วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แย่งซีนร่างรธน. เสธ.อู้ว้ากสมบัติ

แย่งซีนร่างรธน. เสธ.อู้ว้ากสมบัติ

  • Share:

ตัดหน้านัดระดมสมอง74พรรคร่วมนักวิชาการ

“เสธ.อู้” ฉุน “สมบัติ” ปาดหน้าเค้ก ระดมตัวแทนพรรคการเมือง-นักวิชาการให้ข้อเสนอแนะร่าง รธน. บอกมีโอกาสเจอตัวจะถามเหตุผล ปธ.กมธ.ปฏิรูปการเมืองไม่สนเดินหน้ารับฟังทุกฝ่าย หวังเพิ่มน้ำหนักคำแปรญัตติแก้ไขร่างแรก “ไพบูลย์” ยัดประชามติลงบทเฉพาะกาล อ้างไม่ให้กระเทือนไปถึง คสช. “เทียนฉาย” แขวะสองพรรคใหญ่กลัวเหงา ชงโมเดลใช้ รธน.เก่าประกบร่างใหม่ “บิ๊กป้อม” เมินคำขอฝ่ายการเมืองจัดประชุมพรรค “วิษณุ” โหมโรงทีมเกาะติดพิมพ์เขียว ห่วงประดิดประดอยถ้อยคำมากทำคนงง คสช.มอบ “มีชัย” นำทีมชำแหละ “หลวงพี่เทพ” ตีตราห้ามแก้ รธน. หนุนสุดลิ่ม “บิ๊กตู่” ลากยาวอำนาจ

แรงกดดันต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญยังคงมีต่อเนื่อง ล่าสุด พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษก กมธ.ยกร่างฯ แสดงความไม่พอใจนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ประธาน กมธ.ปฏิรูปการเมือง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่ปาดหน้าเชิญตัวแทนพรรคการเมืองและกลุ่มนักวิชาการ เข้าให้ความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรก

เชิญพรรคการเมืองชำแหละ รธน.

เมื่อเวลา 13.15 น. วันที่ 6 พ.ค. ที่รัฐสภา นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวว่า ที่ประชุม กมธ.ปฏิรูปการเมืองมีมติจัดสัมมนา 2 ครั้ง เพื่อระดมความเห็นการเสนอญัตติแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญร่างแรก โดยนัดแรกวันที่ 15 พ.ค. จะเชิญตัวแทน 74 พรรคการเมืองและภาคประชาชน ส่วนนัดที่สอง จะเชิญคณบดี หรือตัวแทนคณะนิติศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยต่างๆมาให้ความเห็น โดยคณะอนุกรรมาธิการเตรียมญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มีนายดิเรก ถึงฝั่ง เป็นประธาน จะรวบรวมความเห็นเพื่อร่างเป็นญัตติขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ส่งให้ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าความเห็นจากการสัมมนาทั้ง 2 ครั้งจะมีประเด็นที่ตรงกันเพื่อเพิ่มน้ำหนักในการเสนอแก้ไข ถ้ามีส่วนที่เห็นแย้งแต่มีนัยสำคัญก็จะเพิ่มเติมเป็นญัตติให้

ให้ คสช.ชี้ขาดปล่อยผีการเมือง

นายสมบัติกล่าวอีกว่า ส่วนที่พรรคการเมืองจะขออนุญาตคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จัดประชุมระดมความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญ ขึ้นอยู่กับ คสช.อนุญาตหรือไม่ หากเป็นการปรึกษาหารือธรรมดาไม่ได้สร้างเงื่อนไข ก็ไม่น่ามีปัญหา การทำประชามติมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือ ทำให้รัฐธรรมนูญมีความชอบธรรม ส่วนข้อเสียจะทำให้การเลือกตั้งล่าช้า ต้องใช้เวลาให้ประชาชนทำความเข้าใจ การทำประชามติที่เหมาะที่สุด คือ ต้องทำประเด็นเดียว ถ้ารายประเด็นหรือรายมาตราจะยุ่งยากมาก และบรรยากาศทางการเมืองก็มีส่วน เพราะเริ่มมีความกังวลว่าการทำประชามติอาจทำให้เกิดการเผชิญหน้าแล้วบ้านเมืองจะช้ำไปกว่านี้หรือไม่

