วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ลองของหรู ล่องใต้กับ MERCEDES BENZ AMG GTS / C300 BlueTEC HYBRID

ลองของหรู ล่องใต้กับ MERCEDES BENZ AMG GTS / C300 BlueTEC HYBRID

  • Share:

สายวันอังคารที่ 28 เมษายน 2558 บริเวณลานจอดรถของสนามบินนานาชาติภูเก็ต เต็มไปด้วยรถ Mercedes Benz หลากรุ่นหลายสไตล์ จอดรอสื่อมวลชนสายยานยนต์ เป็นการเชิญสื่อมวลชนเดินทางลงใต้ มาขับทดสอบรถยนต์หรูจากแบรนด์ตราดาว หลังจากการขับทดสอบในสนามแข่งบุรีรัมย์เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา

บริษัท Mercedes Benz Thailand สร้างความแปลกใหม่สำหรับการขับทดลองประสิทธิภาพของตัวรถ ที่แตกต่างไปจากแบรนด์รถยนต์ยี่ห้ออื่นๆ ด้วยการยกทัพโยธากันมาเกือบจะครบทุกโมเดลที่มีขายอยู่บนโลกใบนี้ หากใครผ่านลานจอดรถของสนามบินภูเก็ตในวันนั้น ก็คงจะแปลกใจที่เห็นรถ Benz รุ่นใหม่ล่าสุด จำนวน 18 รุ่น จอดเรียงรายจนแทบจะเต็มพื้นที่ด้านทิศใต้ของสนามบิน ไล่เรียงกันตั้งแต่ A45 AMG / CLA45 AMG / C300 BlueTEC Hybrid (CKD) / S300 BlueTEC Hybrid / CLS250 CDI AMG Shooting Brake / CLA 250 Shooting Brake / GLE Coupe / AMG GTS / SLK / E-Coupe / E-Coupe Convertible / V-Class 2015 / E300 BlueTEC Hybrid เรียกว่า มองไปทางไหนก็จะเจอแต่รถของแบรนด์ตราดาว ที่ละลานตาเต็มพื้นที่ของลานจอดฝั่งใต้กันเลยทีเดียว

อัชณ์ บุญยประสิทธิ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท Mercedes Benz Thailand ให้ความเห็นเกี่ยวกับการจัดทดสอบในจังหวัดภูเก็ต ว่า กิจกรรมทดสอบประสิทธิภาพของรถยนต์ Mercedes Benz มีวัตถุประสงค์เพื่อทำให้สื่อมวลชนได้รับรู้ถึงสมรรถนะของตัวรถรุ่นใหม่ ระบบความปลอดภัยและความสะดวกสบายของตัวรถในแต่ละรุ่น ที่มีความแปลกแยกแตกต่างกันออกไปตามวัตุประสงค์ของการใช้งาน

สำหรับความพิเศษของการทดสอบในครั้งนี้ ทาง Mercedes Benz Thailand ได้เตรียมยนตรกรรมแบรนด์ตราดาวรุ่นล่าสุด ไว้ถึง 18 รุ่น ครอบคลุมทั้งในกลุ่ม NGCC หรือ New Generation Compact Car / Contemporary Luxury และรถสปอร์ตแนว Dream Car โดยเน้นไปที่รถยนต์ 5 รุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งจะมีการเปิดตัวในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 36 ที่ผ่านมา เช่น CLA Shooting Brake ยานยนต์ในตระกูล A-Class ที่ถูกปรับดีไซน์ในแบบสเตชั่นแวนกอน / GLE Coupe รถออฟโรดหรูคู่ต่อสู้ใหม่ของ BMW X6 / AMG GTS สปอร์ตจีทีแนวโหด ที่ให้อารมณ์รถแข่งท่ามกลางความสะดวกสบายในแบบ Grandtourismo ภายใต้สำนักแต่งสุดโหดนาม AMG รวมถึงรถ MPV จอมหรูอย่าง Mercedes Benz New V-Class รถยนต์อเนกประสงค์แบบ 6 ที่นั่ง

