วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ค้น 'เอเวอเรสต์' กลืน 200 นักปีนเขา ยอดศพพุ่งไม่หยุด

ค้น 'เอเวอเรสต์' กลืน 200 นักปีนเขา ยอดศพพุ่งไม่หยุด

  • Share:

เผยเนปาลซาบซึ้งหลังรับมอบสิ่ง ของพระราชทานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ เนปาลระบุพุ่งสูงถึง 7,557 ศพ บาดเจ็บมากกว่า 14,536 คน เชื่อผู้เสียชีวิตยังจะเพิ่มสูงขึ้นอีกมาก ส่วนนักนิยมปีนเขาเอเวอเรสต์อาจฝันสลาย ฤดูกาลปีนเขาปีนี้อาจสิ้นสุดเพราะแผ่นดินไหวเป็นต้นเหตุ ด้านการกู้ศพนักปีนเขาที่ถูกหิมะถล่มทับตายยังทำได้อย่างยากเย็น เพราะขาดอุปกรณ์สำคัญในการค้นหาศพ ที่ยังหาไม่พบกว่า 200 ศพ

หลังผ่านพ้นภัยพิบัติแผ่นดินไหวขนาด 7.8 แมกนิจูด ที่กลืนกินชีวิตชาวเนปาลไปกว่า 7,500 ศพ บาดเจ็บอีกกว่า 15,000 คน ที่กลายเป็นโศกนาฏกรรมสุดสะเทือนใจชาวโลก เมื่อ 10 วันที่ผ่านมา ขณะนี้เนปาลกำลังเข้าสู่ห้วงเวลาแห่งการฟื้นฟูชาติ เพื่อให้มวลประชาชนในแผ่นดินเนปาลกลับสู่สภาวะการใช้ชีวิตตามปกติอีกครั้ง

ทั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันอังคารที่ 5 พ.ค. อ้างถ้อยแถลงจากคณะกรรมการฉุกเฉินด้านภัยพิบัติแห่งอังกฤษ หรือดีอีซี เตือนภัยความเสี่ยงเกิดโรคระบาด ในพื้นที่ประสบภัยแผ่นดินไหวในเนปาลตั้งแต่ 25 เม.ย. เนื่องจากผู้ประสบภัยที่ รอดชีวิตจำนวนมากยังขาดแคลนที่พักอาศัยถูกสุขลักษณะ ต้องขับถ่ายของเสียจากร่างกายตามสถานที่โล่งแจ้ง อีกทั้งอาจบริโภคอุปโภคแหล่งน้ำปนเปื้อนเชื้อโรคที่จะนำไปสู่การเกิดโรคระบาด อาทิ ท้องร่วง โรคบิดหรือโรคอื่นๆ ขณะที่หน่วยงานภายใต้การดูแลของดีอีซีจาก 12 องค์กรการกุศลอยู่ระหว่างช่วยดำเนินการป้องกันและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเร่งจัดหาดูแลสถานที่พักพิงชั่วคราวของชาวบ้านผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวให้ถูกสุขลักษณะ รวมถึงจัดหาน้ำสะอาดเพื่ออุปโภคบริโภค ทั้งแนะนำผู้ประสบภัยให้หมั่นล้างมือ ทุกฝ่ายจำเป็นต้องเร่งดำเนินการในช่วงนี้เนื่องจากสถานการณ์อาจเลวร้ายลงอีกเมื่อถึงช่วงฤดูมรสุมที่จะมาถึงในช่วงต้นเดือน มิ.ย.

ขณะเดียวกัน ทางการเนปาลได้ปรับเพิ่มตัวเลขผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวขนาด 7.8 แมกนิจูด เขย่าพื้นที่ภาคกลางของประเทศอย่างเป็นทางการเพิ่มเป็นกว่า 7,557 ราย ผู้บาดเจ็บมากกว่า 14,536 คน คาดว่าจำนวนผู้เสียชีวิตยังจะเพิ่มสูงขึ้นอีกมาก เพราะอีกหลายพื้นที่ประสบภัยแผ่นดินไหว ยังไม่ได้รับรายงานความสูญเสีย อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเนปาลได้ใช้กำลังทหารและตำรวจทั่วประเทศมากกว่า 131,500 นาย ร่วมภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยเปลี่ยนภารกิจจากการกู้ภัยเป็นเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยและฟื้นฟูสภาพความเสียหาย ร่วมมือกับหน่วยงานความช่วยเหลือจากต่างชาติมากกว่า 100 คณะ

ส่วนความคืบหน้าภารกิจเร่งค้นหาผู้สูญหายบริเวณหุบเขาลางตาง อยู่ห่างกรุงกาฐมาณฑุไปทางทิศเหนือราว 60 กม. เป็นสถานที่พักยอดนิยมของเหล่านักท่องเที่ยวปีนเขาและชมทิวทัศน์เทือกเขาหิมาลัย รวมถึงยอดเขาเอเวอเรสต์ ซึ่งถูกหิมะถล่มระหว่างเกิดแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 25 เม.ย. ทำให้บ้านเรือนที่พักบริเวณนั้นราว 60 หลัง ถูกหิมะถล่มกวาดหายไปเกือบทั้งหมด ได้รับการเปิดเผยจาก นายกัวตัม ไรมาล เจ้าหน้าที่ทางการท้องถิ่นเผยว่า ทีมงานอยู่ระหว่างขุดค้นหาผู้สูญหาย พบศพแล้วกว่า 100 ราย รวมถึงชาวต่างชาติอย่างน้อย 7 ราย คาดว่ายังมีผู้สูญหายบริเวณนั้นมากราว 200 คน แต่พื้นที่ดังกล่าวยังยากที่จะเข้าถึง เพราะต้องเดินเท้านานถึง 2 วันเข้าไปจากหมู่บ้านที่อยู่ใกล้ที่สุด ทำให้ยากยิ่งที่จะค้นหากู้ศพได้ทั้งหมดในเวลาอันรวดเร็ว ทั้งนี้ การเข้าถึงพื้นที่ดังกล่าวได้เร็วที่สุดคือต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ แต่รัฐบาลเนปาลไม่มีเฮลิคอปเตอร์มากเพียงพอที่จะดำเนินการดังกล่าว นอกจากนั้น เหตุหิมะถล่มเพราะแผ่นดินไหวบริเวณพื้นที่เบสแคมป์ ทางขึ้นสู่ยอดเขาเอเวอเรสต์ ส่งผลให้เส้นทางเดินขึ้นสู่ยอดเขาเอเวอเรสต์ถูกหิมะถล่มทับเสียหาย ทำให้ฤดูกาลปีนเขาเอเวอเรสต์ในปีนี้อาจต้องสิ้นสุดลงอย่างไม่เป็นทางการ

