ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    พสกนิกรสุดปีติ ในหลวงเสด็จฉัตรมงคล

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์6 พ.ค. 2558 06:15 น.
    SHARE

    งานสโมสรสันนิบาต ฉลอง‘65ปีราชาภิเษก’

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯพระราชพิธีวันฉัตรมงคล พสกนิกรสุดปลื้มปีติ เฝ้ารับเสด็จเนืองแน่นจาก รพ.ศิริราช จนถึงพระบรม มหาราชวัง ตะโกนก้อง “ทรงพระเจริญ” พร้อมหลั่งน้ำตาด้วยความตื้นตันที่เห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระพักตร์แจ่มใส พระวรกายแข็งแรงสมบูรณ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดลเผยพระพลานามัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แข็งแรงสมบูรณ์ดี ไม่มีพระอาการประชวรใดๆ คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษายังถวายการกายภาพบำบัด ฟื้นฟูสมรรถภาพพระวรกาย อย่างต่อเนื่อง ทำให้ทรงมีพระวรกายแข็งแรง พระพักตร์ แจ่มใส เช่นเดียวกับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี นาถ ที่ขณะนี้ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงดี และทั้งสองพระองค์ยังมีพระราชประสงค์ที่จะเสด็จฯกลับไปประทับ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิตด้วย



    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีฉัตรมงคล ประจำปีพุทธศักราช 2558 ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง ท่ามกลางประชาชนที่ทราบข่าวมาเฝ้ารอรับเสด็จอย่างเนืองแน่นตลอดทั้งสองข้างทาง ต่างพร้อมใจเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ ขณะที่ปวงชนชาวไทยต่างร่วมรำลึกถึงวันฉัตรมงคล ซึ่งถือเป็นวันสำคัญของชาติอีกหนึ่งวัน

    ทั้งนี้ เมื่อเวลา 10.28 น. วันที่ 5 พ.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จลงจากที่ประทับชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช โดยมี ศ.คลินิก นพ.ประดิษฐ์ ปัญจวีณิน ผอ.โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ เป็นผู้ถวายการเข็นรถเข็นพระที่นั่ง จากนั้นเสด็จฯโดยลิฟต์ยังห้องโถงชั้นล่าง อาคารเฉลิมพระเกียรติ แล้วเสด็จฯประทับรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ไปยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ภายในพระบรมมหาราชวัง เนื่องในการพระราชพิธี ฉัตรมงคล 5 พ.ค.2558 ในการนี้ พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์ เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์ เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ได้โดยเสด็จพระราชดำเนินด้วย โดยมีพสกนิกรจำนวนมากที่ทราบข่าว ต่างเข้ามาจับจองพื้นที่เฝ้ารอรับเสด็จตลอดทั้งสองข้างทางที่ขบวนผ่านตั้งแต่บริเวณโรงพยาบาลศิริราช ต่อเนื่องไปจนถึงพระบรมมหาราชวัง ท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว แต่ไม่ได้ทำให้ความตั้งใจของประชาชนลดลง

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงฉลองพระองค์ ปกติขาว ประดับเหรียญ ทรงมีพระพักตร์ที่สดใสเป็นอย่างยิ่ง ทรงแย้มพระสรวลให้กับประชาชนที่เฝ้ารอรับเสด็จ ทันทีที่ขบวนเสด็จแล่นออกจากโรงพยาบาลศิริราช โดยขบวนรถได้แล่นอย่างช้าๆ ให้ประชาชนที่เฝ้ารอรับเสด็จ ได้ชื่นชมพระบารมีอย่างเต็มที่ ทำให้พสกนิกรที่ส่วนใหญ่สวมเสื้อสีเหลือง และสีม่วง ต่างพร้อมใจกันเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” ดังกึกก้องไปทั่ว พร้อมกับนำพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ธงไตรรงค์ และธงตราสัญลักษณ์ ภปร.ชูขึ้นเหนือศีรษะและโบกสะบัด ก่อให้เกิดเป็นภาพที่สวยงามยิ่ง พสกนิกรส่วนใหญ่เมื่อได้เห็นพระพักตร์ขององค์พระประมุขของชาติที่แจ่มใสและพระวรกายที่แข็งแรง ต่างเกิดความปลาบปลื้มเป็นอย่างมาก บางรายถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาโดยไม่รู้ตัว