ผมจับคู่กับ พี่แมน ทัศไนย ไรวา บก.ของนิตยสารรถยนต์ Car Thai Edition ทำการเลือกรถที่จะขับทดสอบ ซึ่งทาง Mercedes Benz Thailand ใช้วิธีจับสลากในกล่องสีดำ จากที่หมายมั่นปั้นมือเอาไว้แต่แรกว่า จะต้องโชคดีในการจับสลากเลือกรถทดสอบที่ผมและพี่แมนได้ทำการเล็งเจ้าปีศาจสีเหลือง AMG GTS 506 แรงม้า หรือไม่ก็เป็นเจ้ายักษ์ปักหลั่น SUV คันใหม่ล่าสุดสดๆ ร้อนๆ จากแบรนด์ตราดาว GLE 450 AMG 4 MATIC ศัตรูคู่อาฆาตของ BMW X6

สำหรับการขับทดสอบในช่วงแรก จากลานจอดรถในสนามบินภูเก็ตไปยังร้านอาหารระย้า รวมระยะทางทดสอบในช่วงแรกประมาณ 30.9 กิโลเมตร ผมและพี่แมนกลับไปจับได้รถ Mercedes Benz CLS250 AMG Shooting Brake ซึ่งเป็นรถยนต์แบบสเตชั่นแวนกอนหรูสีทรายทองแบบผิวด้าน เป็นรถที่ผมเคยขับในสนามแข่งบุรีรัมย์ แต่ยังไม่เคยขับบนถนนปกติแบบนี้ เมื่อเข้ามานั่งภายในห้องโดยสารของเจ้านี่คุณก็จะพบกับบรรยากาศในแบบ E-Class ผสมผสานกับอุปกรณ์ชิ้นงานตกแต่งที่หรูหรามีระดับ ท่านั่งขับอยู่ในตำแหน่งที่ดี ทั้งการจัดวางพวงมาลัย แป้นคันเร่งและตำแหน่งของการปรับตั้งเบาะคนขับที่ครอบคลุมท่านั่งขับที่ดีเยี่ยม จากสายตาที่เคยจับจ้องไปยังเจ้าเหลือง GTS จึงต้องเปลี่ยนมาจ้องมอง CLS Shooting Brake สีทรายทองผิวด้านคันนี้แทน

เจ้า Benz CLS250AMG Shooting Brake คันนี้ เป็นรถยนต์มาดสปอร์ตแบบ 5 ที่นั่ง 5 ประตู แนวอเนกประสงค์ ที่มีเรือนร่างแบบแวนกอน ซึ่งเป็นที่นิยมของแม่บ้านไฮโซชาวยุโรป CLS Shooting Brake มีความยาว 4,956 มิลลิเมตร กว้าง 1,881 มิลลิเมตร และสูง 1,416 มิลลิเมตร CLS250AMG Shooting Brake ถูกออกแบบให้มีโครงกระจกด้านข้างแบบไร้ขอบ ไปจนถึงหลังคาที่ลาดลงต่อเนื่องจรดด้านท้ายของตัวรถ รูปลักษณ์แบบสปอร์ต 5 ประตู ด้านท้ายกว้างอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ห้องเก็บสัมภาระมีความจุตั้งแต่ 590 - 1,550 ลิตร นักออกแบบจากแบรนด์ตราดาว นำเสนอรูปลักษณ์ดีไซน์ใหม่ จากเส้นสายอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และดีไซน์ตอนหน้าที่ถูกออกแบบให้มีความปราดเปรียวขึ้น กระจังหน้าลายเพชร ไฮไลท์สำคัญเป็นเทคโนโลยีของระบบไฟหน้าแบบ “MULTIBEAM LED” ที่ช่วยเปิดมิติใหม่ของระบบไฟส่องสว่าง โดย CLS 250 CDI Shooting Brake AMG Premium คันทดสอบที่ติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งของ AMG ราคา 5.09 ล้านบาท วางเครื่องยนต์ดีเซลแบบ 4 สูบ 2,143 ซีซี 204 แรงม้า กับแรงบิดเกือบๆ 500 นิวตันเมตรจากเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ มีตัวเลขของอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 7.80 วินาที และมีความเร็วสูงสุดถึง 235 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นับเป็นรถแวนที่หรูและแรงแบบครบเครื่อง

