วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แก้-ไม่แก้อยู่ที่มติกมธ.ร่างเสธ.อู้แจง

แก้-ไม่แก้อยู่ที่มติกมธ.ร่างเสธ.อู้แจง

  • Share:

ให้สนง.สถิติทำโพลสำรวจหยั่งปมร้อน!

“เพื่อไทย” อัด กมธ.ยกร่างฯ อ้างพลเมืองเป็นใหญ่ แต่กลับเลี่ยงทำประชามติร่าง รธน. ปชป.เตือนไม่แก้จุดเสี่ยง รธน.ฉบับใหม่จะกลายเป็นระเบิดเวลา “เสธ.อู้” ชี้แก้-ไม่แก้ขึ้นอยู่กับมติ 36 อรหันต์ “ไพบูลย์” เอาจริงชงญัตติเข้า กมธ.ยกร่างฯ ดันใช้ รธน.ก่อนประชามติทีหลัง-คัดประเด็นร้อนโหวตเป็นรายมาตรา “ถวิลวดี” ทำโพลวัดเรตติ้งมาตราป่วน ข้อเรียกร้องในการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญของพรรคการเมืองเกือบทุกพรรค สมาชิกสภานิติบัญญัติ (สนช.) และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) บางคนค่อนข้างตรงกัน แต่ยังมีข้อแตกต่างเกี่ยวกับรูปแบบในการทำประชามติ

พท.ตื๊อ คสช.เลิกห้ามจัดกิจกรรม

วันที่ 5 พ.ค.นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หนังสือของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญที่ขอข้อเสนอแนะประกอบการพิจารณาปรับแก้เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญได้ส่งมาถึงพรรคเพื่อไทยแล้ว แต่ส่วนตัวยังไม่เห็นรายละเอียด เพราะยังไม่ได้เข้าทำงานที่พรรค เบื้องต้นได้มอบหมายให้อดีต ส.ส.ที่ประสงค์จะให้ข้อเสนอแนะ เขียนรายละเอียดส่งเข้ามา ขณะเดียวกันยังเปิดให้ประชาชนส่งความเห็นผ่านเว็บไซต์ของพรรคด้วย อย่างไรก็ตาม หากเป็นไปได้อยากให้ คสช.พิจารณายกเลิกคำสั่งห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรม เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกพรรคการเมืองหารือสรุปความคิดเห็นเกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญ เพราะร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้กำหนดให้พลเมืองเป็นใหญ่ แต่ยังไม่เห็นส่วนไหนที่ส่งเสริมเรื่องดังกล่าว

วอนหยุดเด้งเชือกประชามติ รธน.

นายภูมิธรรม กล่าวอีกว่า ในหลายส่วนที่มาของอำนาจไม่ชัดเจน และบุคคลที่มีอำนาจให้คุณให้โทษไม่สามารถตรวจสอบได้ ส่วนการทำประชามติสอบถามความเห็นประชาชน คิดว่าเป็นเรื่องจำเป็น เพราะเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการส่งเสริมให้พลเมืองเป็นใหญ่ ตามที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญต้องการและย้ำอยู่เสมอ การทำประชามติไม่ควรโยนกันไปมา รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายที่ใช้ดูแลคนทั้งประเทศ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องถามความเห็นประชาชนทั่วประเทศเช่นกัน

ปชป.ไม่รับมุกประชามติรายมาตรา

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 2 เสนอให้ทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญเฉพาะรายมาตราที่มีปัญหามากว่า สนช. สปช. กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ทราบดีว่าส่วนไหนมีปัญหา เช่น เรื่องอำนาจของ ส.ว.ที่มีมาก กลุ่มการเมืองที่ไม่ควรมี มาตรา 181 มาตรา 182 ที่ควรเอาออก ที่มานายกรัฐมนตรี เมื่อปรับแก้ประเด็นเหล่านี้เเล้ว ก็ควรเปิดให้ทำประชามติทั้งฉบับ น่าจะได้รับความชอบธรรมมากว่าประชามติเป็นรายมาตรา ส่วนที่มีการเสนอมีการทำประชามติประกบรัฐธรรมนูญปี 40 กับปี 50 เห็นว่า ควรทำประชามติแต่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพียงฉบับเดียว เพราะ 2 ฉบับที่ผ่านมายกเลิกไปแล้ว และร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีสิ่งที่ดีกว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 40 และปี 50 อยู่หลายประเด็น

