วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แถลงการณ์ 8 ข้อ จี้ สภา ม.วลัยลักษณ์ รับผิดชอบความล้มเหลว

แถลงการณ์ 8 ข้อ จี้ สภา ม.วลัยลักษณ์ รับผิดชอบความล้มเหลว

  • Share:

แถลงการณ์ 8 ข้อ จี้ สภา มวล.รับผิดชอบความล้มเหลว ปมส่อทุจริตก่อสร้างโครงการศูนย์การแพทย์ ม.วลัยลักษณ์-แต่งตั้งรักษาการอธิการบดี ผิด พ.ร.บ.ม.วลัยลักษณ์ มาตรา 23

จากกรณี นายอาคม จิตร์พาณิชย์ นิติกร และนายอุทัย แกล้วกล้า จนท.บริหารงานทั่วไป มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราช พร้อมพวกรวม 17 คน แจ้งความดำเนินคดีผู้บริหารและกรรมการสภามหาวิทยาลัย กรณีถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรงอย่างไม่เป็นธรรม และแจ้งดำเนินคดีฐานละเว้นในการปฏิบัติหน้าที่กับผู้กระทำผิดในการก่อสร้างศูนย์การแพทย์ อีกทั้งแต่งตั้ง รก.อธิการบดี โดยไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.มหาวิทยาลัย พร้อมกับร้องเรียนแม่ทัพภาค 4 ศูนย์ดำรงธรรมและนายกรัฐมนตรีให้ใช้ ม.44 เข้ามาแก้ไขปัญหา ล่าสุด ทางคณาจารย์และนักวิชาการ ม.วลัยลักษณ์ ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้สภามหาวิทยาลัย ออกมาแสดงความรับผิดชอบเกี่ยวกับปัญหาความวุ่นวายในการก่อสร้างศูนย์การแพทย์นั้น

ความคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มนักวิชาการและคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้ออกแถลงการณ์ถึงความล้มเหลวของสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์กับโครงการศูนย์การแพทย์ ม.วลัยลักษณ์ ที่นายกสภามหาวิทยาลัยจะต้องรับผิดชอบ พร้อมกับตั้งข้อสังเกตถึงความไม่ชอบมาพากล ใจความว่า 1.หนังสือค้ำประกันสัญญาเป็นเท็จ ทำไมเพิ่งมาตรวจพบหลังจากที่ทำสัญญาไปแล้วกว่าครึ่งปี การกระทำอย่างนี้ เท่ากับว่ามีเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ 2.โครงการที่มีงบประมาณกว่า 5,600 ล้านบาท ทำไมต้องจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ ทั้งๆ ที่มีเวลาเพียงพอในการดำเนินการ หรือมีการฮั้วประมูลกับผู้รับจ้าง 3.ฝ่ายผู้บริหารมหาวิทยาลัยฯ รู้ว่า เอกสาร หนังสือค้ำประกันเป็นโมฆะ ทำไมไม่แจ้งความร้องทุกข์ เพื่อนำคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและค้นหาความจริงให้ปรากฏ 4.ศูนย์การแพทย์เป็นความหวังของชาวนครศรีธรรมราช ที่รอคอยมานาน ผู้บริหาร สมาชิกสภา นายกสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ทำลายโอกาสของ มวล. และคนเมืองคอนอย่างไร้สำนึกยังมีความชอบธรรมอยู่อีกหรือ

5.การแต่งตั้งรักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้ทำแบบเร่งรีบแบบสุกเอาเผากิน จนกระทั่งผิด พ.ร.บ.ม.วลัยลักษณ์ มาตรา 23 และการแต่งตั้งครั้งที่ 2 หลังจากนั้น 7 วัน จนถึงขั้นขยายอำนาจ กระทั่งถึงขั้นร้ายแรงที่ทำการละเมิดพระราชอำนาจ ทั้งๆ ที่รู้ว่า มวล.มีความขัดแย้ง ผู้ที่ไม่มีประสบการณ์มาบริหารเหมือนกับเติมเชื้อให้ลุกโชน 6.มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงกับพนักงาน มวล. รวม 17 คน ที่อ้างว่าร่วมประโยชน์ให้กับผู้ที่รับจ้างก่อสร้างศูนย์การแพทย์ ซึ่งทั้ง 17 คนเป็นแค่ปลาซิวปลาสร้อย ไม่เกี่ยวข้องกับการทำสัญญาที่ใช้หลักประกันปลอม ส่วนผู้บริหารสูงสุด คือ อดีตอธิการบดีที่ลงนามกลับลอยนวล 7.ทำขอบเขตของงานใหม่ก็มีการลดสเปก โดยเฉพาะในส่วนของผู้รับจ้างที่ไม่ต้องมีประสบการณ์การก่อสร้างโรงพยาบาลที่มีห้องผ่าตัด หรือห้อง ICU มาก่อน ทำเหมือนกับให้เข้าทางของใครบางคนหรือเปล่า

8.ทำไมฝ่ายบริหารถึงปล่อยให้มีคดีฟ้องร้องกันมากมาย ทั้งผู้รับจ้างฟ้องเอาผิดกับมหาวิทยาลัยกรณียกเลิกสัญญา หรือพนักงานที่ถูกตั้งกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง มีการร้องทุกข์กล่าวโทษผู้บริหารและสภามหาวิทยาลัยกับตำรวจ สภ.ท่าศาลา ฟ้องร้องคดีกับศาลอาญา มาตรา 157 จนกระทั่งมีการร้องให้มีการใช้มาตรา 44 จนเวลาล่วงเลยมาปีกว่าแล้ว ที่มีการตรวจเจอเอกสารประกันสัญญาปลอมที่เป็นเท็จ แต่โครงการก่อสร้างศูนย์การแพทย์ มวล.ก็ยังไม่มีความก้าวหน้า เพียงแต่มาติดป้ายคัตเอาต์ว่าจะเร่งก่อสร้างโดยเร็ว งบประมาณยังอยู่ครบและมาแสดงโรดแม็ปของโครงการ แต่ชาวบ้านยังไม่มีความมั่นใจว่า โครงการนี้ถ้าให้ มวล.ดำเนินการต่อไปจะก้าวหน้าต่อไปอีกหรือไม่ ผู้บริหารไม่เคยออกมาขอโทษที่ทำโครงการไม่สำเร็จ และไม่เคยแสดงความรับผิดชอบ มีแต่แก่งแย่งอำนาจบริหารกัน หรือว่าเราต้องขับไล่อธิการบดีคนที่ไม่เข้าถึงชุมชนกันอีกกี่คน จึงขอร้องอย่าทำลาย มวล. และอย่าทำลายโอกาสของคนเมืองนครฯ อีกต่อไป

ในขณะที่คณะกรรมการอุทธรณ์ของ มวล. ได้นัดประชุมการอุทธรณ์คำสั่งตั้งกรรมการสอบผู้ร้องเรียนทั้ง 17 คน โดยได้นัดประชุมกันวันที่ 7 พ.ค. แต่ยังไม่มีการแจ้งผลการพิจารณาแต่อย่างใด ซึ่งข่าวคืบหน้าจะนำเสนอให้ทราบต่อไป.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้