วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ลากคอ 2 โจรได้แล้ว วิ่งราวแบงก์ธนชาต (ชมคลิป)

ลากคอ 2 โจรได้แล้ว วิ่งราวแบงก์ธนชาต (ชมคลิป)

  • Share:

รวบแล้ว 2 โจรวิ่งราวเงิน 420,000 บาทในแบงก์ธนชาต สืบ 8 ร่วมกับสืบ สน.บางมด เจ้าของท้องที่โชว์วันเดียวเกม เผยเบื้องหลังพิชิตคดี แกะรอยจากรถแท็กซี่ที่ทั้งคู่ใช้หลบหนี ก่อนไล่กล้องวงจรปิดจนจับกุมไว้ได้ ด้าน 2 โจรเปิดปากอ้างเป็นหนี้นอกระบบคนละ 2 แสนบาท เลยตัดสินใจก่อเหตุ

2 โจรวิ่งราวแบงก์ธนชาต หนีได้วันเดียวโดนจับแล้ว โดยเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 7 พ.ค. พล.ต.อ. เรืองศักดิ์ จริตเอก รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.ฤชากร จรเจวุฒิ ผบก.น.8 ฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.8 และฝ่ายสืบสวน สน.บางมด ร่วมกันแถลงผลจับกุมนายอภิธัญญ์ หรือดำ ห่วงเอี่ยม อายุ 51 ปี อาชีพขับรถสองแถว อยู่บ้านเลขที่ 246 ถนนจอมทอง-บูรณะ แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ และนายสรกฤช หรือบูรณ์ แซ่จิว อายุ 48 ปี อดีตลูกจ้างรายวันโรงแรมแห่งหนึ่งย่านสีลม อยู่บ้านเลขที่ 1/3 หมู่ 15 ต.บางครุ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ 2 ผู้ต้องหาวิ่งราวทรัพย์ในธนาคารธนชาต สาขาถนนพระราม 2 (ซอย 3) พร้อมของกลาง เงินสด 219,000 บาท กระเป๋าเป้ 1 ใบ และเสื้อผ้าที่ใช้สวมใส่ในวันก่อเหตุ จับกุมทั้งคู่ได้เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 7 พ.ค. ที่ผ่านมา

พล.ต.ต.ฤชากร จรเจวุฒิ ผบก.น.8 กล่าวว่า เมื่อเวลา 13.42 น. วันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมา คนร้ายทั้งคู่ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์เงิน 420,000 บาท ในธนาคาร ธนชาต สาขาถนนพระราม 2 ซอย 3 แขวงบางมด เขตจอมทอง ก่อนขึ้นรถแท็กซี่โตโยต้า อัลติส สีชมพู หมายเลขทะเบียน ทษ 458 กรุงเทพมหานคร หลบหนีใช้เส้นทางถนนพระราม 2 ขาออก โดยชุดสืบสวน บก.น.8 และชุดสืบสวน สน.บางมด ได้สืบสวนจนพบรถแท็กซี่คันดังกล่าวมีนายประทีป เจนเขตรการ อายุ 29 ปี เป็นโชเฟอร์ จึงเรียกมาสอบปากคำทราบว่า คนร้ายทั้งคู่ได้โดยสารไปลงหน้า สถานบริการอาบอบนวด ไอด้า ย่านวัดพระยาไกร ก่อนแยกย้ายกันหลบหนี เจ้าหน้าที่ไล่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามจุดที่นายประทีปให้ปากคำไว้ กระทั่งจับกุมนายอภิธัญญ์ได้บริเวณย่านซอยอนามัย-งามเจริญ บางขุนเทียน ก่อนขยายผลจับกุมนายสรกฤชได้ที่ปากซอยสุขสวัสดิ์ 53 ย่านพระประแดง จ.สมุทรปราการ พร้อมเงินสด 219,000 บาท ส่วน ที่เหลือคนร้ายอ้างว่าได้นำไปใช้หนี้นอกระบบแล้ว หลังจากนี้จะขยายผลติดตามนำเงินส่วนที่เหลือกลับคืนมาให้ได้

จากการสอบสวนนายสรกฤชรับสารภาพว่า ตนและนายอภิธัญญ์รู้จักกันมานานเพราะเคยพักอยู่บ้านใกล้กัน และด้วยเหตุที่ต่างฝ่ายต่างลำบากทำให้ติดหนี้เงินกู้นอกระบบกับนายทุนชาวอินเดีย อัตราร้อยละ 10-15 และต้องเสียเงินค่าหนี้รายวัน 600-800 บาทต่อวัน เพื่อนำมาใช้จ่ายในครอบครัว ขณะนี้มีหนี้สินติดตัวอยู่คนละประมาณ 200,000 บาท ชวนกันมาก่อเหตุหวังนำเงินไปใช้หนี้ ส่วนที่เลือกก่อเหตุธนาคารแห่งนี้เพราะเคยมาทำธุรกรรมพบว่า ระบบรักษาความปลอดภัยหละหลวมน่าจะง่ายต่อการลงมือ ก่อนลงมือได้วนมาดูลาดเลาล่วงหน้า 3 วัน โดยนั่งรถประจำทางมาจากหัวถนนพระราม 2 มาลงหน้าธนาคารแล้วลงมือก่อเหตุ ก่อนโบกรถแท็กซี่ขึ้นทางด่วนไปหน้าอาบอบนวดหวังจะฉลอง แต่เกิดความวิตกกังวลเลยหมดอารมณ์ชวนกันแยกย้ายหลบหนี และถูกตามจับกุมได้ในที่สุด

ด้าน พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ จริตเอก รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ประกอบการธนาคารจะปรึกษาหารือเกี่ยวกับมาตรการในการป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นอีกครั้ง เพื่อป้องกันการก่ออาชญากรรมในลักษณะนี้ให้ลดน้อยลง โดยจะเน้นย้ำเจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดในการตั้งด่านตรวจ พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนจะต้องเพิ่มความเข้มในการหาข่าว และต้องขอความร่วมมือจากภาคประชาชนให้ช่วยกันสอดส่อง สำหรับกรณีเงินกู้นอกระบบนั้น หลังจากนี้จะหารือว่าจะมีแนวทางแก้ไขอย่างไรต่อไป ส่วนผู้ต้องหาทั้งสองรายหลังทำแผนประกอบคำรับสารภาพ จะนำตัวส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันวิ่งราวทรัพย์ต่อไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้