วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ขายแบงก์กดตลาด!!

ขายแบงก์กดตลาด!!

  • Share:

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 6 พ.ค.58 ปิดที่ 1,519.88 จุด ลดลง 6.86 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 40,881.49 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 67.15 ล้านบาท

หุ้นที่ซื้อขายสูงสุด KBANK ปิด 201 บาท ลบ 9 บาท, KTB ปิด 19.50 บาท ลบ 0.50 บาท, PTT ปิด 362 บาท บวก 6 บาท, TRUE ปิด 11.60 บาท ลบ 0.60 บาท และ BBL ปิด 180.50 บาท ลดลง 4.50 บาท

หุ้นไทยร่วงลงตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ และยังโดนแรงกดดันจากการคาดการณ์ว่าผลประกอบการไตรมาส 2 ของหุ้นกลุ่มแบงก์ โดยเฉพาะแบงก์ใหญ่ จะออกมาไม่ดี แถมยังจะได้รับผลกระทบจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ กนง.ถึง 2 ครั้ง ที่จะทำให้ส่วนต่างดอกเบี้ยรับสุทธิ (NIM) ของแบงก์ลดลง ท่ามกลางหนี้เสียที่ส่งสัญญาณเพิ่มขึ้น

ขณะที่ปีที่ผ่านมา ราคาหุ้นแบงก์ปรับตัวสูงขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง แม้ปีนี้ราคาหุ้นแบงก์จะปรับตัวลดลง แต่ถือว่าราคายังสูง ส่งผลให้มีแรงเทขายหุ้นแบงก์ออกมาอย่างหนัก

และมีการโยกเงินกลับเข้ามาลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังจากช่วงปีที่ผ่านมา ราคาหุ้นพลังงานลดลงมาอย่างต่อเนื่องตามราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงมาอยู่ในระดับต่ำ แต่ขณะนี้ราคาน้ำมันได้เริ่มขยับปรับตัวขึ้นมาและคาดว่าน่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว จึงทำให้หุ้นพลังงานกลับมาเป็นตัวช่วย พยุงตลาด

บล.ทิสโก้มองว่าเป็นโอกาสในการเข้าซื้อหุ้นแบงก์ที่ปรับตัวลง ขณะที่มองทิศทางตลาดคาดว่าหุ้นไทยแกว่งผันผวนในกรอบแคบ แต่ในทางเทคนิคคาดว่าดัชนีไม่น่าจะหลุดแนวรับที่ 1,510 จุด แต่ในทิศทางขาขึ้นก็คงปรับตัวขึ้นไม่เกินแนวต้าน 1,545 จุด ส่วนค่าเงินบาทที่อ่อนค่าแตะระดับ 34 บาท/ดอลลาร์ จะส่งผลดีต่อหุ้นส่งออก โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์

ขณะที่กลยุทธ์การลงทุนแนะชะลอลงทุน Wait&See โดยดัชนีแกว่งตัวในกรอบแคบ ทำให้ยากต่อการเก็งกำไร หรือเลือกซื้อหุ้นรายตัวที่ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนค่า เช่น DELTA-KCE-HANA ด้านเทคนิคให้แนวรับ 1,515 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,530 จุด

ส่วน บล.ธนชาตคาดดัชนีมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ 1,515-1,530 จุด หากราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น หุ้นกลุ่มพลังงานจะได้รับผลประโยชน์ รวมถึงหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์!!

อินเด็กซ์ 51

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้