วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ออกหมายจับอีก 10 ร่วมแก๊ง ‘ค้าโรฮิงญา’ หาดใหญ่พบ 30 หลุม (ชมคลิป)

ออกหมายจับอีก 10 ร่วมแก๊ง ‘ค้าโรฮิงญา’ หาดใหญ่พบ 30 หลุม (ชมคลิป)

  • Share:

รองนายกฯปาดังเบซาร์เข้ามอบตัวปฏิเสธคดีค้ามนุษย์ ตชด.43 ตรวจสุสานกุโบร์เก่า จ.สงขลา พบ 30 หลุมศพต้องสงสัยเตรียมตรวจพิสูจน์ ด้าน ผบ.ตร.สั่งเด้ง 38 นายตำรวจเข้ากรุ ศาลอนุมัติหมายจับเพิ่มอีก 10 คน พบ 13 โรฮิงญาหลงป่ารับตัวสอบ นายกฯยอมรับไทยหลวมต้องขันนอตให้แน่น ด้าน สมช.ประสานมาเลย์แก้ค้ามนุษย์ ขณะที่ “ถาวร เสนเนียม” จวกข้าราชการตัวการใหญ่พัวพันรับผลประโยชน์

รัฐบาลเร่งเครื่องสางปมปัญหาของชาวโรฮิงญาเป็นเรื่องระดับชาติระดมกำลังทุกภาคส่วนลงพื้นที่เปิดยุทธการ “ปิดปลายทางเข้าประเทศไทย” กวาดล้างแก๊งค้ามนุษย์ข้ามชาติ หลังพบหลุมฝังศพเกลื่อนตามแนวชายแดน จ.พังงา และ จ.สงขลา ในพื้นที่ป่าสร้างเป็นแคมป์จัดเป็นที่พักเตรียมส่งแรงงานข้ามแดน ขณะเดียวกันชาวต่างชาติเฝ้าจับตาทางการไทยจะแก้ปัญหาอย่างไร โดยเฉพาะเรื่องดังกล่าวมีข้าราชการเข้าไปมีส่วนพัวพันรับผลประโยชน์ สร้างความเสื่อมเสียต่อประเทศ

พบ 30 หลุมศพต้องสงสัย

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 7 พ.ค. พ.ต.อ.พหล เกตุแก้ว ผกก.ตชด.43 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด.43 เข้าตรวจสอบกุโบร์เก่า หรือสุสานมุสลิมพื้นที่ป่าสาธารณะ หมู่ 7 บ้านฉลุง ต.ฉลุง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เขตรอยต่อติดกับพื้นที่หมู่ 10 ต.กำแพงเพชร อ.รัตภูมิ เป็นสุสานเก่าที่ถูกทิ้งร้างมานานเกือบ 40 ปี โดยพบหลุมฝังศพต้องสงสัย 30 หลุมพื้นดินเริ่มทรุดตัว ลักษณะหลุมมีเศษซากไม้ไผ่ปักอยู่คล้ายกับที่พบบนยอดเขาแก้ว ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา โดยชาวบ้านยืนยันว่ากุโบร์แห่งนี้เดิมมีหลุมฝังศพชาวบ้านมุสลิมเพียง 6 หลุม ส่วนหลุมที่พบคาดว่าเป็นหลุมฝังศพชาวโรฮิงญาและฝังมานานประมาณ 1 ปี เพราะก่อนหน้านี้พื้นที่บริเวณดังกล่าวเคยถูกใช้เป็นสถานที่พักชาวโรฮิงญาแหล่งใหญ่อีกแห่งหนึ่งของ จ.สงขลา เจ้าหน้าที่เตรียมเข้าตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้ง