“นิพิฏฐ์” เตือนระเบิดเวลาหลังเลือกตั้ง

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ถ้าไม่แก้จุดเสี่ยงในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เช่น ทั้งที่มา ส.ว.ที่มานายกฯ และระบบเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม ประเทศไทยจะรั้งท้ายเรื่องประชาธิปไตย ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แน่นอน เพราะสิ่งที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯ ใช้แต่คำพูดสวยหรูว่า รัฐธรรมนูญฉบับที่ร่างมาให้พลเมืองเป็นใหญ่ แต่ความจริง แค่อำนาจเลือกตัวแทนของประชาชน ยังต้องมีคนคัดกรองมาให้ก่อน ถ้าไม่ทบทวน อาจทำให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เป็นระเบิดเวลาที่พร้อมระเบิดหลังจากการเลือกตั้งครั้งใหม่ สมมติพรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ต่อไปการยึดอำนาจจะเกิดขึ้นอีกแน่ แต่จะเป็นการฉีกรัฐธรรมนูญในลักษณะยินยอมพร้อมใจระหว่างทหารกับรัฐบาลใหม่ เพื่อเกลี่ยรัฐธรรมนูญอีกครั้ง ถ้าแบบนั้นเป็นการหลอกประชาชน เสียเวลา และเสียของคสช.เมิน 

พท.ขอไฟเขียวทำกิจกรรม

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เรียกร้องให้ คสช.ยกเลิกคำสั่งห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรม เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกพรรคได้ประชุมและมีส่วนร่วมในการเสนอข้อคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) มีเวทีเปิดรับฟังความคิดเห็นให้กับทุกฝ่ายอยู่แล้ว เช่น นักการเมือง นักวิชาการ และนักศึกษา สามารถแสดงความคิดเห็นต่างๆ ทั้งเรื่องร่างรัฐธรรมนูญและเรื่องการปฏิรูปต่างๆ ได้ แต่กรณีที่จะให้ยกเลิกคำสั่ง คสช.ดังกล่าว คสช.ถือว่าเป็นข้อเรียกร้อง ซึ่งอาจจะต้องมีการพิจารณาเหตุผล ข้อดี ข้อเสียและความจำเป็นอย่างละเอียดอีกครั้ง เพราะเจตนารมณ์ของ คสช. คือไม่ปิดกั้น แต่เราก็มีเวทีของ ศปป.ให้ ที่ผ่านมาก็ถือว่าเป็นเวทีที่เป็นประโยชน์ ทุกคนสามารถไปร่วมแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระและเสรี อย่างไรก็ตาม ยืนยันกับพรรคการเมืองว่า คสช.มีช่องทางให้แล้ว

“เสธ.อู้” ชี้แก้–ไม่แก้อยู่ที่มติ กมธ.

พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษก กมธ.ยกร่างฯกล่าวถึงการเสนอญัตติขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญของ สปช.ว่า กมธ.ยกร่างฯพร้อมที่จะดูญัตติขอแก้ไข ช่วงนี้ที่มีคนพูดถึงข้อเสนอต่างๆจำนวนมากไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร กมธ.ยกร่างฯจะพิจารณาถึงเหตุและผลที่เหมาะสมที่สุดว่าจะแก้ไขตามญัตติที่เสนอมาหรือไม่ เชื่อว่าสามารถพูดคุยกันได้ แต่สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับมติที่ประชุม กมธ.ยกร่างฯว่าจะไปในทิศทางไหน

เอาจริงประชามติหลัง รธน.ใช้แล้ว

นายไพบูลย์ นิติตะวัน กมธ.ยกร่างฯกล่าวว่า ต้องรอดูว่า สปช.จะเสนอญัตติแก้ไขอะไรมาบ้าง กมธ.ยกร่างฯพร้อมฟังเหตุผล เราเปิดกว้างในเรื่องนี้อยู่แล้วและคงจะมีการปรับแก้ในหลายมาตราให้เกิดความเหมาะสมที่สุด เชื่อว่า สปช.ส่วนใหญ่จะเข้าใจและร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะผ่านแน่นอนไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ส่วนตัวจะเสนอต่อที่ประชุม กมธ.ยกร่างฯเกี่ยวกับการทำประชามติว่า ควรกำหนดไว้ในส่วนของบทเฉพาะกาล มาตรา 308 ให้มีการทำประชามติหลังจากรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศใช้ไปแล้วภายใน 90 วัน