“เสธ.อู้” ปรี๊ด “สมบัติ” ปาดหน้าเค้ก

พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ไม่เข้าใจว่าทำไมนายสมบัติถึงทำแบบนี้ เพราะ กมธ.ยกร่างฯเตรียมเชิญพรรคการเมืองมาให้ความเห็นอยู่แล้ว อยากทราบเหตุผลเหมือนกันแต่ไม่มีโอกาสเจอตัว นายสมบัติและ กมธ.ปฏิรูปการเมืองน่าจะคิดเองได้ ทำไมถึงไปเอาคนอื่นมาช่วยคิด ความเห็นของพรรคการเมืองมีหลากหลายมาก จะเอามาหลอมรวมคงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ กมธ.ยกร่างฯไม่มีปัญหาพร้อมรับฟังทุกความเห็นที่ กมธ.ปฏิรูปจะดำเนินการ เป็นเรื่องดีที่ กมธ.ปฏิรูปการเมืองจะได้สรุปประเด็นส่งมาให้ กมธ.ยกร่างฯดูก่อนที่จะเชิญพรรคการเมืองมา ทำให้เราทำงานง่ายขึ้น

โยกประชามติลงบทเฉพาะกาล

นายไพบูลย์ นิติตะวัน กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. โยนเรื่องการทำประชามติให้ คสช. และ สปช. เป็นผู้ตัดสินใจ ว่า คิดว่านายกฯคงให้แสดงความเห็นเพื่อเสนอให้คสช.หรือ ครม.ตัดสินใจ แต่เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวไม่ได้บัญญัติเรื่องประชามติไว้ ดังนั้น ตนจะเสนอในที่ประชุม กมธ.ยกร่างฯวันที่ 29 พ.ค. ให้เพิ่มเติมไว้ในบทเฉพาะกาลร่างรัฐธรรมนูญว่า หลังรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ 90 วัน ให้จัดการลงประชามติ ซึ่งข้อเสนอนี้ไม่ทำให้เกิดแรงกระเพื่อมต่อ คสช. เพราะไม่ต้องไปแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว

อ้างไม่ให้กระเทือนไปถึง คสช.

นายไพบูลย์กล่าวว่า ถ้าต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเปิดทางให้ทำประชามติ จะมีการวิพากษ์วิจารณ์ทุกทาง ไม่ว่าจะทำประชามติแบบไหน เพราะต้องไปแตะรัฐธรรมนูญชั่วคราวของ คสช. รวมถึงโรดแม็ปจะเคลื่อนไปด้วย คสช.จะถูกกล่าวหาอีกว่าต้องการอยู่ในอำนาจต่อ รวมถึงการเอารัฐธรรมนูญปี 40 หรือปี 50 มาใช้ ก็ไม่ได้แก้ปัญหาประเทศ และเสียของอีก แล้วจะมาร่างกันใหม่ทำไม

ถึงเวลาแม่น้ำ 5 สายต้องถกให้ชัด

นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ขณะนี้ทุกฝ่ายต่างออกมาเรียกร้องให้ทำประชามติ จึงมองว่าไม่ใช่เรื่องเสียหายหากแม่น้ำทั้ง 5 สายจะนำเรื่องมาคุยกัน ส่วนจะทำเป็นรายมาตราหรือทั้งฉบับ ก็ต้องพิจารณาว่าหากทำทั้งฉบับจะดำเนินการอย่างไร หรือถ้าทำเป็นรายมาตราควรหยิบประเด็นใดขึ้นมาสอบถามประชาชน และผลจากนั้นจะเป็นอย่างไร สมมติฐานที่เป็นไปได้ คือ ให้ สปช.โหวตเห็นชอบและส่งให้ประชาชนยืนยันผ่านการทำประชามติอีกครั้ง หรือหาก สปช.