ช่วยชาวโรฮิงญาหลงป่า 13 คน

ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังลาดตระเวนในพื้นที่หมู่ 10 บ้านคลองต่อ ต.กำแพงเพชร อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ใกล้กับจุดที่พบหลุมฝังศพแห่งใหม่ ยังพบแคมป์เก่าที่เคยใช้เป็นค่ายพักพิงชาวโรฮิงญาตั้งอยู่กลางป่าสวนยางพาราถูกทิ้งร้างมานาน บริเวณแคมป์พบร่องรอยหลายอย่าง มีทั้งผ้าใบที่ใช้คลุมหลังคา แคร่นั่งเล่น เสื้อผ้า ขวดน้ำและกระเป๋า คาดว่าน่าจะเป็นค่ายพักชั่วคราวระหว่างเดินทางมาจาก จ.สตูล ก่อนจะถูกส่งตัวต่อไปยังประเทศที่สาม ทางเขตชายแดนไทย-มาเลเซีย ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบชาวโรฮิงญา 13 คน เดินหลงอยู่กลางป่าเทือกเขาแก้ว หมู่ 10 ต.กำแพงเพชร อ.รัตภูมิ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองไปรับตัวช่วยเหลือแล้ว

สนธิกำลังปูพรมเทือกเขาแก้ว

ที่ห้อง ศปก.ภ.9 สภ.หาดใหญ่ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.มนตรี โปตระนันทน์ ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.พุทธิชาต เอกฉันท์ รอง ผบช.ภ.9 แถลงข่าวความคืบหน้าของคดี กรณีพบศพชาวโรฮิงญาในพื้นที่บ้านตะโล๊ะ หมู่ 8 ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา ว่า เมื่อวันที่ 6 พ.ค. เจ้าหน้าที่เดินทางเข้าพื้นที่ จ.สตูล เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมในคดีโรฮิงญา มอบหมายให้ พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย รอง ผบช.ภ.9 รักษาการแทน ผบก.ภ.จ.สตูล ดำเนินการและสั่งเร่งสืบสวนสอบสวนคดีค้ามนุษย์ โดยทางตำรวจภูธร ภาค 9 เปิดยุทธการ “ปิดปลายทางเข้าประเทศไทย” โดยมีกำลังตำรวจภูธร ภาค 9 สนธิกำลังร่วมกับ ตชด. ทหาร ปูพรมเข้าร่วมตรวจสอบในพื้นที่ห่างไกลบนเทือกเขาแก้วจะกวาดล้างไม่ให้มีชาวโรฮิงญาอยู่ในพื้นที่และเสริมกำลังสกัดกั้นเส้นทางขึ้นเขา หากเจ้าหน้าที่ปฏิบัติอย่างจริงจังปัญหาชาวโรฮิงญาคงจะลดน้อยลงอย่างแน่นอน

รองนายกฯปาดังเบซาร์มอบตัว

ต่อมานายประสิทธิ์ เหล็มเหล๊ะ รองนายกเทศมนตรีเมืองปาดังเบซาร์ หนึ่งในผู้ต้องหาเข้ามอบตัวกับ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 9 เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาร่วมกันค้ามนุษย์ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังและร่วมกันเรียกค่าไถ่ จากการสอบสวนนายประสิทธิ์ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ส่วนที่ สภ.ปาดังเบซาร์ พนักงานสอบสวนควบคุมตัวนายยาหลี เขร็ม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ต.ปาดังเบซาร์ ไปฝากขังผัดแรกที่ศาลจังหวัดนาทวี หลังจากที่ได้เข้ามอบตัวไปก่อนหน้านี้ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ขอหมายจับเพิ่มอีก 10 คน จากเดิม 8 คน รวมทั้งหมดเป็น 18 คน จับได้แล้ว 5 คน มอบตัว 1 คน