ขณะเดียวกัน รัฐบาลบังกลาเทศแถลงระบุแผ่นดินไหวในเนปาลเมื่อ 25 เม.ย. ส่งผลให้โรงงาน สิ่งทอในบังกลาเทศอย่างน้อย 3 แห่ง โครงสร้างอาคารเสียหายแตกร้าวต้องถูกสั่งปิดดำเนินการเพื่อความปลอดภัย ทั้งนี้ แผ่นดินไหวดังกล่าวคร่าชีวิตชาวบังกลาเทศด้วย 2 ราย

ส่วนที่ปาปัวนิวกินี ชาติหมู่เกาะกลางมหาสมุทรแปซิฟิก มีรายงานเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.5 แมกนิจูด เมื่อช่วงวันอังคารที่ 5 พ.ค. ก่อให้เกิดคลื่นสึนามิขนาดความสูง 1 เมตร พัดเข้าหาชายฝั่ง แต่ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยมีเพียงรายงานว่าเสาไฟฟ้าหักโค่นจำนวนหนึ่ง

วันเดียวกัน นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหวและการช่วยเหลือคนไทยในเนปาลว่า ขณะนี้จำนวนยอดผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการเท่าที่ได้รับรายงานมาคือ 6,276 คน บาดเจ็บ 14,362 คน บ้านเรือนพังทลาย 200,552 หลัง ได้รับความเสียหาย 186,285 หลัง ขณะนี้ไม่มีนักท่องเที่ยวไทยมาขอความช่วยเหลือจากสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงกาฐมาณฑุแล้ว ส่วนเด็กไทย 3คน ที่พ่อแม่ขอให้เดินทางกลับไทยด้วยเครื่องบิน ซี-130 เดินทางถึงประเทศไทยแล้วเมื่อวันที่ 4 พ.ค. ทั้งนี้กองทัพอากาศได้ส่งเครื่องบิน ซี-130 อีก 2 ลำ นำสิ่งของจำเป็นไปยังเนปาล โดยจะออกเดินทางจากท่าอากาศ– ยานกองทัพอากาศช่วงเช้าวันที่ 6 พ.ค. พร้อมกันนี้สถานเอกอัครราชทูตเนปาลประจำประเทศไทย จะฝากส่งผ้าพลาสติกขนาดใหญ่ และสิ่งของจำเป็นอื่น จำนวน 2 ตัน ไปพร้อมกันด้วย

นายเสขกล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 4 พ.ค. นายวุตติ วุตติสันต์ เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงกาฐมาณฑุ ได้ส่งมอบของพระราชทานจากสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน 7 ตัน ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเนปาล ประกอบด้วย เต็นท์ ผ้าห่ม ยา ข้าวสาร เตาแก๊ส ที่นอน อาหารกระป๋อง แก่ปลัดกระทรวงการต่างประเทศเนปาล และอธิบดีกรมพิธีการทูต กระทรวงการต่างประเทศเนปาล ในฐานะผู้แทนรัฐบาลเนปาลในการรับมอบ ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ โดยฝ่ายเนปาลได้กล่าวซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเทพรัตนราช สุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ได้พระราชทานความช่วยเหลือให้แก่เนปาล ซึ่งประสบความเสียหายเป็นอย่างมากจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้

นอกจากนี้ คณะแพทย์จากโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้นำวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่จำนวน 110 เข็ม มาฉีดให้แก่เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ และลูกจ้าง พนักงานการบินไทยและคนไทยที่พักอยู่ในสถานเอกอัครราชทูตฯ สำหรับการปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือเนปาลในส่วนของไทย มีหน่วยแพทย์ทหารลงพื้นที่ที่หมู่บ้าน Chapadi Bhatrakali โดยได้รักษาด้านทันตกรรมแก่เด็กในหมู่บ้าน 100 คน ส่วนทีมแพทย์ไทยที่โรงพยาบาลสนามตำบลซิปปะกัต ก็รักษาพยาบาลคนไข้ 135 คน อย่างไรก็ดี กระทรวงสาธารณสุขจะส่งทีมแพทย์ชุดที่ 2 ไปเนปาลในวันที่ 7 พ.ค. เพื่อผลัดเปลี่ยนกับทีมแพทย์ชุดแรกที่โรงพยาบาลสนาม ตำบลซิปปะกัต สำหรับเงินบริจาคเข้าบัญชี “หัวใจไทย ส่งไปเนปาล” ณ เวลา 16.00น. ในวันที่ 4 พ.ค. มีจำนวน 116,069,186.82 บาท

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้