ลงมติไม่เห็นด้วย แล้วให้ประชาชนในฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตยออกเสียงตัดสินก็เป็นอีกแนวทางหนึ่ง ถ้า สปช.และประชาชนลงมติเห็นชอบก็จะเป็นการยืนยันคู่กันว่า ร่างรัฐธรรมนูญได้รับการสนับสนุน แต่หากประชาชนโหวตไม่เห็นด้วยก็ต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชน

เหน็บสองพรรคใหญ่กลัวเหงา

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช. กล่าวว่า ไม่เข้าใจและแปลกใจกับข้อเสนอของฝ่ายการเมืองที่ให้นำรัฐธรรมนูญฉบับปี 40 หรือฉบับปี 50 มาประกบในการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ งงว่าถ้าจะใช้โมเดลเอาของเก่ามาเปรียบเทียบ แล้วที่ร่างกันอยู่จะร่างกันทำไม คนเสนอไม่คิดว่าเสียเวลาหรือ ไม่คิดว่าที่ร่างกันอยู่ดีกว่า พัฒนากว่าอดีตหรือ คงต้องไปถามพรรคการเมืองว่ามีเจตนาต้องการอะไร กลัวจะเหงาหรือเปล่า แต่ยิ่งวิจารณ์มากยิ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้ร่าง อยากให้ทุกฝ่ายวิจารณ์อย่างสร้างสรรค์ รอให้เห็นร่างรัฐธรรมนูญร่างสุดท้ายเสียก่อน ส่วนที่มีสมาชิก สปช.จะขออภิปรายร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกรอบ 2 ก่อนโหวตลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญนั้น ยังไม่ทราบเรื่อง ยังไม่ได้รับการประสานจากทั้งวิป สปช.หรือ กมธ.ยกร่างฯ

แจ้งส่งคำแปรญัตติให้ทันเส้นตาย

เวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสปช. มีนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช. เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณารายงานของ กมธ.ปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน ในวาระที่ 3 การปรับโครงสร้างอำนาจส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น และวาระที่ 5 การเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพการบริหารงานภาครัฐ โดยสมาชิกร่วมอภิปรายอย่างกว้างขว้าง ซึ่งที่ประชุมรับทราบรายงานโดยไม่มีการลงมติ ต่อมาภายหลังการประชุม สมาชิกสปช.ได้หารือนอกรอบถึงการเตรียมความพร้อมต่อการส่งคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญของ สปช. ให้ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยนายอลงกรณ์ พลบุตร เลขานุการวิป สปช. แจ้งต่อที่ประชุมว่า ขณะนี้มีสมาชิก สปช.ส่งแบบสำรวจแสดงความประสงค์ยื่นขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาแล้ว 98 ชุด จากจำนวน 249 คน จึงขอให้สมาชิก สปช.ทุกคนส่งแบบสำรวจขอแก้ไขรัฐธรรมนูญภายในวันที่ 8 พ.ค. จากนั้นสัปดาห์หน้าวิป สปช.จะพิจารณารายละเอียดเรื่องการจัดกลุ่มญัตติเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้วิป สปช.จะเชิญคณะกรรมการกฤษฎีกา และฝ่ายกฎหมายของสภาฯมาช่วยพิจารณาถ้อยคำ เบื้องต้นคาดว่ากระบวนการดังกล่าวจะเสร็จสมบูรณ์วันที่ 22 พ.ค.

