วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ดูเลือกตั้งอังกฤษเป็นตัวอย่าง

ดูเลือกตั้งอังกฤษเป็นตัวอย่าง

โดย ซูม
7 พ.ค. 2558 05:01 น.
  • Share:

วันนี้ อังกฤษ จะมีการเลือกตั้งทั่วไป โพลล่าสุดหลายสำนักให้ พรรคคอนเซอร์เวทีฟ ของ นายกฯเดวิด คาเมรอน มีคะแนนนำ พรรคแรงงาน ของ นายเอ็ด มิลลิแบนด์ เล็กน้อย แต่การ “ดีเบต” ทาง สถานีโทรทัศน์บีบีซี ครั้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง ผลปรากฏว่า ประชาชนให้คาเมรอนชนะ 44% รองมาเป็น มิลลิแบนด์ 38% และ นิค เคร็กก์ หัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย ได้แค่ 19%

แต่ คะแนนยกสุดท้าย อยู่ที่การตัดสินใจของ ประชาชนผู้เลือกตั้งโดยตรง ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับ “อีแอบ” ที่มีการใส่ไว้ ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ของไทย

สิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งใน การเลือกตั้งของอังกฤษ ประเทศแม่แบบประชาธิปไตยของไทย ก็คือเรื่อง การพนัน ซึ่งประเทศไทยห้าม

แต่การพนันผลการเลือกตั้งในอังกฤษถือว่าถูกกฎหมาย วิลเลียม ฮิลล์ และ แพดดี พาวเวอร์ สองบริษัทพนันยักษ์ใหญ่ ต่างก็ประกาศรับแทงผลการเลือกตั้งอย่างเปิดเผย มีราคาต่อรองให้เสร็จ สะท้อนถึง การเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรมของอังกฤษ ไม่มีการซื้อสิทธิขายเสียงจากราคาพนัน

วิลเลียม ฮิลล์ ประเมินว่า วงเงินพนันผลการเลือกตั้งในอังกฤษวันนี้จะสูงถึง 100 ล้านปอนด์ กว่า 5,000 ล้านบาท มากกว่าการเลือกตั้งครั้งก่อนถึง 4 เท่า เพราะคะแนน พรรคคอนเซอร์เวทีฟ ที่เป็นรัฐบาล กับ พรรคแรงงาน ที่เป็นฝ่ายค้านสูสีกันมาก โดย อัตราต่อรองการจัดตั้งรัฐบาลผสม มีความเป็นไปได้สูงสุด

แพดดี พาวเวอร์ ก็เช่นเดียวกัน อัตราต่อรองให้มีการจัดตั้งรัฐบาลผสมมีความเป็นไปได้สูงสุด ที่ต่างกันก็คือ แพดดี พาวเวอร์ ยกให้ พรรคคอนเซอร์เวทีฟมีโอกาสได้ที่นั่งมากที่สุด และ เงินพนัน 75% แทงให้พรรคคอนเซอร์เวทีฟได้รับเลือกตั้งมากกว่า และแทงว่า เอ็ด มิลลิแบนด์ ผู้นำฝ่ายค้าน มีโอกาสได้เป็นนายกรัฐมนตรีมากที่สุด

ใครจะได้เงินเสียเงิน คืนวันนี้ หรือพรุ่งนี้เช้าก็รู้ผล

ทีนี้ไปดูผลการเลือกตั้งของอังกฤษเมื่อปี 2553 ที่ พรรคคอนเซอร์เวทีฟ ของ เดวิด คาเมรอน ชนะการเลือกตั้ง ได้ที่นั่งมากที่สุด 307 ที่นั่ง จาก 650 ที่นั่ง แต่ไม่ได้เสียงข้างมาก จึงต้องจัดตั้ง รัฐบาลผสม โดยดึง พรรคเสรีประชาธิปไตย ของ นิค เคร็กก์ 57 เสียง เข้ามาร่วมรัฐบาล ส่วนพรรคแรงงานได้เพียง 258 ที่นั่ง ไปเป็นฝ่ายค้าน

ประเด็นที่น่าสนใจในการเลือกตั้งปี 2553 ของอังกฤษก็คือ จำนวนที่นั่ง ส.ส. กับ จำนวนเสียงประชาชนที่ไปลงคะแนนให้แต่ละพรรค แตกต่างกันมาก

พรรคอนุรักษนิยม ของ เดวิด คาเมรอน ได้ ส.ส. 307 ที่นั่ง ได้คะแนนเสียงทั้งหมด 10,726,555 คะแนน คิดเป็น ร้อยละ 36.1 ของผู้มาใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้ง

พรรคแรงงาน ของ เอ็ด มิลลิแบนด์ ได้ ส.ส. 258 ที่นั่ง ได้คะแนนเสียงทั้งหมด 8,606,518 คะแนน คิดเป็น ร้อยละ 29.0 ของผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง

พรรคเสรีประชาธิปไตย ของ นิค เคร็กก์ ได้ ส.ส. 57 ที่นั่ง แต่ได้คะแนนเสียงสูงถึง 6,836,728 คะแนน คิดเป็น ร้อยละ 23.0 ของผู้มาใช้สิทธิ แต่กลับได้จำนวน ส.ส.ต่างจากสองพรรคอย่างลิบลับ ทั้งที่แพ้กันแค่ 6-13% แสดงว่า พรรคเสรีประชาธิปไตยได้คะแนนนิยมเฉพาะเขต แต่ไม่ป๊อปปูล่าร์ไปทั่วประเทศ

สิ่งที่สะท้อนจากตัวอย่างกรณีนี้ก็คือ พรรคการเมืองที่ดี ต้องเป็น พรรค การเมืองที่ได้รับความนิยมจากประชาชนทั่วประเทศ คือ มีคะแนนป๊อป-ปูล่าร์ทั่วประเทศ ไม่ใช่ ป๊อปปูล่าร์เฉพาะเขต อย่างพรรคเสรีประชาธิปไตย

ระบบการเลือกตั้งแบบเยอรมัน ที่ เอาทุกคะแนนมาเฉลี่ยเป็นจำนวน ส.ส. ที่ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ไปลอกมาใส่ไว้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ จึงไม่สะท้อนความป๊อปปูล่าร์ของพรรคการเมือง แต่ไปให้ความสำคัญกับพรรคเล็กพรรคน้อยเป็นเขตๆ เพื่อดันทุรังให้มีแต่ “รัฐบาลผสม” ไปตลอดชาติ อย่างนี้ไม่ใช่ประชาธิปไตย

ผมก็หวังว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. จะดู อังกฤษ เป็นตัวอย่าง

อย่าไปหลงคารม “นักเขียนรัฐธรรมนูญ” ที่ไป “นิยมของแปลก” ทั้งที่ไม่เหมาะกับสังคมไทย และเพี้ยนไปจากประชาธิปไตยที่แท้จริง.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้