คัดประเด็นร้อนๆโหวตรายมาตรา

นายไพบูลย์กล่าวอีกว่า อาจทำเป็นรายมาตราในประเด็นสำคัญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง โดยเฉพาะที่มา ส.ส. ส.ว. รวมทั้งให้ประชาชนกำหนดด้วยว่าจะให้ปฏิรูปประเทศให้เสร็จก่อนหรือจะเลือกตั้งก่อน ที่เสนอเช่นนี้เพราะไม่อยากให้รัฐบาลและ คสช.ต้องลำบากใจในการแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราว ควรทำตามโรดแม็ปเดิมให้เสร็จเรียบร้อยก่อนแล้วค่อยทำประชามติ หากทำแบบนี้บ้านเมืองจะเดินหน้าต่อไปได้ไม่หยุดชะงักและประชาชนเองก็จะได้รู้สึกว่าตัวเองได้มีส่วนร่วมในการปฏิรูปประเทศด้วย

เปิด 12 เวทีหยั่งเสียงทั่ว ปท.

นางถวิลวดี บุรีกุล กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ถึงตารางปฏิทินการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญเพื่อรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนในโค้งสุดท้ายว่า ตลอดเดือน พ.ค. กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจะเปิดเวทีย่อยใน 12 จังหวัด เพื่อเน้นให้ความรู้ร่างรัฐธรรมนูญกับประชาชน พร้อมจัด 3 เวทีในส่วนภูมิภาคที่เหลือในจังหวัดขอนแก่น นครศรีธรรมราช และ กทม. ทั้งนี้ ใน 12 เวทีย่อยจะมีคำถามสอบถามประชาชนว่าจะให้คะแนนความพอใจกับสาระร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกหรือไม่ แต่ไม่ได้สอบถามในเชิงหากทำประชามติจะรับร่างหรือไม่ โดยเสียงสะท้อนนี้อาจนำไปสู่การทำประชามติในภายหลังได้ ข้อดีของการประชามติจะทำให้ยึดโยงกับประชาชน แต่จะใช้งบประมาณมาก ดังนั้นต้องมีกระบวนการเตรียมความพร้อมสร้างความเข้าใจก่อนทำประชามติ โดยขณะนี้คนส่วนใหญ่อยากให้ทำประชามติ แต่อยู่ที่รัฐบาลจะตัดสินใจ เพราะเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้ประเทศเดินหน้าได้

ทำโพลถามประเด็นร้อนวัดเรตติ้ง

นางถวิลวดีกล่าวว่า นอกจากนี้ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญมอบหมายให้สำนักงานสถิติแห่งชาติและสถาบันพระปกเกล้า ร่วมทำแบบสอบถามประชาชนที่เป็นกลุ่มตัวอย่างอายุ 18 ปีขึ้นไปทุกจังหวัดทั่วประเทศ จำนวน 77,000 คน ตกจังหวัดละ 1,000 คน ขณะนี้เจ้าหน้าที่สำนักงานสถิติแห่งชาติเริ่มลงพื้นที่สอบถามความเห็นบ้างแล้ว จะได้ผลสำรวจปลายเดือน พ.ค.นี้ ทำให้ได้เสียงสะท้อนจากทุกจังหวัดส่วนประเด็นสำคัญที่สอบถามมี 30 คำถาม จะมีทั้งคำถามปลายเปิดและคำถามปลายปิด เช่น การเลือกตั้งเป็นสิทธิหรือหน้าที่ระบบรัฐสภาให้มี ส.ส. และ ส.ว.เห็นด้วยหรือไม่, จำนวน ส.ส.คิดจาก ความนิยมที่มีต่อพรรค หรือระบบสัดส่วนผสม เห็นด้วยหรือไม่ในยามบ้านเมืองวิกฤติจะให้คนที่มีความเหมาะสมมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ แต่ต้องผ่านความเห็นชอบของ ส.ส. โดยจะไม่ถามคำถามชี้นำ แต่จะถามให้ประชาชนสะท้อนความเห็นออกมา ที่จะมีผลต่อการทบทวนร่างรัฐธรรมนูญ รวมถึงต้องฟังความเห็นของทุกฝ่ายมาพิจารณาด้วย