“บิ๊กป้อม” เมินคำขอประชุมพรรค

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายก-รัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงข้อเสนอของพรรคการเมืองขอให้ผ่อนคลายประกาศ คสช. เพื่อให้พรรคการเมืองจัดประชุมหารือเรื่องรัฐธรรมนูญได้ว่า เรื่องนี้ คสช.และ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญดำเนินการอยู่แล้ว หากไปเปิดให้ทันทีจะเป็นเรื่องการเมืองทั้งหมด ไม่ใช่แค่รัฐธรรมนูญ ขณะนี้ยังสามารถส่งข้อเสนอแนะผ่านช่องทางต่างๆที่เปิดให้ได้ เช่น ศูนย์ดำรงธรรม รัฐบาลพยายามไม่ให้เอาการเมืองเข้ามาเกี่ยว

กสม.มั่นใจไม่ถูกควบรวมผู้ตรวจฯ

นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวถึงการควบรวมกสม.กับผู้ตรวจการแผ่นดินว่า ถึงตอนนี้เชื่อว่าจะไม่มีการควบรวม 2 องค์กรเข้าด้วยกัน เพราะ กมธ.ยกร่างฯเริ่มยอมรับแล้วว่า การควบรวมนอกจากจะไม่เกิดประโยชน์แล้วยังจะเกิดผลเสีย ถ้าให้แยกเหมือนเดิมแล้ว การทำงานตรงไหนเป็นปัญหาก็แก้ไข ปรับปรุง คิดว่าน่าจะได้องค์กรที่มีประสิทธิภาพในการทำงานมากกว่า

“วิษณุ” โหมโรงทีมเกาะติดพิมพ์เขียว

อีกด้าน ที่ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เรียกประชุมคณะทำงานเพื่อศึกษาร่างรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วย นายอัชพร จารุจินดา อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ อดีตปลัดกระทรวงการคลัง อดีต ส.ส. และอดีต ส.ว. หารือร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกของ กมธ.ยกร่างฯ โดยใช้เวลประมาณ 4 ชั่วโมง จากนั้นนายวิษณุเปิดเผยภายหลังว่า เรียกมาพูดคุยครั้งแรก เพื่อโหมโรงซักซ้อมวิธีการ ดูกันตั้งแต่หมวดที่ 1 จนมาถึงหมวดนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ซึ่งทีมงานมีการทักท้วงถ้อยคำบางมาตรา ที่ไม่เข้าใจว่าแปลว่าอะไร เกรงว่าอาจนำไปสู่การขึ้นโรงขึ้นศาลได้ ถกเถียงกันว่าคืออะไร อาทิ ถ้อยคำว่า “ต้องคำนึงถึงพื้นที่ทางประวัติศาสตร์และพื้นที่ทางวัฒนธรรม” หากไม่รู้จะยุ่ง รัฐบาลใหม่จะคำนึงไม่ถูก ขนาดคณะทำงานยังชะงัก ถึงเวลาประชาชนจะไม่ชะงักหรือ ต้องทำให้ชัด ส่วนประเด็นที่หนักๆอย่างเรื่องรัฐสภา คณะรัฐมนตรี (ครม.) รวมทั้งสภาแปลกๆ ยังไม่ได้หารือกัน จะหารืออีกครั้งวันที่ 14 พ.ค.

