วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กรมขนส่งฯ จ่อชงลดภาษีรถยนต์ใช้ เอ็นจีวี-ไฟฟ้า หนุนประหยัดพลังงาน

กรมขนส่งฯ จ่อชงลดภาษีรถยนต์ใช้ เอ็นจีวี-ไฟฟ้า หนุนประหยัดพลังงาน

  • Share:

กรมการขนส่งทางบก เดินหน้าสนับสนุนการใช้รถยนต์พลังงานสะอาดจากไฟฟ้า และก๊าซธรรมชาติ NGV โดยกำหนดอัตราจัดเก็บภาษีรถประจำปี ต่ำกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง หวังส่งเสริมประหยัดพลังงาน-อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม...

นายสุชาติ กลิ่นสุวรรณ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า เนื่องจากปัจจุบันสถานการณ์ราคาน้ำมันมีความไม่แน่นอนจากหลายๆ ปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งทำให้มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับน้ำมันเป็นพลังงานเชื้อเพลิงที่ก่อให้เกิดมลพิษในอากาศ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมให้มีการใช้พลังงานอื่นทดแทนการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง โดยเฉพาะรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานทดแทนที่เป็นพลังงานสะอาด เช่น พลังงานไฟฟ้า ก๊าซธรรมชาติ กรมการขนส่งทางบกจึงได้กำหนดอัตราการจัดเก็บภาษีรถประจำปี สำหรับรถพลังงานสะอาดดังกล่าวเป็นการเฉพาะ โดยรถที่ขับเคลื่อนด้วยกำลังไฟฟ้าหรือขับเคลื่อนด้วยพลังงานประเภทอื่นโดยไม่ใช้เครื่องยนต์

รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวต่อว่า หากเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง จะเก็บอัตราภาษีตามน้ำหนักของรถ เป็นอัตราเดียวกับภาษีที่จัดเก็บในรถกระบะ ซึ่งน้อยกว่าอัตราภาษีรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และถ้าหากเป็นรถประเภทอื่น นอกเหนือจากรถนั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง เช่น รถตู้ รถบรรทุก รถจักรยานยนต์ รวมไปถึงรถบดถนน รถแทรกเตอร์ที่ใช้ในการเกษตร และรถยนต์รับจ้างระหว่างจังหวัด กำหนดจัดเก็บภาษีในอัตรากึ่งหนึ่งของอัตราภาษีในรถประเภทเดียวกันที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง เช่น รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง เสียภาษีประจำปีคันละ 100 บาท ในขณะที่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลที่ใช้พลังงานขับเคลื่อนจากไฟฟ้าจะเสียภาษีประจำปีคันละ 50 บาท เท่านั้น

นายสุชาติ กล่าวอีกว่า สำหรับรถที่ใช้ก๊าซธรรมชาติที่ประกอบด้วยก๊าซมีเทนเป็นส่วนใหญ่ เป็นเชื้อเพลิงหรือก๊าซ NGV เพียงอย่างเดียวนั้น จัดเก็บภาษีในอัตรากึ่งหนึ่งของอัตราภาษีในรถประเภทเดียวกันที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง แต่หากเป็นระบบก๊าซ NGV ร่วมหรือสลับกับน้ำมันเชื้อเพลิง อัตราภาษีที่จัดเก็บอยู่ที่สามในสี่ของอัตราที่กำหนด และสำหรับรถที่ใช้แก๊ส LPG นั้น กรมการขนส่งทางบกยังไม่มีการพิจารณาปรับเพิ่มอัตราภาษีรถประจำปี ยังคงเรียกเก็บในอัตราเดิมตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 ซึ่งประชาชนสามารถขอดูรายละเอียดอัตราภาษีรถประเภทต่างๆ ได้ที่เว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก www.dlt.go.th

รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวด้วยว่า จากข้อมูลวันที่ 31 มี.ค.58 มีจำนวนรถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกจำนวน 2,300 คัน เป็นรถจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติรถยนต์จำนวน 2,262 คัน ส่วนใหญ่เป็นรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล และรถที่จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติการขนส่งอีกจำนวน 38 คัน ในขณะที่จำนวนรถจดทะเบียนสะสมทั่วประเทศมีจำนวนทั้งสิ้น 36,159,812 คัน เป็นรถใช้น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิงจำนวน 24,983,990 คัน น้ำมันดีเซลจำนวน 9,223,381 คัน LPG 1,240,783 คัน และ NGV จำนวน 415,164 คัน

"ทั้งนี้ การชำระภาษีรถประจำปี ต้องมีหลักฐานการทำ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถมาแสดง โดยจะมีสมุดคู่มือจดทะเบียนรถหรือไม่ก็ได้ และสำหรับรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานเกิน 7 ปี หรือรถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งานเกิน 5 ปีขึ้นไป ต้องมีใบรับรองการตรวจสภาพรถจากสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) มาแสดงด้วย รวมถึงรถที่ติดตั้งแก๊สต้องมีหนังสือรับรองการตรวจและทดสอบตามระยะเวลาที่กำหนดด้วย ทั้งนี้ ภาษีดังกล่าวกรมการขนส่งทางบกจัดส่งให้ท้องถิ่น เพื่อนำไปพัฒนาให้เกิดประโยชน์กับประชาชนโดยรวมในที่สุด" นายสุชาติ กล่าว.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้