วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ดีเกินเป้า อียูคาดการณ์จีดีพีปี 2015 ขยายตัว 1.8%

ดีเกินเป้า อียูคาดการณ์จีดีพีปี 2015 ขยายตัว 1.8%

  • Share:

นาย ปิแอร์ มอสโควิชี กรรมาธิการสหภาพยุโรปด้านเศรษฐกิจ, การเงิน, ภาษี และศุลกากร แถลงผลการประเมินภาวะเศรษฐกิจประจำฤดูใบไม้ผลิ (ภาพ: AP Photo)

สหภาพยุโรปแถลงผลการประเมินภาวะเศรษฐกิจประจำฤดูใบไม้ผลิ ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม โดยประเมินว่า จีดีพีของอียูปี 2015 จะขยายตัว 1.8%...

นาย บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำประเทศเบลเยียม รายงานในวันที่ 6 พฤษภาคม 2558 ว่า เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2558 สหภาพยุโรป (อียู) ได้ออกแถลงการณ์ผลการประเมินภาวะเศรษฐกิจประจำฤดูใบไม้ผลิ ณ สำนักงานใหญ่สหภาพยุโรป กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม โดยคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจภายในสหภาพยุโรปขยายตัวได้ดีเกินกว่าที่ได้ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากหลายปัจจัยสนับสนุน อาทิ ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำ การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังอยู่ในระดับคงที่ ค่าเงินยูโรที่อ่อนค่าลง และนโยบายเศรษฐกิจของอียูที่แก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสม

การใช้นโยบาย QE ของธนาคารกลางยุโรปหรือ ECB ก็ถือเป็นมาตรการผ่อนคลายทางการเงินสำหรับตลาดเงินภายในอียู ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยลดลงและกระตุ้นให้เงื่อนไขการอนุมัติเงินกู้ของสถาบันการเงินผ่อนคลายลง อีกทั้ง นโยบายด้านงบประมาณของประเทศสมาชิกที่ไม่เข้มงวดหรือผ่อนคลายมากเกินไป ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยกระตุ้นการขยายตัวเศรษฐกิจของอียู รวมทั้งการปฎิรูปโครงสร้างและแผนการลงทุนของอียูก็กำลังส่งผลอีกด้วย

นอกจากนั้น คาดการณ์ว่าปี 2015 การขยายตัวของจีดีพีของสหภาพยุโรปจะอยู่ในระดับ 1.8% ขณะที่การขยายตัวของจีดีพีของประเทศโซนยูโรจะอยู่ในระดับ 1.5% เพิ่มขึ้นจากที่ได้มีการประเมินเมื่อสามเดือนก่อนร้อยละ 0.1 และ 0.2 ตามลำดับ สำหรับปี 2016 สหภาพยุโรปประเมินว่าการขยายตัวของจีดีพีในอียู 2.1% และในโซนยูโร 1.9% ประเมินว่าเกิดจากปัจจัยหลักที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนการขยายตัวของจีดีพีให้เป็นไปตามที่ประเมินคือ การบริโภคของประชากรที่เพิ่มขึ้นในปีนี้ และการขยายตัวของการลงทุนในปีหน้า

ด้านนาย วาลดิส ดอมโบรฟสกีส์ กรรมาธิการสหภาพยุโรปด้านเงินยูโรกล่าวว่า “ขอยืนยันว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจของอียูดีขึ้นมาก ส่งผลต่อความเชื่อมั่นที่เราจะจะต้องสร้างความมั่นใจว่าการขยายตัวจะเป็นไปอย่างยั่งยืน ซึ่งยังคงจะต้องอาศัยการสนับสนุนในระดับนโยบายของสหภาพยุโรป การปฏิรูปโครงสร้างโดยรวม การเพิ่มงบประมานการลงทุนและเสริมสร้างความรับผิดชอบด้านนโยบายการเงิน อันเป็นงานที่ท้าทายประเทศสมาชิก สหภาพยุโรปจะร่างนโยบายแผนปฏิบัติการอันท้าทายให้กับประเทศสมาชิกภายในเดือนพฤษภาคม นับว่าเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะทำให้นโยบายการขยายตัวฉันท์มิตรมีความเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น”

ประเทศสมาชิกอียูทุกประเทศจะได้รับประโยชน์จากภาวะเศรษฐกิจขาขึ้นนี้ร่วมกัน อย่างไรก็ตาม แต่ละประเทศจะได้รับประโยชน์มากหรือน้อยนั้น ขึ้นอยู่กับนโยบายภายในด้านราคาน้ำมันและอัตราแลกเปลี่ยนเป็นสำคัญ นโยบาย QE ของธนาคารกลางยุโรปหรือ ECB ส่งผลอย่างมากกับประเทศที่ต้องประสบกับนโยบายการเงินที่เคร่งครัดในช่วงเวลาที่ผ่านมา แม้กระนั้น บางประเทศที่มีเงินทุนต่ำหรือมีหนี้ไม่ก่อรายได้มากก็จะได้รับผลกระทบน้อยจากการให้กู้ยืมของธนาคาร

คาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะยังคงอยู่ในระดับศูนย์ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2015 อันสืบเนื่องมาจากราคาพลังงานที่ลดลง ราคาสินค้าน่าจะขยับตัวสูงขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังและมากขึ้นในปี 2016 เมื่อการปริมาณการบริโภคภายในมีความมั่นใจมากขึ้น ผลกระทบจากราคาสินทรัพย์ที่ลดลงจะค่อยหายไป และค่าเงินยูโรที่อ่อนค่าลงทำให้ราคาสินค้านำเข้าสูงขึ้น ประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อของอียูและประเทศโซนยูโรจะอยู่ในระดับ 0.1% ปีนี้ และที่ระดับ 1.5% ในปี 2016

ส่วนการจ้างงานยังขยายตัวเพิ่มขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มเข้มแข็งขึ้น และแม้ว่าจะยังคงอยู่ในระดับสูงก็ตาม แต่อัตราการว่างงานในสหภาพยุโรปจะลดลงอยู่ที่ระดับ 9.8% และประเทศยูโรโซนอยู่ที่ระดับ 11.0% ภาวะการจ้างงานกระจายไปในทุกสาขาธุรกิจ การคาดหวังว่าระดับขยายตัวทางเศรษฐกิจที่เพิ่มสูงขึ้นในปี 2016 จะส่งผลให้อัตราการว่างงานลดลงอยู่ที่ระดับ 9.2% ในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป และ 10.5% ในประเทศโซนยูโร

ทั้งนี้ การประเมินสภาวะเศรษฐกิจดังกล่าวพิจารณาจากอัตราแลกเปลี่ยน อัตราดอกเบี้ย และราคาสินทรัพย์ ตัวเลขที่นำมาใช้ในการคำนวณเป็นข้อมูลจากตลาดทุนและตลาดเงินในระยะเวลาที่ทำการประเมิน โดยคำนึงถึงข้อมูลและปัจจัยอื่นที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจประกอบด้วย รวมทั้งนโยบายการเมืองของประเทศสมาชิกเป็นสำคัญ และจะมีการประเมินครั้งต่อไปในเดือนพฤศจิกายนปีนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้