ออกจากหน้าสนามบินได้ไม่ไกล รถนำ Mercedes Benz C250 Coupe AMG เร่งความเร็วจนผมต้องไล่ตามแทบจะไม่ได้ยกคันเร่ง เนื่องจากไม่รู้เส้นทางไปร้านระยะ หากหลงกับขบวนรถทดสอบมีหวังได้วนไปวนมาในภูเก็ตอย่างแน่นอน โหมด Comfort ของเจ้า CLS 250 AMG Shooting Break มีคันเร่งที่ออกย้วยๆ ยืดๆ เอาไว้ขับแบบไปเรื่อยๆ ตอบสนองได้ไม่ค่อยจะทันอกทันใจ ผมจึงเปลี่ยนโหมดขับเคลื่อนมาเป็นแบบสปอร์ตโหมด ในโหมดนี้ การตอบสนองของคันเร่งและเกียร์ รวมถึงพวงมาลัยดีขึ้นผิดหูผิดตา แรงบิดรอบต่ำจากเครื่องดีเซลแถวเรียงสี่สูบ ทำให้การไล่ตามรถนำไม่ใช่เรื่องลำบากยากเย็นอะไรนัก

เกียร์ 7G Tronic Plus ทำหน้าที่ตัดต่อส่งถ่ายแรงบิดในทุกๆ อัตราทดของเกียร์ไปยังเพลาขับหลังได้ดีน่าชื่นชม ผมเคยมีความรู้สึกกับโมเดล CLS 250 CDI Shooting Brake ว่าเป็นรถของคนสูงวัยแบบผู้ใหญ่นักบริหารมือทองที่ประสบความสำเร็จในอาชีพการงาน พอได้มาลองขับบนไฮเวย์แบบนี้ ความรู้สึกที่ว่ากลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความโดดเด่นของรถรุ่นนี้นอกจากเรือนร่างแบบแวนกอน 5 ประตู แล้วยังมีเครื่องยนต์และเกียร์ที่ดีเลิศอีกด้วย ส่วนระบบรองรับ หรือช่วงล่างก็ให้สัมผัสที่มาดมั่น ช่วงล่างของเจ้านี่จะนุ่มนวลกว่า BMW Series 5 Touring รุ่น 525D เล็กน้อย ส่วนอาการย้วยในโค้งแทบจะไม่ปราฏกเมื่อใส่เข้าไปแรงๆ พวงมาลัยและช่วงล่างสอดประสานการทำงานได้เป็นอย่างดีจนผมนึกอิจฉาเจ้าของรถที่ได้ครอบครองยานยนต์สุดหรูคันนี้โดยเฉพาะ เมื่อมันอยู่ในสีพิเศษแบบผิวด้านสีทรายทอง

ขับมาได้ไม่นานขบวนรถทดสอบของ Mercedes Benz Thailand พร้อมรถของเจ้าหน้าที่กว่า 20 คัน ก็เดินทางมาถึงร้านอาหารพื้นเมืองชั้นนำใน จ.ภูเก็ต ชื่อ ระย้า ร้านที่มีแกงกะทิใส่เนื้อปูรสชาติเด็ดดวงเอามากๆ รวมกับอาหารแนวปักษ์ใต้อย่างใบเหลียงผัดไข่และแกงเหลืองใส่ปลากระพงกับกุ้งทะเลลายเสือผัดกับกระเทียม หลังจากอิ่มกับมื้อเที่ยง เจ้าหน้าที่ของ Mercedes Benz Thailand นำกล่องสีดำเจ้าปัญหา มาให้จับสลากเลือกรถทดสอบที่จะขับในช่วงต่อไป ผมพยายามเพ่งกระแสจิตไปที่เจ้าหมู GLE 450 AMG 4 Matic เผื่อฟลุกจะได้ควบเจ้า SUV หรู ขับเคลื่อนสี่ล้อขึ้นเขาลงห้วยแถบพังงาได้อย่างสะดวกโยธิน และแสนจะสบายจากระบบรองรับการขับขี่ควบคุมในระดับเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว พร้อมอุปกรณ์ภายในที่หรูสุดกึ๋น