ศาลอนุมัติหมายจับเพิ่ม 10 คน

พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และโฆษก ตร.กล่าวว่าศาลจังหวัดนาทวีอนุมัติหมายจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติมในคดีโรฮิงญา 10 คน เป็นผู้ที่มีส่วนช่วยเหลือสนับสนุนและเรียกรับผลประโยชน์ประกอบด้วยนายอัศณ์รัญ นวลรอด อายุ 56 ปี และนายมงคล สุโร อายุ 58 ปี ข้อหาสนับสนุนการกระทำผิดฐานค้ามนุษย์และเรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด จากผู้กระทำความผิดฐานค้ามนุษย์เพื่อมิให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ นายสุไหลหมาน หมัดอาค้ำ อายุ 57 ปี นายพิชัย คงเอียง อายุ 45 ปี นายสมยศ อังโชติพันธุ์ อายุ 45 ปี นายเจ๊ะมุสา สีสัน อายุ 39 ปี นายฝารีต๊ะ ทองแดง อายุ 46 ปี นายสะอารี เขร็ม อายุ 47 ปี นายศักดา ทองแดง อายุ 20 ปี และนายชลซาสน์ ไชยมณี อายุ 45 ปี ข้อหาสมคบและร่วมกันตั้งแต่สามคนขึ้นไปกระทำการอันเป็นการค้ามนุษย์ฯ ร่วมกันช่วยเหลือด้วยประการใดๆแก่บุคคลต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นโดยทำให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกายและร่วมกันเรียกค่าไถ่ เหตุเกิดแคมป์คนงานบนเทือกเขาแก้ว ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจน่าเชื่อว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ในชั้นการพิจารณาพยานหลักฐาน

ตรวจบัญชีนายหน้าชาวพม่า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ตำรวจชุดคลี่คลายคดีเรียกค่าไถ่ชาวโรฮิงญาใน จ.นครศรีธรรมราชสอบสวนพยานปากสำคัญเป็นญาติของชาวโรฮิงญาใน จ.นครศรีธรรมราช ไปหลายปากคดีมีความคืบหน้าไปมากโดยเฉพาะทางตำรวจตรวจสอบบัญชีของนางกะลิมะ ของธนาคารกสิกรไทย สาขาบางกอกน้อย กทม. เป็นนายหน้าชาวพม่า ญาติของนายคาเซ็มชาวโรฮิงญายืนยันโอนเงิน 95,000 บาทไปให้กับกลุ่มนายหน้าเครือข่ายนายอานัวเพื่อไถ่ตัวนายคาเซ็ม แต่ปรากฏว่ากลุ่มนายหน้านายอานัวไม่พอใจขอเงินค่าไถ่ตัวเพิ่มอีกเป็น 120,000 บาท ทำให้ญาติของนายคาเซ็มตัดสินใจเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ. เมืองนครศรีธรรมราช ทำให้นายอานัวโกรธแค้นฆ่านายคาเซ็มในที่สุดขณะถูกกักขังในแคมป์บนเขาแก้ว ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา จากการตรวจสอบเส้นทางของบัญชีดังกล่าวมีผู้เกี่ยวข้องทั้งคนไทยและชาวพม่า ทางตำรวจกำลังติดตามขยายผล

ผวจ.ระนองตรวจแนวชายแดน

นายสุริยันต์ กาญจนศิลป์ ผวจ.ระนอง พร้อมด้วย พล.ต.ต.นรินทร์ บุษยวิทย์ ผบก.ภ.จ.ระนอง พ.อ.จรูญ จตุรงค์ เสนาธิการทหาร ฉก.ร.25 นายบุญชัย สมใจ นายอำเภอกระบุรี ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบแนวชายแดนไทย-เมียนมาร์ ที่บ้านหาดจิก หมู่ 5 ต.ปากจั่น อ.กระบุรี จ.ระนอง เพื่อตรวจสอบแคมป์ชาวโรฮิงญา จากนั้นนายสุริยันต์กล่าวว่า ในพื้นที่ไม่พบแคมป์กักกันชาวโรฮิงญา สั่งกำชับให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติหน้าที่ออกตรวจทุกพื้นที่ หากพบใครมีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ให้ดำเนินการจับกุมทันที