คสช.มอบ “มีชัย” นำทีมชำแหละ

นายวิษณุกล่าวว่า ในส่วนของ คสช.มอบหมายนายมีชัย ฤชุพันธุ์ สมาชิก คสช.พิจารณา จากนั้นทั้ง ครม.และ คสช. จะส่งข้อแนะนำและขอให้แก้ไขที่รวมถึงการให้ตัดส่วนไหน ไปยัง กมธ.ยกร่างฯ อย่างไรก็ตาม การแก้ไขขึ้นอยู่กับ กมธ.ยกร่างฯ แต่หาก ครม.คสช. และ สปช.ทักท้วงตรงกัน นั้นหมายความว่าไม่มีใครเอาตรงนั้น ส่วนการจะทำหรือไม่ทำประชามติ อยู่ที่ประชาชนตามที่นายกฯ พูดมาตลอด เพราะถ้าพูดเองให้ทำประชามติถูกต่อว่าได้ว่าอยากอยู่ยาว เมื่อถามว่าที่ยังไม่บอกว่าจะทำหรือไม่เพราะเกรงฝ่ายต่อต้านจะไปรณรงค์ให้คว่ำรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า รัฐบาลไม่ได้คิดเรื่องนั้น เพราะบอกเร็วหรือช้าหากเขาจะรณรงค์ต่อต้านเขาก็ทำได้ เมื่อรัฐธรรมนูญยังไม่ตกผลึกก็พูดไม่ได้ว่าจะทำประชามติหรือไม่

“หลวงพี่เทพ” ตีตราห้ามแก้ รธน.

ที่วัดธารน้ำไหล (สวนโมกขพลาราม) จ.สุราษฎร์ธานี พระสุเทพ ปภากโร (นายสุเทพ เทือกสุบรรณ) แกนนำ กปปส. กล่าวว่า ไม่เห็นด้วย กับนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่ให้ใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไปก่อน 5 ปี แล้วค่อยมาแก้ไข วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นบุคคลที่เหมาะสมที่สุดที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆ เพราะไม่มีผลประโยชน์ส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง อีก 5 ปีข้างหน้ารับรองว่าไม่มีรัฐบาลที่เป็นกลาง พวกเขาต้องแก้ให้เอื้อประโยชน์กับรัฐบาลหรือของพรรคตัวเอง ฉะนั้นทำตรงนี้ให้สมบูรณ์ไปเลย รัฐธรรมนูญจะมีกี่มาตราไม่ใช่เรื่องสำคัญ จะ 315 มาตรา หรือ 600 มาตรา ขอให้มันดี ถ้าไม่เข้าท่ามีแค่ 5 มาตราก็มากไปแล้ว ทำให้เสร็จให้ถูกต้องทั้งกฎหมายหลัก กฎหมายลูก

หนุนสุดลิ่ม “บิ๊กตู่” ลากยาวอำนาจ

เมื่อถามว่า ต้องทำประชามติหรือไม่ พระสุเทพตอบว่า รัฐธรรมนูญดีจริงหรือไม่ ออกแบบมาได้พอดีตัว ตัดเสื้อเข้ากับตัวคนไทยได้พอดีแล้วใช่ไหม ถ้าใส่หล่อแล้วก็ไม่ต้องไปทำประชามติให้เปลืองงบฯ แต่ข้อสำคัญมันอาจดูใส่หล่อสำหรับประเทศไทย มันอาจดูดี แต่ไม่พอดีตัวนักการเมืองและพรรคการเมือง อย่างนี้แม้จะทำประชามติไปก็เป็นปัญหา เพราะบรรดานักการเมือง และพรรคการเมืองเขาไม่เอาอยู่แล้ว เราไม่ใช่นักการเมืองแล้ว ฉะนั้น เป้าหมายเราคือ พล.อ.ประยุทธ์จะอยู่กี่ปี ถ้าเขาทำได้ดีเราเป็นประชาชนก็รับได้ ไม่รู้ว่าทำไมต้องไปยึดกันว่า ต้องเท่านั้นปีเท่านี้เดือน โรดแม็ปจะต้องอย่างนั้นอย่างนี้ เงื่อนไขเวลาไม่จำเป็น แต่เงื่อนไขความดีความสมบูรณ์ดีกว่า

