วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อย่าได้แค่พูดแต่ต้องลงมือทำ

อย่าได้แค่พูดแต่ต้องลงมือทำ

โดย สายล่อฟ้า
7 พ.ค. 2558 05:01 น.
  • Share:

คงไม่ใช่เรื่องที่จะกล่าวว่าเป็นพวกวัยรุ่นใจร้อนหรือไม่ได้อย่างใจ แต่เป็นเพราะความเป็นห่วงมากกว่าว่าจะล้มเหลวเหมือนที่ผ่านๆมาหรือไม่ ครับ...เรื่องการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันกินนอกกินในจนเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ

ที่เอาจริงเอาจังเป็นเรื่องเป็นราวหน่อยคือโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งกำลังอยู่ในกระบวนการยุติธรรมที่กำลังจะเห็นผลในอีกไม่นานนี้

แต่ที่กำลังดูอยู่ว่าจะเอาจริงหรือหมกเอาไว้ก็คือรายชื่อข้าราชการที่พัวพันทุจริตในโครงการต่างๆกว่า 100 ราย เมื่อ สตง.-คตร.-ป.ป.ท.-ป.ป.ช. ชงไปภายใต้การปฏิบัติการของ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรียุติธรรมและรองประธาน ศอตช.

มีการชงเรื่องเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เรียบร้อยไปแล้วแต่ยังไม่มีอะไรคืบหน้าหรือแสดงผลออกมาแต่อย่างใด

แรกๆก็กระหึ่มคึกคักแบบต้องเชือดแน่ๆ

หนำซ้ำกระทรวงมหาดไทยก็ออกมาเล่นด้วย มีการเสนอรายชื่อข้าราชการระดับสูงที่พัวพันกับการโกงกินไล่ตามออกมาทันที

หลังจากนั้นก็เงียบหายเข้ากลีบเมฆไปหน้าตาเฉย

แน่นอนว่าทุกย่างต้องให้ความเป็นธรรม เพราะไม่ใช่เรื่องกลั่นแกล้งกัน แต่เมื่อมีการกระทำผิดก็ต้องถูกลงโทษตามกระบวนการ

เพียงแต่ว่าในการแก้ไขปัญหาการทุจริตนั้นจะต้องดำเนินการให้รวดเร็วและต้องรายงานให้สาธารณชนได้รับทราบว่าเรื่องไปถึงไหน สอบสวนทวนความแล้วเป็นอย่างไร เพื่อให้ได้รับทราบ ข่าวสาร ความคืบหน้า เพื่อจะได้ติดตามเกาะติดอย่างใกล้ชิด

นั่นคือวิธีการอย่างหนึ่งในการแก้ไขปัญหา

ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทยนั้นไม่ว่าจะ โครงการใหญ่ระดับชาติ ระดับท้องถิ่นหรือแม้แต่เรื่องเล็กๆน้อยๆ ได้กลายเป็นค่านิยมที่เห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดาไม่ว่าวงการไหนก็ตาม

จนกระทั่งเป็นเรื่องที่ทำให้เกิดค่านิยมที่ผิดๆ ด้วยทัศนคติที่ว่า “โกงไม่เป็นไร แต่ต้องนำมาแบ่งปันกัน”

แม้แต่เด็กหรือเยาวชนก็คิดกันอย่างนั้น

ที่ผ่านมามีการรณรงค์เพื่อสร้างทัศนคติกันใหม่ เป็นการป้องกันไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน หรือกลุ่มองค์กรต่างๆ

แต่มันก็ได้แค่นั้นเองเนื่องจากในทางปฏิบัติไม่มีอะไรที่เป็นเครื่องมือในการจัดการกับปัญหานี้อย่างเป็นรูปธรรม

เมื่อรัฐในฐานะองค์กรใหญ่ไม่ได้เดินหน้าเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ยิ่งเฉพาะนักการเมืองด้วยแล้วยิ่งไปกันใหญ่

เพราะการเมืองไทยยึดถือ “เงิน” เป็นใหญ่ เจ้าของพรรคหรือหัวหน้าพรรคจะต้องควักจ่ายให้ลูกพรรค

การหาเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายทางการเมืองจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าเจ้าของพรรคหรือหัวหน้าจะมีเงินมากมายแค่ไหนก็ตาม

แต่ใครล่ะ...จะยอมควักเงินของตัวเองเพื่อมาเป็นค่าใช้จ่ายทางการเมืองโดยที่ไม่มีความแน่นอนว่าจะอยู่ในตำแหน่งไปได้นานแค่ไหน จะเอาทุนคืนได้หรือไม่

ข้าราชการซึ่งเป็นกลไกและเครื่องมือสำคัญในการบริหารราชการแผ่นดินนั้น แม้จะสุ่มเสี่ยงหน่อยแต่ก็คุ้มค่า มีรายได้พิเศษและมีนักการเมืองเป็นเกราะกำบังให้

ถ้าไม่เด็ดขาด จริงจัง และสร้างรูปแบบการจัดการอย่างเข้มแข็งก็ยากที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้ แม้หัวไม่ส่ายแต่หางก็ยังกระดิกได้ เพราะเชื่อว่าไม่กล้า ไม่แน่จริง ไม่เอาจริง

ได้แต่พูดเท่ๆ สร้างภาพสวยๆ ขู่กันไป...ก็แค่นั้นแหละ.

“สายล่อฟ้า”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้