ผบ.ตร.สั่งเด้ง 38 นายตำรวจ

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.มีคำสั่ง ตร.262/2558 ลงวันที่ 6 พ.ค.2558 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการ โดยในคำสั่งดังกล่าวระบุว่าเพื่อให้การปฏิบัติราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 แห่ง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติพ.ศ.2547 และข้อ 8 (1) แห่งระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2552 จึงให้ข้าราชการตำรวจ 38 นาย ดังมีรายชื่อปรากฏตามบัญชีรายชื่อแนบท้ายคำสั่งนี้ ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) โดยให้ขาดจากตำแหน่งเดิม เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมอบหมายจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงและให้ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดพิจารณาสั่งให้ข้าราชการตำรวจในสังกัดไปรักษาราชการแทนในตำแหน่งดังกล่าวได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 7 พ.ค.2558 เป็นต้นไป โดยให้ไปรายงานตัวที่ ศปก.ตร. ก่อนเวลา 16.00น. ของวันดังกล่าว

ตำรวจ ตม.6 เข้ากรุ 13 นาย

สำหรับรายชื่อนายตำรวจทั้ง 38 นายมีดังนี้ บช.สตม. 1.พ.ต.อ.ชัยสิทธิ์ ดีสุข ผกก.บริการคนต่างด้าว บก.ตม.6 2. พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ ผกก.ตม.จ.ระนอง บก.ตม.6 3.พ.ต.อ.ธีระยุทธ บุตรน้ำเพชร ผกก.ตม.จ.สตูล บก.ตม.6 4. พ.ต.อ.สุนทร อรุณนารา ผกก.ตม.จ.สงขลา บก.ตม.6 5.พ.ต.ท.ธนกฤต พรมดอนชาติ สวญ.ตม.ปาดังเบซาร์ บก.ตม.6 6. พ.ต.ท.อนุสรณ์ แก่งสันเทียะ รอง ผกก.ตม.จ.ระนอง บก.ตม.6 7.พ.ต.ท.ชัชวาลย์ ทิพย์พิชัย รอง ผกก.ตม.จ.สตูล บก.ตม.6 8.พ.ต.ต.รัชชวิช อัครมาส สว.ตม.จ.ระนอง บก.ตม.6 9.พ.ต.ต.ศยธน กระบิน สว.ตม.จ.สตูล บก.ตม.6 10.พ.ต.ต.สุระศักดิ์ ใจดี สว.ตม.ปาดังเบซาร์ บก.ตม.6 11. ร.ต.อ.เสกสรร องอาจ รอง สว.ตม.จ.สงขลา 12. ร.ต.ท.สิทธิ์ศักดิ์ อาดำ รอง สวป.ตม.จ.สตูล 13. ร.ต.ต.อนุชิต แก้วมณี รอง สว.อก.กก.บริการคนต่างด้าว บก.ตม.6

บก.ปคม. และตำรวจน้ำไม่รอด

บก.ปคม.ประกอบด้วย 14. พ.ต.อ.อริยพล สินสอน ผกก.5 บก.ปคม. 15.พ.ต.อ.สง่า ธีรศรัณยานนท์ ผกก.6 บก.ปคม. 16. พ.ต.ท.ธวัชชัย สงวนสุข รอง ผกก.5 บก.ปคม. 17.พ.ต.ท.ศราวุฒิ ลิจฉวีราช รอง ผกก.6 บก.ปคม. 18. พ.ต.ท.วีระศักดิ์ ติระพัฒน์ สว.กก.5 บก.ปคม. 19.พ.ต.ท.ปาณัฏฐ์ภูมิ อัครเดชะนนท์ สว.กก.6 บก.ปคม. 20. พ.ต.ต.สมเจตน์ ถือแก้ว สว.กก.6 บก.ปคม. ในส่วนตำรวจ บก.รน. 21.พ.ต.อ.ศิริพงษ์ เพ็ชรศิริรักข์ ผกก.8 บก.รน. 22.พ.ต.อ.พุฒิเดช บุญกระพือ ผกก.9 บก.รน. 23.พ.ต.ท.พิเชฐ สมรรคจันทร์ รอง ผกก.8 บก.รน. 24.พ.ต.ท.ชัยสิทธิ์ ฆารเจริญ รอง ผกก.9 บก.รน. 25.พ.ต.ท.รัฐศักดิ์ อิ่มฤทธา สว.ส.รน.1 กก.8 บก.รน. 26.พ.ต.ท.ฉัตรชัย ศักดิ์ดี สว.ส.รน.3 กก.9 บก.รน.