    ขบวนรถยนต์พระที่นั่งได้เคลื่อนออกจากประตูวังหลัง เข้าสู่ถนนอรุณอมรินทร์ ข้ามสะพานสมเด็จ พระปิ่นเกล้า ผ่านหน้าศาลฎีกา เข้าสู่ถนนพระลาน เลี้ยวเข้าสู่ประตูวิเศษไชยศรี และประตูพิมานไชยศรี เข้าไปในพระบรมมหาราชวัง รถยนต์พระที่นั่งเทียบที่พระทวารเทเวศร์รักษา เมื่อเสด็จเข้าพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปด้านหลังพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ ประจำรัชกาลที่หน้าพระที่นั่งบุษบกมาลา แล้วประทับพระราชอาสน์ เจ้าพนักงานเปิดพระวิสูตร สมเด็จพระราชาคณะถวายศีล พระสงฆ์ 20 รูป ถวายพรพระ จบแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระดำเนินไปทรงประเคนจตุปัจจัยแทนเครื่องไทยธรรมแด่สมเด็จพระราชาคณะ แล้วทรงยืนประเคนจตุปัจจัยแทนเครื่องไทยธรรม แด่พระราชาคณะเจ้าคณะรอง และพระราชาคณะ

    เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา จากนั้นทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยบูชาเทพยดารักษานพปฎลมหาเศวตฉัตรสิริราชกกุธภัณฑ์ พระราชทานแก่เจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญไปตั้งที่หน้าพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตรซึ่งประดิษฐานเครื่องสิริราชกกุธภัณฑ์ เสร็จแล้วเจ้าพนักงานปิดพระวิสูตร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงคมพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ประจำรัชกาลที่ด้านหลังพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร แล้วประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม ราชกุมารี กลับอาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช ในการนี้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และพระบรมวงศานุวงศ์ทรงส่งเสด็จ ซึ่งขบวนเสด็จได้ถึงอาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช ในเวลา 11.34 น.

    ในโอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จ พระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ในการสมโภชนพปฎลมหาเศวตฉัตรสิริราชกกุธภัณฑ์ เมื่อสมเด็จ พระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จเข้าพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พราหมณ์เบิกแว่นเวียนเทียนสมโภชนพปฎลมหาเศวตฉัตรสิริราชกกุธภัณฑ์ แล้ว พราหมณ์เจิมนพปฎลมหาเศวตฉัตร โหรผูกผ้าสีชมพู สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระสุหร่ายเครื่องสิริราชกกุธภัณฑ์ และพระราชลัญจกรพระครุฑพ่าห์ทองคำประจำรัชกาล เสร็จแล้ว สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงคมพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ประจำรัชกาลที่ด้านหลังพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร แล้วประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ ในการนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงร่วมในการสมโภชนพปฎลมหาเศวตฉัตรสิริราชกกุธภัณฑ์ ด้วย

    ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล หนึ่งในคณะแพทย์ที่ถวายการรักษา กล่าวว่า พระพลานามัยของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวขณะนี้แข็งแรงสมบูรณ์ดี ไม่มีพระอาการประชวรใดๆ คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษา ยังถวายการกายภาพบำบัด ฟื้นฟูสมรรถภาพพระวรกายอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทรงมีพระวรกายที่แข็งแรง พระพักตร์ที่แจ่มใส สามารถเสด็จพระราชดำเนินไปยังสถานที่ต่างๆได้บ่อยขึ้น เพื่อเปลี่ยนพระราชอิริยาบถตามพระราชประสงค์ เช่นเดียวกับ สมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ขณะนี้ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงดี คณะแพทย์ยังคงถวายการกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญทั้งสองพระองค์ยังมีพระราชประสงค์ที่จะเสด็จพระราชดำเนินกลับไปประทับ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต ในเร็วๆนี้ด้วย

    นางกรภัทร วรเดชกิจธนา อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 101/65 แขวงและเขตสายไหม กทม. หนึ่งในผู้มาเฝ้ารับเสด็จ กล่าวด้วยใบหน้าปลาบปลื้มอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ได้เห็นพระพักตร์ของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่า ไม่เสียแรงที่ตั้งใจมาจับจองพื้นที่รับเสด็จตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 4 พ.ค. เมื่อได้เห็นพระองค์รู้สึกสบายใจมาก ที่ทรงมีพระวรกายที่แข็งแรงยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับคนไทยทุกคน ส่วน น.ส.ขวัญเรือน ชัยสูงเนิน อายุ 30 ปี ชาว อ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ กล่าวด้วยสีหน้าปลื้มปีติว่า รู้ข่าวจากเพื่อนๆ ที่บอกต่อๆกันมาว่า ในหลวงจะเสด็จฯวันนี้ จึงได้มารอเฝ้ารับเสด็จตั้งแต่เช้า และเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้เห็นพระองค์อย่างใกล้ชิดจากสายตาตัวเอง พระพักตร์ที่แจ่มใสของพระองค์ เห็นแล้วทำให้ปลาบปลื้มมาก จนกลั้นน้ำตาไม่ไหว ดีใจที่พระองค์ทรงมีพระวรกายที่แข็งแรงยิ่งขึ้น ขอถวายพระพรให้ทรงพระเจริญ เป็นมิ่งขวัญของคนไทยตลอดไป

