วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปั่นไปกิน! พาสองล้อท่อง 7 จุดสุดชิล อิ่มอร่อยเนิบเนิบที่ลับแล

นักปั่นคนไหนที่อยากปั่นไปเที่ยวและกิน ถ้ามาที่นี่รับรองฟินแน่นอน ก็ที่อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ มีเส้นทางปั่นจักรยานบนถนนสายอาหาร ปั่นเนิบเนิบรอบๆ หมู่บ้าน รถราไม่เยอะ แถมยังได้อิ่มอร่อยอีกด้วย

วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ จะพาไปปั่นจักรยานพร้อมเที่ยวชม ชิม ช็อป บน 'ถนนกินได้' ของเมืองลับแล ที่เรียกว่าถนนกินได้ก็เพราะว่าเส้นนี้นักปั่นจะได้ปั่นชิลชิลไปลองลิ้มอาหาร ทั้งของคาว ของว่าง ของหวาน และเครื่องดื่มกันตลอดทาง อยากรู้ว่าทั้ง 7 จุดมีอะไรน่าสนใจบ้าง ตามมาชมกันเลย

จุดที่ 1 : พิพิธภัณฑ์เมืองลับแล

เริ่มต้นจากจุดแรกที่ศูนย์เช่ารถจักรยานท่องเที่ยวเมืองลับแล ศูนย์นี้ตั้งอยู่ติดถนนใหญ่ ใกล้กับซุ้มประตูเมืองลับแลเพียงไม่กี่ก้าว หลังจากรับรถจักรยานแล้วเจ้าหน้าที่ก็จะให้แผ่นพับเล็กๆ ในโครงการ 'ปั่นเนิบเนิบแพร่ น่าน อุตรดิตถ์' มาด้วย เพื่อที่จะนำมาประทับตราในแต่ละจุด เมื่อเก็บตราประทับครบทุกจุดก็ให้นำแผ่นพับนี้ไปแลกของที่ระลึกได้ด้วย

เราเช็กอินที่ พิพิธภัณฑ์เมืองลับแล เป็นจุดแรก จากนั้นมีเจ้าหน้าที่ของพิพิธภัณฑ์พาชมด้านใน ซึ่งก็จะเล่าถึงประวัติของเมืองลับแล ตำนานต่างๆ ที่เล่าขานกันมานาน รวมถึงภาษาถิ่นดั้งเดิม วิถีชีวิต ประเพณี และวัฒนธรรมของชาวลับแลที่สืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น

จุดที่ 2 : หลักกิโลเมตรลับแล

เริ่มออกเดินทาง ปั่นจากซุ้มประตูเมืองไปที่หลักกิโลเมตรเมืองลับแลที่หน้าตลาด จุดนี้ระหว่างปั่นจะต้องชิดซ้ายและระมัดระวังพอสมควร เพราะเป็นถนนเส้นหลัก มีรถราสัญจรค่อนข้างมาก บริเวณนี้มีอนุสาวรีย์ของพระศรีพนมมาศ เจ้าเมืองคนแรกของลับแลอยู่ด้วย แต่ขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงปรับปรุง จึงได้กราบสักการะอยู่ด้านล่าง พร้อมกับเช็กอินที่นี่เป็นจุดที่ 2

จุดที่ 3 : ข้าวแคบหลากรส

จากนั้นปั่นเข้าไปในหมู่บ้าน โซนนี้รถราเริ่มบางตาลง ตรงไปเรื่อยๆ จะเห็นว่าแต่ละบ้านที่อยู่ติดริมถนนจะตั้งซุ้มขาย ข้าวแคบ กันหลายร้าน เราเลือกแวะที่ร้านหนึ่งซึ่งแม่ค้ากำลังทำอยู่พอดี ข้าวแคบคือน้ำแป้งที่โม่จากข้าวเอามาละเลงบนผ้าขาวบางที่ขึงปิดปากหม้อไว้ เพื่อนึ่งให้สุก จากนั้นนำไปตากแห้ง สามารถเก็บไว้กินได้นาน

มีด้วยกันหลายรสชาติ ทั้งรสธรรมดา ไม่ปรุงแต่ง รสเค็ม รสเผ็ดน้อย และเผ็ดมาก อีกทั้งยังมีแบบผสมสีธรรมชาติอย่างสีเหลืองและสีฟ้าจากกล้วยและอัญชัญ เมื่อแผ่นแป้งแห้งแล้วก็นิยมนำมาห่อด้วยเส้นหมี่ลวกปรุงรส เรียกว่า หมี่พัน หรืออีกแบบคือเอาไปย่างไฟอ่อนๆ ก็จะได้เป็น ข้าวเกรียบว่าว ทั้งสองอย่างนี้เป็นของว่างของชาวลับแลที่มีมานานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

จุดที่ 4 : เจดีย์อัฐิพระศรีพนมมาศ

ปั่นต่อมาผ่านซุ้มประตูวัด ผ่านทิวไม้ร่มรื่นมาทะลุออกถนนใหญ่ ตรงมาจนถึงโค้งถนน จะพบกับ สถานที่บรรจุอัฐิพระศรีพนมมาศ (ทองอิน แซ่ตัน) ผู้เป็นเจ้าเมืองคนแรกของลับแล เป็นอดีตนายอำเภอลับแลในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ด้วยคุณงามความดีที่ท่านทำไว้ สร้างเมืองจนเป็นปึกแผ่นมั่นคง เป็นผู้วางผังเมืองลับแล สร้างฝายหลวง พัฒนาการศึกษา รวมทั้งส่งเสริมการเกษตร จึงได้รับการยกย่องให้เป็นคนดีเมืองลับแล และอัฐิของนางตี่ แซ่เตีย (ภรรยา) ก็ถูกเก็บไว้ที่นี่ด้วยเช่นกัน