เด้ง 5 เสือ สภ.ละงู

บช.ภ.8 ประกอบด้วย 27.พ.ต.อ.กฤษศักดิ์ สงมูลนาค รอง ผบก.ภ.จ.ระนอง 28.ร.ต.ท.นราทอน สัมพันธ์ รอง สว. (ตำแหน่งควบ ผบ.หมู่ ถึงรอง สวป.) กก.สส.ภ.จ.ระนอง 29.ด.ต.ณรงค์ชัย ขุนทอง ผบ.หมู่ ป. สภ.สุขสำราญ จ.ระนอง 30.ด.ต.สุรินทร์ นุ้ยโถง ผบ.หมู่ ป.สภ.สุขสำราญ จ.ระนอง 31.ด.ต.ณัฐวรรธ ตั้นวิริยวงค์ ผบ.หมู่ (ป.) กก.สส.ภ.จ.ระนอง 32.ด.ต.โภคิน แสงแก้ว ผบ.หมู่ (ป.) กก.สส.ภ.จ.ระนอง 33.จ.ส.ต.สราวุธ เพชรรัตน์ ผบ.หมู่ (ป.) กก.สส.ภ.จ.ระนอง บช.ภ.9 34.พ.ต.อ.สมชัย เทศนอก ผกก.สภ.ละงู 35.พ.ต.ท.พินโญ คะนันชาติ รอง ผกก.สส.สภ.ละงู 36.พ.ต.ท.พัฒนพงษ์ ทองด้วง รอง ผกก.ป.สภ.ละงู 37.พ.ต.ท.ปัญญวัฒน์ เนียมละออง สวป.สภ.ละงู 38.ร.ต.อ.สุวรรณ ด้วงแก้ว สว.สส.สภ.ละงู

สอบ 29 โรฮิงญาสาวแก๊งค้ามนุษย์

ต่อมา พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย รอง ผบช.ภ.9 รรท.ผบก.ภ.จ.สตูล มีคำสั่งแต่งตั้งตำรวจไปปฏิบัติหน้าที่แทน 5 เสือ สภ.ละงู ประกอบด้วย พ.ต.อ.พิชัย ปกป้อง ผกก.อก.ภ.จ.สตูล ไปเป็น รรท.ผกก.สภ.ละงู พ.ต.ท.คมสัน แสงไกร รอง ผกก.สส.สภ.เมืองสตูล ไป รรท.รอง ผกก.สส.สภ.ละงู พ.ต.ต.สมบัติ ซุ้นหั้ว สวป.สภ.ควนกาหลง จ.สตูล ไปเป็นรรท.สวป.สภ.ละงู ขณะที่ พ.ต.อ.นิพนธุ์ เหมสลาหมาด รอง ผบก.ภ.จ.สตูล พร้อมชุดพนักงานสอบสวนเดินทางไปสอบปากคำชาวโรฮิงญาถูกจับกุมที่ อ.ละงู จ.สตูล เมื่อเดือน เม.ย. จำนวน 29 คน ถูกควบคุมตัวที่ห้องกักขังของ ตม.จ.พังงา และอีกบางส่วนอาศัยอยู่ที่บ้านเด็กและครอบครัว จ.พังงา ทั้งนี้เพื่อสืบสวนขยายผลติดตามจับกุมขบวนการค้ามนุษย์ในพื้นที่ จ.สตูล ต่อไป