    สำหรับวันฉัตรมงคล ถือเป็นวันที่ระลึกในการครบรอบปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงรับพระบรมราชาภิเษก เป็นพระมหากษัตริย์แห่งประเทศไทยโดยสมบูรณ์ โดยพระองค์ได้เสด็จขึ้นครองราชสมบัติสืบราชสันตติวงศ์ ต่อจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล พระบรมเชษฐาธิราช เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2489 ทรงเป็นกษัตริย์ในรัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี แล้วเสด็จฯ ไปทรงศึกษาอยู่ ณ ทวีปยุโรป กระทั่งทรงบรรลุนิติภาวะ จึงได้เสด็จนิวัตประเทศไทย และรัฐบาลไทย ได้น้อมเกล้าฯ จัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษกถวาย เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2493 และปีนี้ถือเป็นปีที่ 65 แห่งการราชาภิเษก ซึ่งในห้วงระยะเวลาแห่งการครองราชย์พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงงานอย่างหนักเพื่อความผาสุกของพสกนิกรชาวไทย ตามพระปฐมบรมราชโองการในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”

    ค่ำวันเดียวกัน เมื่อเวลา 19.30 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. และนางนราพร จันทร์โอชา ภริยานายกรัฐมนตรี ในนามรัฐบาล เป็นเจ้าภาพจัดงานสโมสรสันนิบาต เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล โดยมีองคมนตรี ครม.-คู่สมรส ข้าราชการระดับสูง และทูตานุทูตร่วมงาน

    พล.อ.ประยุทธ์ กราบบังคมทูลถวายราชสดุดีและถวายพระพรชัยมงคลตอนหนึ่งว่า ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายล้วนสำนึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ที่ตลอดระยะเวลาอันยาวนานเกือบ 7 ทศวรรษ นับตั้งแต่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทเสด็จเถลิงถวัลยสิริราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี เมื่อวันที่ 5 พ.ค.2493 เป็นต้นมา ทรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการด้วยพระวิริยอุตสาหะ ทรงอุทิศเวลาทุ่มเทกำลังพระวรกาย พระราชหฤทัย และพระปัญญาโดยมิได้ทรงย่อท้อต่อปัญหาอุปสรรคความเหนื่อยยาก ทรงได้รับการแซ่ซ้องสรรเสริญทั้งจากปวงชนชาวไทย และนานาประเทศทั่วโลก

    นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า ขออัญเชิญอานุภาพแห่งคุณพระรัตนตรัย และอำนาจสรรพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล โปรดดลบันดาลอภิบาลให้ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ พระบารมีแผ่ไพศาล พระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง ทรงปลอดพ้นจากโรคาพยาธิและอุปัทวันตรายทั้งปวง ทรงสถิตเป็นพระมิ่งขวัญร่มเกล้าเหล่าพสกนิกรชาวไทยตราบกาลนิรันดร จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้เชิญชวนผู้มาร่วมงานดื่มถวายพระพรชัยมงคล ร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ก่อนเปล่งเสียงทรงพระเจริญ 3 ครั้ง

    รวมภาพสุดประทับใจ ‘ในหลวง’ เสด็จฯในพระราชพิธีฉัตรมงคล ทั้งหมด 10 ภาพ

    พสกนิกรสุดปลื้มปีติ …เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 5 พ.ค.58 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระบรมวงศ์ โดยรถยนต์พระที่นั่งจากโรงพยาบาลศิริราช ไปยังพระบรมมหาราชวัง ในการพระราชพิธีฉัตรมงคล พุทธศักราช 2558 โดยตลอดเส้นทางที่เสด็จพระราชดำเนินผ่าน มีพสกนิกรจำนวนมากไปรอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จฯ เพื่อชื่นชมพระบารมี พร้อมเปล่งเสียง ‘ทรงพระเจริญ’ ดังกึกก้อง.
    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า1วันฉัตรมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยในหลวงฉัตรมงคล58ข่าวไทยรัฐออนไลน์ข่าวในพระราชสำนัก

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้