พท.ตื๊อขอจัดประชุมพรรคก่อน

ขณะที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ รักษาการโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ประธาน กมธ.ปฏิรูปการเมือง สปช.จะเชิญตัวแทน 74 พรรคการเมืองไปให้ความเห็นต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เบื้องต้นอยากให้ คสช.มีคำสั่งผ่อนปรนให้พรรคการเมืองจัดประชุมพรรคได้ เพื่อระดมความเห็นที่แตกต่างหลากหลายจากอดีต ส.ส. และสมาชิกพรรคที่มีอยู่ทุกทั่วประเทศ จนตกผลึกเป็นมติพรรค ก่อนกำหนดตัวแทนไปให้ความเห็น จะเป็นประโยชน์กว่าการเชิญเพียงตัวแทนไป เพราะไม่ใช่ความเห็นของพรรคโดยรวม สุดท้ายกระบวนการรับฟังความเห็นอาจถูกครหาว่าเป็นเพียงพิธีกรรมหรือไม่ และอยากให้เปิดโอกาสประชาชนมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น ควรฟังความเห็นประชาชนแต่ละกลุ่มอาชีพด้วย ไม่ใช่แค่เฉพาะพรรคการเมืองทุ่มหมื่น ล.เนรมิตริมเจ้าพระยา

วันเดียวกันที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.

ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว. กลาโหม เป็นประธานประชุมคณะกรรมการอำนวยการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมและ ผบ.ทบ. เข้าประชุมร่วมกับผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยและ กทม.จากนั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ทุกหน่วยรับทราบกรอบเวลาการทำงานแล้วเบื้องต้นภายในปี 2560 จะสามารถดำเนินการได้เสร็จเรียบร้อย ทั้งการออกแบบ การใช้งบประมาณและการก่อสร้างเบื้องต้นการออกแบบ กทม.และกระทรวงมหาดไทยดำเนินการไปแล้ว

พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ที่ประชุมสรุปแผนงานแล้วจะนำผลการประชุมเข้าพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัปดาห์หน้า คาดว่าจะใช้งบฯกว่าหมื่นล้านบาท โดยปี 2558 จะใช้งบฯราว 500-600 ล้านบาท ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปพูดคุยทำความเข้าใจกับประชาชน รวมถึงการเตรียมการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบด้วย

จี้นายกฯ สอบนำเข้าปาล์มน้ำมัน

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงปัญหาราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำเหลือกิโลกรัม (กก.) ละ 2.50 บาท ว่า เคยเตือนรัฐบาลแล้วว่าหากจะนำเข้าน้ำมันปาล์ม 5 หมื่นตันจากต่างประเทศ ขอให้ตรวจสต๊อกปริมาณน้ำมันปาล์มในคลังโรงงานเอกชน แต่กลับมีมติ ครม.ให้นำเข้า ทั้งที่ปริมาณน้ำมันเมื่อเดือน ม.ค.58 มีจำนวน 1.6 แสนตัน ซึ่งไม่ขาดแคลนเพราะผลผลิตกำลังออกสู่ตลาดในเดือน ก.พ.และ มี.ค. จึงเป็นต้นเหตุทำให้ราคาตกเหลือ 2.5 บาทต่อกิโลกรัม จากราคาเดิม 6 บาทต่อกิโลกรัม รัฐบาลแก้ไขโดยอนุมัติงบ 3,000 ล้านบาท ให้แทรกแซงราคาตั้งจุดรับซื้อหน้าโรงงานที่ กก.ละ 4 บาทต่อปาล์มน้ำมัน 17 เปอร์เซ็นต์หากไม่ถึงก็ลดหลั่นราคาซื้อลง ซึ่งไม่ใช่วิธีการแก้ไขที่ยั่งยืน เชื่อว่าการสั่งนำเข้าครั้งนี้ส่อทุจริตเพราะไม่มีการเช็กสต๊อกปริมาณในประเทศ จึงขอให้นายกฯ สั่งตั้งกรรมการตรวจสอบ

สนช.นัดแถลงปิดคดี “บุญทรง”