รัฐประสานมาเลย์แก้ค้ามนุษย์

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุสิษฐ คุณากร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขีดเส้นให้เจ้าหน้าที่เร่งค้นหาแหล่งกักกันโรฮิงญาภายใน 10 วันว่า นายกฯต้องการสร้างความโปร่งใสและขับเคลื่อนการทำงานให้มีประสิทธิภาพทุกเรื่อง กรณีชาวโรฮิงญาอาจมีความเกี่ยวพันกับเรื่องการค้ามนุษย์มองได้ 2 ทางคือ ด้านความมั่นคงภายในประเทศ ถือเป็นความจำเป็นที่ต้องดูแลให้กับประชาชน ขณะเดียวกันเรื่องของสิทธิมนุษยชนต้องดูว่าทำอย่างไร จะสร้างความสมดุลระหว่างสิทธิมนุษยชนและความมั่นคง หลายกรณีที่ผ่านมาปัญหาด้านความมั่นคง เกิดจากผู้ที่หลบหนีเข้าเมืองมาไม่ได้หมายถึงชาวโรฮิงญาอย่างเดียว ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องทำงานอย่างเต็มที่ ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ประสานประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศมาเลเซียอยู่ในทุกด้าน

ซัด จนท.เอี่ยวจี้ “ประวิตร” ลงพื้นที่เอง

นายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์กล่าวถึงปัญหาการค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญาว่า ปัญหาเกิดจากหนีร้อนมาพึ่งเย็น หนีมาพักหรือผ่านประเทศไทยเพื่อจะเดินทางต่อไปยังประเทศที่สามที่เป็นโลกมุสลิม การละเมิดสิทธิและค้ามนุษย์ทั้งกักขังเรียกค่าไถ่และใช้แรงงานที่ปรากฏเป็นข่าว ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน อบต.ก่อนหน้านี้เคยถูกเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ จ.สงขลา เรียกตัวไปพบมาแล้ว แทนที่จะเบาบางลงกลับขยายขบวนการใหญ่มากขึ้นเพราะเจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายปกครอง ทหารและตำรวจในพื้นที่ต่างมีส่วนร่วมรู้เห็น ขอให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ลงพื้นที่ไปเอกซเรย์ตรวจสอบด้วยตัวเองทั้งหน่วยความมั่นคงทหาร ตำรวจ ผู้ว่าฯ นายอำเภอ ว่ามีส่วนหรือไม่อย่างไร อย่าแก้ไขแบบไฟไหม้ฟาง

ปูดข้าราชการตัวการใหญ่

นายถาวรกล่าวอีกว่า ที่จับผู้ต้องหาได้ตามข่าวเป็นแค่ปลายแถวเพราะต้นทางการลักลอบนำชาวโรฮิงญาเข้าไทยมีต้นทางใหญ่ที่ จ.ระนอง การจะเดินทางมาถึง จ.สงขลาต้องผ่านด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครองหลายสิบด่าน ขนกันเป็นขบวนก่อนที่จะมากักตัวกระจายตามแคมป์ต่างๆหลายสิบแห่ง ฟันธงว่ามีข้าราชการเป็นตัวการใหญ่ที่สุดในขบวนการนี้ โดยเรียกรับผลประโยชน์จากการค้ามนุษย์ตลอดจนการใช้แรงงานและกักขังเรียกค่าไถ่ชาวโรฮิงญา ทำให้ประเทศไทยเสียชื่อเสียงและเสียภาพลักษณ์ชนิดให้อภัยไม่ได้ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลโดยเฉพาะ 2 รัฐมนตรี อย่าละเลยและขอให้รู้เท่าทันข้อมูลที่ข้าราชการนำเสนอ อย่าอยู่แต่บนหอคอยงาช้างให้ลงไปเองแล้วจะรู้สันดานข้าราชการที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้มากขึ้นว่าเป็นอย่างไร ที่สำคัญขอให้กวาดล้างขบวนการค้ามนุษย์นี้ให้สิ้นซากอย่าได้เกรงใจว่าใครจะเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับคนใน คสช. ผิดว่าไปตามผิด ถูกว่าไปตามถูก อย่าหลิ่วตา