จุดที่ 5 : ก๋วยเตี๋ยวรักไอติม

ปั่นตรงไปอีกเพียงเล็กน้อยก็จะเจอร้าน ก๋วยเตี๋ยวรักไอติม ร้านนี้ขายทั้งก๋วยเตี๋ยวบ้านๆ รสชาติดี และมีทีเด็ดอยู่ที่ไอศกรีมถังแบบโบราณ มี 2 รสชาติด้วยกัน คือ รสกะทิ และรสมะพร้าวน้ำหอม ขอบอกว่าต้องลองรสมะพร้าวน้ำหอมนะ หอมละมุนนุ่มลิ้นสุดๆ แถมยังใส่เครื่องได้ตามชอบอีก 2 อย่าง ซึ่งเครื่องเคราต่างๆ ที่มีให้เลือกก็ได้แก่ ข้าวโพด ข้าวเหนียว เฉาก๊วย มันเชื่อม เผือกต้ม ถั่วแดง ลูกชิด เป็นต้น ราคาอยู่ที่ 10-15 บาทเท่านั้น

จุดที่ 6 : ข้าวพันผักอินดี้

ร้านนี้เป็นร้านอาหารดั้งเดิมที่โด่งดังพอสมควร นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะต้องมาแวะร้านนี้กันเป็นประจำ เนื่องจากเป็นร้านที่เอาข้าวพันผัก อาหารพื้นถิ่นของลับแลมาประยุกต์ให้ทันสมัยโดยใส่เครื่องต่างๆ เหมือนก๋วยเตี๋ยว เรียกว่าเป็นลูกครึ่งระหว่างก๋วยเตี๋ยวกับข้าวพันก็ว่าได้ ส่วนรสชาติไม่ต้องบรรยาย อร่อยล้ำชนะเลิศ! สนนราคาเพียงจานละ 30 บาทเท่านั้น หรือถ้ามีเงินแค่ 10 บาทก็สั่งไข่ม้วน (แผ่นแป้งนึ่งผสมไข่) มากินเล่นเป็นของว่างก็ยังได้ อิ่มอร่อยสบายกระเป๋าจริงๆ

สำหรับเมนูแนะนำของร้านนี้ ได้แก่ ไข่ม้วนวุ้นเส้นเห็ดเข็มทอง ข้าวพันผักไข่ดาว ข้าวพันผักเนื้อตุ๋น ไข่ม้วนเย็นตาโฟ ไข่ม้วนหมูแดง เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำ ก๋วยเตี๋ยวหมูต้มจืด และขนมถ้วยอีกด้วย

จุดที่ 7 : หมี่พันยายหว่าง

อิ่มจุใจกันไปแล้ว แต่ยังไม่หมดแค่นี้นะ ปั่นต่อไปอีกไม่ถึง 200 เมตรก็จะพบกับร้านหมี่พันป้าหว่าง ร้านนี้ทำหมี่พันได้อร่อยเลิศ เวลามีงานจัดแสดงอาหารจากจังหวัดต่างๆ ที่กรุงเทพฯ หมี่พันของยายหว่างก็ถูกเรียกให้ไปออกบูธของ จ.อุตรดิตถ์ อยู่เป็นประจำ

ขั้นตอนการทำหมี่พัน เริ่มจากเอาเส้นหมี่ไปลวกสุก นำผักต่างๆ ไปลวกสุก จากนั้นนำมาผสมกันในชาม ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล น้ำส้มสายชู พริกป่น

ผสมให้เข้ากันแล้วนำไปห่อด้วยข้าวแคบ เป็นของว่างที่สามารถพกไปกินระหว่างเดินทางได้ด้วย ขายเพียงชิ้นละ 3 บาท นอกจากนี้ยังขายน้ำสมุนไพรต่างๆ เย็นชื่นใจ เช่น น้ำเก๊กฮวย เฉาก๊วย มะขาม โอเลี้ยง ชานมเย็น เป็นต้น แก้วละ 10 บาทเท่านั้น

เมื่อเช็กอินครบทุกจุด ก็ปั่นกลับไปที่ศูนย์เช่ารถจักรยานท่องเที่ยวเมืองลับแล ระยะทางจากจุดสุดท้ายจนไปถึงศูนย์แห่งนี้ประมาณ 1-2 กม. เท่านั้น และอย่าลืมเอาแผ่นพับที่เก็บตราปั๊มครบแล้วไปแลกของที่ระลึกด้วยล่ะ รวมระยะทางทั้งหมดอยู่ที่ 5-6 กม. แนะนำให้ปั่นช่วงเช้าไม่เกินเจ็ดโมงเช้า แดดจะได้ไม่ร้อน พอปั่นเสร็จก็มีเวลาไปเที่ยวต่อที่อื่นได้ด้วย

นักปั่นคนไหนที่อยากปั่นไปเที่ยวและกิน ถ้ามาที่นี่รับรองฟินแน่นอน ก็ที่อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ มีเส้นทางปั่นจักรยานบนถนนสายอาหาร ปั่นเนิบเนิบรอบๆ หมู่บ้าน รถราไม่เยอะ แถมยังได้อิ่มอร่อยอีกด้วย 25 พ.ค. 2558 18:35 ไทยรัฐ