ที่รัฐสภา นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกวิปสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แถลงหลังการประชุมวิป สนช.ว่า วันที่ 7 พ.ค. สนช.มีวาระพิจารณาสำนวนถอดถอนนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ และนายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ออกจากตำแหน่ง กรณีทุจริตการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ที่เปิดให้คู่กรณีแถลงปิดสำนวนคดี ซึ่งนายบุญทรงและนายภูมิยืนยันว่า จะมาแถลงด้วยตนเอง ส่วนนายมนัสจะแถลงปิดสำนวนเป็นหนังสือ จากนั้นวันที่ 8 พ.ค. สนช.จะลงมติว่าจะถอดถอนนายบุญทรงและพวกหรือไม่ นอกจากนี้ สนช.ยังมีวาระที่ประธาน สนช.จะแจ้งให้ที่ประชุมทราบถึงผลการพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีให้ถอดถอนคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ออกจากตำแหน่ง

ข้องใจ ป.ป.ช.ไม่สอย “หญิงเป็ด”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการพิจารณาถอดถอนคุณหญิงจารุวรรณ ที่ ป.ป.ช.ส่งมาให้สนช.นั้น เป็นกรณีที่ถูกกล่าวหาทุจริตต่อหน้าที่ในการอนุมัติให้ผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญยุคใหม่ ไปดูงานที่ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี ระหว่างวันที่ 5-14 พ.ย.2546 โดยไม่ดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 ซึ่งเป็นการปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง แต่ไม่มีกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับทางวินัยสำหรับตำแหน่งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน จึงไม่อาจดำเนินคดีทางวินัยได้ ส่วนกรณีการถอดถอนนั้น ป.ป.ช.เห็นว่าคุณหญิงจารุวรรณได้พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าฯ สตง.แล้ว จึงไม่มีเหตุต้องส่งเรื่องไปยังผู้มีอำนาจถอดถอนออกจากตำแหน่งที่ถูกกล่าวหาทุจริตต่อหน้าที่ ทั้งนี้วิป สนช.บางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใด ป.ป.ช.ไม่ส่งกรณีถอดถอนคุณหญิงจารุวรรณให้ สนช.พิจารณา โดยเปรียบเทียบกับกรณีนายมนัส สร้อยพลอย ที่ถูก ป.ป.ช.ยื่นถอดถอนแม้นายมนัสจะพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว หากเป็นเช่นนี้จะเกิดคำถามต่อสังคมว่า เป็นการทำงานสองมาตรฐาน หรือมีธงหรือไม่

“บิ๊กตู่” เปิดตลาดผลไม้คุณภาพ

เวลา 17.30 น. ที่ตลาดริมน้ำเลียบคลองผดุงกรุงเกษม ข้างทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เป็นประธานเปิดงานเทศกาลผักผลไม้ไทยคุณภาพ โดยมี ครม. และคณะทูตานุทูตบางประเทศ ร่วมงาน โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเปิดงานว่า การเปิดตลาดผลไม้วันนี้ เพื่อสร้างความเข้าใจการยอมรับเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาในอนาคต ทั้งยังเป็นหนึ่งในช่องทางของการจัดจำหน่าย และมุ่งหวังให้เกษตรกรรู้จักการตลาด ต้นทุน การขาย การทำบัญชี และอยากให้กลุ่มที่มาขายที่นี่เป็นเกษตรกรจริงๆ ไม่ใช่นายทุน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงพาณิชย์ 3 เสือนี้ต้องกอดคอเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่กอดคอกันตาย เพราะมันไม่ใช่รัฐธรรมนูญ อะไรก็ไม่รู้ กินก็ไม่ได้ เถียงกันอยู่นั่น

วันนี้มีคณะทูตมาด้วย อยากบอกให้เข้าใจประเทศไทยบ้าง และให้เวลาคนไทย ประเทศไทย จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ เดินเยี่ยมชมและแวะชิมผลไม้ตามร้านต่างๆ พร้อมเชิญชวนคณะทูตานุทูตชิมผลไม้อย่างเป็นกันเอง

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้