“บิ๊กตู่” จัดเวทีสางปัญหา

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงการแก้ปัญหาชาวโรฮิงญาที่มีการเรียกร้องให้รัฐบาลไทยหารือกับประเทศเมียนมาร์และมาเลเซียว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการตั้งเวทีพูดคุยกันอยู่ ส่วนที่จับกุมได้นั้นกำลังหาสถานที่พักพิงให้เพราะถือว่าผิดกฎหมายหลบหนีเข้าเมือง โดยต้องดูแลจัดหาอาหารให้ตามหลักของศาสนาถือเป็นภาระของประเทศไทยเป็นเรื่องสำคัญเพราะต่างชาติจับตาดูอยู่ แต่ถ้ามีการประโคมข่าวออกไปมากๆไม่น่าจะดีนักเนื่องจากเป็นเรื่องของกระบวนการข้ามชาติ ต้องไปแก้ปัญหาที่ต้นทาง ประเทศไทยเป็นกลางทางและปลายทางคือประเทศที่สาม ต้องมีการหารือกับประเทศอื่นๆที่เกี่ยวข้องให้เข้าใจว่าการแก้ปัญหามีความเชื่อมโยงและอนาคตปัญหาเหล่านี้จะยากขึ้นเมื่อเราเป็นประชาคมอาเซียน อีกทั้งประเทศไทยเป็นแหล่งที่หาเงินง่าย และยอมรับว่าประเทศไทยหลวมก็ต้องขันนอตให้แน่น

“ประวิตร” ไม่มีรายงาน พ.ต.เอี่ยวโรฮิงญา

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่มีนายทหารยศ พ.ต.เข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการลักลอบนำเข้าชาวโรฮิงญาว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตนยังไม่ได้รับรายงานว่าเป็นใคร ขณะนี้เป็นเพียงข่าวรายงานที่เป็นลายลักษณ์อักษรยังไม่ถึงตน ทั้งนี้ คนที่เกี่ยวข้องต้องถูกดำเนินคดีทั้งหมด ส่วนที่มีข่าวว่าตนให้สัมภาษณ์ว่ามีนายทหารยศ พ.อ.ไปเกี่ยวข้องนั้น ตนไม่ได้พูดเจาะจงว่าเป็นใคร เพียงแต่บอกแค่ว่าถ้าเป็นข้าราชการทหารหรือตำรวจ รวมทั้งข้าราชการท้องถิ่นต้องถูกลงโทษทั้งหมดและถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

พร้อมชี้แจง “อียู” ปัญหาประมงไทย

เมื่อถามว่า อีกไม่กี่เดือนจะมีการจัดอันดับประเทศที่มีปัญหาการค้ามนุษย์ กรณีนี้จะส่งผลทำให้ไทยไม่หลุดจากระดับเทียร์ 3 หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ส่งผลกระทบเพราะขึ้นอยู่กับว่าเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการหรือไม่ การหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเกิดขึ้นได้ทุกพื้นที่เพราะยากที่จะไปห้าม ส่วนกรณีที่ผู้แทนสหภาพยุโรป (อียู) จะเดินทางมาติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาประมงของไทยในวันที่ 8 พ.ค.นั้น เรามีความพร้อมชี้แจงทุกเวลา ขณะนี้กฎหมายมีผลบังคับใช้แล้ว พร้อมดำเนินการทุกเรื่องไม่ต้องห่วง

มท.1 ย้ำพิเศษไม่มีค้ามนุษย์

ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ในการประชุมข้อสั่งการผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เน้นการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์โดยเฉพาะประเด็นผู้อพยพชาวโรฮิงญา ส่วนนี้เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนกำลังลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบ ขอย้ำเป็นพิเศษไม่ให้มีการค้ามนุษย์หรือซุกซ่อนชาวโรฮิงญาในทุกพื้นที่ ทั้งนี้ สำหรับกรณีนายกรัฐมนตรีกำหนดกรอบเวลา 10 วันในการตรวจสอบการค้ามนุษย์นั้นถือว่าไม่กดดัน โดยตนจะกำหนดมาตรการเข้มงวดให้มากขึ้นนับตั้งแต่วันนี้

