่จะไปลงหลักปักฐานในกลุ่มประเทศเอเชียกลางมากพอสมควร

อุซเบกิสถานเป็นประเทศในเอเชียกลางที่มีศักยภาพมาก มีพื้นที่ใหญ่เป็นลำดับ 5 ของกลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราชที่แตกจากโซเวียต มีประชากร 31 ล้าน

ตั้งแต่ได้รับเอกราชเมื่อ พ.ศ.2534 เศรษฐกิจโดยเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 8% จีดีพีโตมากกว่าเดิมถึง 4.1 เท่า เดิมที่เศรษฐกิจขึ้นอยู่กับภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม ก็สามารถปรับมาเป็นขึ้นอยู่กับภาคบริการ 53% ภาคอุตสาหกรรม 24% ภาคเกษตร 18% และอื่นๆ 5%

จากประสบการณ์ของ ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิที่เคยสัมผัสประเทศนี้มาตั้งแต่ พ.ศ.2534 จนถึงปัจจุบัน 24 ปี และสนใจประเทศนี้ตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตอุซเบก จนได้รับเอกราชเป็นชาติใหม่เมื่อ พ.ศ.2534

พ.ศ.2545 พ่อผมใช้เวลาถึงหนึ่งเดือนในการตระเวนไปตามเมืองและชนบทของอุซเบกิสถาน ในสมัยนั้น อุซเบกิสถานเหมือนเป็นประเทศที่มี 2 ถนนให้เลือกเดิน

ถนนสายที่หนึ่ง รักษาความสงบเรียบร้อยภายในและความมั่นคงทางการเมืองเอาไว้ให้ได้ พัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่อง อย่าเอาเรื่องศาสนามาเป็นเงื่อนไข พยายามเปิดทางให้ชาวต่างประเทศเข้ามาลงทุน และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างเร่งด่วน
ถนนสายที่สอง ปล่อยให้พวกคลั่งศาสนาหัวรุนแรงขึ้นมามีอำนาจในประเทศ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับต่างประเทศมาก มีความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเกิดขึ้นบ่อยๆ

โชคดีที่อุซเบกิสถานเดินสายแรก

สมัยก่อน ตอนปลายยุคของสหภาพโซเวียต นายกอร์บาชอฟมีนโยบายเปิดประเทศ จึงทำให้มีนักศึกษามุสลิมส่วนหนึ่ง ได้มีโอกาสไปศึกษาด้านศาสนาที่ซาอุดีอาระเบีย ปากีสถาน อียิปต์ จอร์แดน และประเทศอื่นๆ ในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง

เมื่อจบกลับมาแล้ว ผู้สำเร็จการศึกษาใหม่พวกนี้ต้องการให้มุสลิมทุกคนในประเทศปฏิบัติตามพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานอย่างเคร่งครัด ต้องการให้อุซเบกิสถานใช้หลักศาสนามาปกครองแบบเดียวกับประเทศที่อยู่ใกล้กันอย่างสาธารณรัฐอิสลามอัฟกานิสถาน สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน และที่ติดกับอิหร่านกับอัฟกานิสถานก็คือ สาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน

แต่ในสภาพเดิมของมุสลิมในเอเชียกลาง ก็คือสังคมที่นี่สตรีไม่ค่อยคลุมฮิญาบ สตรียังแต่งกายตามสบาย ยังมีการดื่มไวน์และวอดกาในงานเลี้ยงฉลอง และผู้คนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตตามปกติแบบเดียวกับชาวรัสเซีย

เรื่องนี้ ทำให้พวกที่เพิ่งกลับมาจากตะวันออกกลางอึดอัดคัดใจ เคยพยายามจะทำลายระบอบการปกครองเดิม เคยทำแม้แต่วางระเบิดเพื่อที่จะสังหารคณะผู้นำ

แต่โชคดีที่ประเทศนี้มีผู้นำเป็นนายอิสลาม คาลิมอฟ ซึ่งเป็นคนที่เก่งมาก ประธานาธิบดีคาลิมอฟพาประเทศเดินไปบนถนนสายแรกและแก้ไขปัญหาด้วยปัญญา ด้วยการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้ประชาชน และด้วยการสร้างเครือข่ายป้องกันการก่อการร้าย ด้วยการส่งคนไปเรียนรู้จากประเทศอื่นและเชิญผู้คนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องความมั่นคงมาเยือนประเทศตัวเอง

แม้แต่เมื่อ พ.ศ.2555 ก็ยังเชิญผู้บริหารจากสภาความมั่นคงแห่งชาติของไทยไปแลกเปลี่ยนและประสบการณ์แนวทางการบริหารจัดการปัญหาความมั่นคงภายในและความมั่นคงรูปแบบใหม่

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีและคณะผู้บริหารก็เดินประเทศด้วยการสร้างความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ ทั้งภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ

ที่ให้ความสำคัญอย่างมากก็คือ ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก หรือ SMEs

เมื่อธุรกิจเล็กๆ ของประชาชนอยู่ได้ เศรษฐกิจของอุซเบกิสถานก็ไปรอด

ขออนุญาตกลับมารับใช้เรื่องของประเทศนี้กันต่อในวันพรุ่งนี้ครับ.

คุณนิติ นวรัตน์
songlok@outlook.co.th 
www.nitipoom.media  
www.facebook.com/nitipoom.thailand 

31 พ.ค. 2558 08:34 ไทยรัฐ