เตรียมจัดหมวดหมู่ญัตติปรับร่างฯ

นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิก สปช. ในฐานะคณะผู้ประสานงานในการประมวลคำขอแก้ไขรัฐธรรมนูญจากสมาชิก สปช. กล่าวว่า ในวันที่ 6 พ.ค.ภายหลังที่คณะผู้ประสานงานฯ ได้รับแบบสอบถามจากสมาชิก สปช.ว่าจะขอยื่นแปรญัตติแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญในประเด็นใดภายในเวลา 14.00 น. แล้วก็จะประมวลจัดหมวดหมู่เพื่อดูว่ามีคำขอใดที่มีความเห็นสอดคล้องกัน ซึ่งคาดว่าในการจัดหมวดหมู่น่าจะต้องให้เวลาพอสมควร เนื่องจากการยื่นแปรญัตติเป็นสิทธิ์ของสมาชิกรายบุคคล ไม่ได้ยื่นในรูปแบบคณะกรรมาธิการ แม้อาจมีบางคณะที่มีความเห็นสอดคล้องกัน แต่ส่วนใหญ่จะเป็นการใช้สิทธิ์เป็นรายบุคคลมากกว่า อีกทั้งเมื่อส่งคำขอแปรญัตติไปยัง กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญแล้ว กมธ.ยกร่างฯได้ตกลงกับวิป สปช.แล้วว่าในวันที่ 1-6 มิ.ย. กมธ.ยกร่างฯจะเชิญสมาชิก สปช.ที่ยื่นแปรญัตติไปชี้แจงเหตุผล

ดีไซน์ 3 สูตรเลือกทำประชามติ

นายอลงกรณ์ยังกล่าวถึงข้อเสนอในการทำประชามติแบบรายประเด็นว่า ถือว่าเป็นข้อเสนอที่ดีและเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ เพราะขณะนี้รูปแบบการทำประชามติมีอยู่ 3 วิธีการ คือ 1.การทำประชามติโดยให้ประชาชนให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญนี้ทั้งฉบับ 2.การทำประชามติเฉพาะมาตรา โดยยกเฉพาะประเด็นที่เป็นปัญหา และ 3.การทำประชามติที่นำเอาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาเปรียบเทียบกับรัฐธรรมนูญฉบับเก่าอย่างปี 2540 และ 2550 ดังนั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าจะให้มีการทำประชามติหรือไม่ ถ้าหากให้มีจะเลือกใช้วิธีใด ซึ่งน่าจะอยู่ในกรอบ 3 วิธีดังกล่าวนี้

โรงรับจำนำตรึงราคาดอกเบี้ยช่วงเปิดภาคเรียน

สั่งโรงตึ๊งตรึงดอกรับเปิดเทอม

ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงก่อนเปิดภาคเรียนประชาชนมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นและมีแนวโน้มที่จะใช้บริการโรงรับจำนำเป็นจำนวนมาก ดังนั้น เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระให้กับผู้ปกครอง รัฐบาลจึงมีนโยบายคืนความสุขด้วยการให้โรงรับจำนำในสังกัดของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ทั้ง 34 แห่งทั่วประเทศตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมคือ เงินต้นต่ำกว่า 5,000 บาท จะคิดดอกเบี้ย 50 สต./เดือน เงินต้น 5,000-10,000 บาทคิดดอกเบี้ย 75 สต./เดือน เงินต้น 10,001 - 20,000 บาท ดอกเบี้ย 1 บาทต่อเดือน และ 20,000 บาทขึ้นไป คิดดอกเบี้ย 1.25 บาท ซึ่งอัตราดังกล่าวถือว่าต่ำกว่าดอกเบี้ยรับจำนำที่กำหนดไว้ตาม พ.ร.บ.โรงรับจำนำ พ.ศ.2505 กล่าวคือ หากเงินต้นไม่เกิน 2,000 บาท ห้ามเรียกเก็บอัตราดอกเบี้ยเกินร้อยละ 2 ต่อเดือน และเงินต้นส่วนที่เกิน 2,000 บาท ห้ามเรียกเก็บอัตราดอกเบี้ยเกินร้อยละ 1.25 ต่อเดือน ทั้งนี้ จะใช้อัตราดอกเบี้ยดังกล่าวไปจนถึงเดือนมิถุนายน 2558 โดยนายมานะ เกลี้ยงทอง ผู้อำนวยการสำนักงานธนานุเคราะห์ ได้รายงานว่าได้สั่งการให้โรงรับจำนำสำรองสภาพคล่องเพิ่มอีก 500 ล้านบาท เพื่อให้เพียงพอต่อการใช้บริการของประชาชนด้วย

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้