พม.เยียวยาผู้เสียหายเด็กและผู้หญิง

ด้าน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า ในด้านการคุ้มครองกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ โดยเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสงขลา (พมจ.สงขลา) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชาวโรฮิงญาผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ที่รักษาตัวเป็นผู้ป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลปาดังเบซาร์ ส่วนสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ (ชาย) จังหวัดสงขลาได้รับเด็กไว้คุ้มครองแล้ว ส่วนผู้หญิงยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลและจะส่งเข้ารับการคุ้มครองต่อไป อย่างไรก็ตาม ตนได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมในการจัดสถานที่รองรับผู้เสียหายจากกรณีดังกล่าวตามภารกิจของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ

สหประชาชาติแถลงการณ์เป็นห่วง

สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ออกแถลงการณ์กรณีพบหลุมฝังศพหมู่ของชาวโรฮิงญาในพื้นที่ชายแดนใต้ของประเทศไทย โดยนายเจมส์ ลินช์ ผู้แทนยูเอ็นเอชซีอาร์ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้เรียกร้องให้รัฐบาลแต่ละประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกันแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์ ซึ่งรวมถึงประเทศที่เป็นต้นทาง ทางผ่าน และปลายทางของขบวนการค้ามนุษย์ โดยมุ่งเน้นที่มาตรการความร่วมมือระหว่างผู้บังคับใช้กฎหมาย ตลอดจนการจัดการรากเหง้าของปัญหาที่ประเทศต้นทางซึ่งทำให้ผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาต้องหลบหนีชะตากรรมอันโหดร้ายมาเผชิญกับขบวนการค้ามนุษย์ และจำเป็นต้องมีกระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริงที่โปร่งใส เพราะผู้ลี้ภัยถือเป็นกลุ่มคนที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของยูเอ็นเอชซีอาร์

คัดกรองผู้ลี้ภัยส่งประเทศที่สาม

นอกจากนี้ แถลงการณ์ของยูเอ็นเอชซีอาร์ระบุว่าความร่วมมือระหว่างไทยและมาเลเซียมีความจำเป็นต่อการสอบสวนข้อเท็จจริง เพราะหลุมศพผู้อพยพและผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาที่พบอยู่ตามแนวพรมแดนซึ่งเชื่อมต่อระหว่าง 2 ประเทศ ส่วนข้อมูลที่พบในการสืบสวนสอบสวนจะต้องได้รับการแบ่งปันกันระหว่างรัฐบาล ขณะที่ยูเอ็นเอชซีอาร์จะเร่งลำเลียงความช่วยเหลือที่จำเป็นให้แก่ชาวโรฮิงญาซึ่งได้รับผลกระทบ ทั้งด้านอาหาร เครื่องนุ่งห่มและยารักษาโรค จากนั้นจึงจะดำเนินการคัดกรองผู้ลี้ภัยเพื่อส่งตัวไปยังประเทศที่สามที่สามารถให้ที่พักพิงแก่ผู้ลี้ภัยได้ต่อไปในอนาคต

เตรียมออกหมายจับเพิ่มอีก 18 คน

ช่วงค่ำวันเดียวกัน พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า พนักงานสอบสวนจะออกหมายจับ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีโรฮิงญาเพิ่มอีก 18 คน โดยกลุ่มคนพวกนี้มีพยานปากสำคัญยืนยันมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีรับผลประโยชน์รวมถึงเรียกค่าไถ่ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางในพื้นที่ จ.สตูล สงขลาและระนอง หนึ่งในนั้นเป็นนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ ต.ปาดังเบซาร์ โดยในวันที่ 8 พ.ค. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. จะเป็นประธานประชุมชี้แจงแผนการปฏิบัติแบบบูรณาการตามยุทธศาสตร์ป้องกันปราบ ปรามการค้ามนุษย์พร้อมทั้งแถลงความคืบหน้าของคดีดังกล่าวด้วย

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้