วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
วันกาชาดโลก 2558 วันแห่งการขอบคุณจากใจ

วันกาชาดโลก 2558 วันแห่งการขอบคุณจากใจ

โดย ซูม
8 พ.ค. 2558 05:01 น.
  • Share:

วันนี้ (8 พฤษภาคม) เป็น “วันกาชาดโลก” ครับ เป็นวันคล้ายวันเกิดของคุณอังรี ดูนังต์ ผู้ให้กำเนิดกาชาดสากล และต่อมา คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศได้พร้อมใจกันยกให้วันนี้เป็นวันกาชาดโลกเพื่อระลึกถึงท่าน

ที่ผมทราบก็เพราะจดหมายข่าวชิ้นเล็กๆ ที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์สภากาชาดไทย ส่งมาแจ้งให้ทราบว่าสภากาชาดไทยจะร่วมเฉลิมฉลองวันกาชาดโลกครบรอบ 50 ปี ในปี 2558 นี้ด้วย

โดยจะจัดงานขึ้นในวันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม หรือวันพรุ่งนี้ ที่สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์ ตั้งแต่ 08.30-15.30 น.

จะมีการแสดงนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับกาชาดสากล และกาชาดไทย ภายใต้หลักการสำคัญ 7 ประการ ของกาชาด อันได้แก่

หลักมนุษยธรรม, ความไม่ลำเอียง, ความเป็นกลาง, ความเป็นอิสระ, ความเป็นอาสาสมัคร, ความเป็นเอกภาพ และความเป็นสากล

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสนุกๆกับดาราคนดังของวงการบันเทิงไทยหลายๆราย อาทิ บุ๋ม ปนัดดา-เอก เอกริน-จอย รินลณี-อาเล็ก ธีรเดช ฯลฯ

แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือการเปิดรับบริจาคโลหิต, สเต็มเซลล์, ดวงตา, อวัยวะ และร่างกายของท่าน เพื่อประโยชน์ในการต่อชีวิตต่ออายุแก่ คนไข้อื่นๆ ที่กำลังรอคอยความเมตตาจากท่านอยู่

ผมรีบลงให้ด้วยความเต็มใจอย่างยิ่งและขอเรียนย้ำให้ท่านผู้อ่านที่มีโอกาสได้อ่านคอลัมน์ของผมวันนี้ไปร่วมงานและไปร่วมบริจาคต่างๆ อย่างพร้อมเพรียงกัน

โดยเฉพาะการบริจาคเลือดหรือบริจาคโลหิตเพื่อให้มีโลหิตสำรองพอเพียงในการช่วยเหลือผู้โชคร้าย หรือผู้เจ็บป่วยที่มีความต้องการโลหิตค่อนข้างมากในปัจจุบัน จนบางครั้งแทบไม่พอที่จะส่งให้แก่โรงพยาบาลต่างๆ

ผมเองก็เพิ่งจะใช้บริการจาก “โลหิตบริจาค” ของพี่น้องประชาชนชาวไทยไปหมาดๆ เมื่อวันที่ 4 เมษายน ซึ่งเป็นวันที่ผมไปผ่าบายพาสหัวใจดังที่เขียนเล่าไว้แล้ว

ไม่แน่ใจว่าจะเป็นเลือดที่มีผู้บริจาคแก่โรงพยาบาลรามาธิบดีโดยตรง หรือเป็นเลือดที่เบิกมาจากสภากาชาดไทย แต่โดยหลักการแล้ว ถือว่าเป็นเลือดจากการบริจาค ซึ่งมีการเชื่อมโยง เกื้อกูลกันทั้งระบบ โดยมีสภากาชาดไทยเป็นศูนย์รวมหรือคลังใหญ่ของประเทศที่โรงพยาบาลต่างๆ จะมาขอเบิกไปใช้ได้

แต่ที่แน่นอนเลือดหลายถุงที่ช่วยชุบชีวิตผมในวันผ่าตัดใหญ่ครั้งนี้เป็นเลือดจากการบริจาคร้อยเปอร์เซ็นต์

จะเป็นเลือดของท่านผู้ใดผมคงไม่มีทางทราบได้ เพราะในแต่ละปีจะมีผู้บริจาคจำนวนมาก...แต่จะเป็นท่านใดก็แล้วแต่เถอะ ผมขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงไว้ ณ ที่นี้

พร้อมกับสำนึกในพระคุณของท่านที่ผมจะขอตอบแทนเท่าที่มีโอกาสจะตอบแทนได้นับแต่นี้เป็นต้นไป

โดยเฉพาะได้ตั้งปณิธานเอาไว้ว่าเมื่อผมฟื้นตัวกลับมาสู่ความแข็งแรงร้อยเปอร์เซ็นต์เมื่อไร จะไปบริจาคโลหิตใช้หนี้พระคุณในทันที

ผมจำได้ว่าวันที่ผมออกจากโรงพยาบาลรามาธิบดี แล้วเขียนรายงานตัวเป็นวันแรกว่าผมหายไปไหน? และไปทำอะไรมา? นั้น ผมได้เขียนขอบคุณคุณหมอ คุณพยาบาล ตลอดจนเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายของโรงพยาบาลที่ดูแลผมอย่างดียิ่ง

อันเป็นธรรมเนียมของคนไข้หรือผู้ไปผ่าตัดทั้งหลาย เมื่อรอดลงจากเขียงกลับมาได้ก็อดมิได้ที่จะขอบคุณทุกๆคนที่เกี่ยวข้องกับการรักษาและดูแลเรา

แต่เราก็มักจะลืมผู้มีพระคุณตัวจริงผู้ชุบชีวิตเราให้กลับคืนมาสู่ความสมบูรณ์แข็งแรงอีกครั้งตัวจริงไปเสียสนิท

นั่นก็คือเจ้าของเลือดหรือโลหิตที่บริจาคไว้ และเราได้มีโอกาสได้ใช้โลหิตของท่านเหล่านั้น

เป็นสิ่งที่ซื้อหาไม่ได้เลย นอกจากจะได้รับมาจากการบริจาคจากผู้ใจบุญเท่านั้น

เป็นโลหิตที่ไม่มีการแบ่งชั้นวรรณะ เพราะได้มาจากการบริจาคของผู้คนทุกชั้นวรรณะ และจะนำไปใช้กับคนไข้ทุกชั้นวรรณะไม่ว่าคนร่ำรวยหรือคนยากจน

จึงขอถือโอกาสวันกาชาดโลกวันนี้เขียนกราบขอบพระคุณท่านผู้บริจาคโลหิตอันมีพระคุณยิ่งต่อการผ่าตัดบายพาสหัวใจของผมอีกครั้ง

พระคุณของท่านถือว่าชดใช้ไม่มีวันหมดครับ ขอบพระคุณอีกครั้งนะครับสำหรับผู้บริจาคโลหิตในอดีตที่ผ่านมา และที่จะบริจาคตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงอนาคตอันไม่มีวันสิ้นสุดข้างหน้า.

“ซูม”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้