พอลงมือล้วงไปล้วงมา ดันจับได้ New Generation Compact Car อย่าง Mercedes Benz C300 BlueTEC Hybrid AMG Dynamic CKD ซึ่งเป็นยานยนต์ซีดาน ในตระกูล New C-Class เครื่องยนต์ลูกผสมแบบดีเซลบวกมอเตอร์ไฟฟ้า หรือ Hybrid เจ้า C300 BlueTEC Hybrid AMG Dynamic CKD ที่กำลังทำตลาดอย่างเข้มข้นอยู่ในขณะนี้ ด้วยราคาที่ไม่แพง (มากจนเกินไป) ที่ 3,090,000 บาท เป็นรถยนต์ซีดานจากแบรนด์ตราดาว ที่วางเครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียงแบบ 4 สูบ 2,143 ซีซี กำลังสูงสุด 150 กิโลวัตต์ หรือ 204 แรงม้า ที่ 3,800 รอบต่อนาที แรงบิดจากเครื่องยนต์อยู่ที่ 500 นิวตันเมตร ส่วนกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าให้มาถึง 20 แรงม้า กับแรงบิด 250 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงอันจี๊ดจ๊าดของมันอยู่ที่ตัวเลข 6.4 วินาที และมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 244 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

สำหรับอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมีตัวเลขที่หรูหรามากในระดับ 25.0-27.0 กิโลเมตรต่อลิตร หากรู้จักใช้คันเร่งให้ดีเชื้อเพลิงถังเดียวไปได้ไกลเกือบๆ 1,000 กิโลเมตรเลยทีเดียว สายตาที่พลาดหวังจากเจ้าหมู GLE 450 AMG 4 Matic เริ่มส่งประกายออกมาอีกครั้งจากการที่จะได้ลองควบรถ New C-Class รุ่นที่ช่างของ Mercedes Benz Thailand เป็นทีมงานที่ประกอบเองกับมือในโรงงานของ Benz Thailand แถบสมุทรปราการ โดยไม่ได้นำเข้ามาทั้งคันเหมือน C-Class รุ่นแรกๆ ด้วยงานฝีมือการประกอบในระดับมาตรฐานเดียวกันกับโรงงาน Mercedes Benz ในเยอรมนี คงไม่ต้องบรรยายความประณีตเรียบร้อยของงานประกอบให้มากเรื่องแต่อย่างใดทั้งสิ้น

มิติตัวถังของเจ้า Mercedes Benz C300 BlueTEC Hybrid AMG Dynamic เวอร์ชั่น CKD ยาว 4,686 มิลลิเมตร กว้าง 1,810 มิลลิเมตร และสูง 1,442 มิลลิเมตร น้ำหนักตัวรถที่มากกว่า C250 AMG จากระบบขับเคลื่อน Hybrid ทั้งแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้เจ้า Mercedes Benz C300 BlueTEC Hybrid มีน้ำหนักมากถึง 1,715 กิโลกรัม ในส่วนของตัวรถทั้งภายในและภายนอกห้องโดยสาร บอกได้คำเดียวว่า นี่คือการนำเอา S-Class มาย่อส่วน งานตกแต่งห้องโดยสาร อยู่ในระดับที่ดีมาก ทั้งงานดีไซน์ การจัดวางอุปกรณ์ และการนำเอาวัสดุชั้นดีที่ผ่านการคัดสรรมาใช้ตกแต่ง สร้างบรรยากาศให้มีความน่าขับ น่านั่งเป็นอย่างยิ่ง เบาะคู่หน้าแบบสปอร์ตหุ้มหนังแท้สีแดง คอนโซลสีดำหุ้มหนัง แผงคอนโซลกลางทำจากไม้สีดำด้านที่มีลายไม้แปลกแหวกแนวและให้ผิวสัมผัสที่แตกต่างไปจากลายไม้ทั่วไป ช่องแอร์ทรงกลมแบบสามช่อง และจอภาพมัลติฟังก์ชั่นทำออกมาได้โดนใจวัยรุ่น โดยเฉพาะจอภาพที่คล้ายกับ i-PAD

พวงมาลัยทรงสามก้านแบบฐานตัดจับได้อย่างกระชับ มาดมั่น การออกแบบที่แอบอิงกับแนวทางของรถสปอร์ต ปรากฏออกมาให้เห็นอย่างเด่นชัดบริเวณมาตรวัดและพวงมาลัย แป้นเปลี่ยนเกียร์ขนาดเล็ก ใช้สำหรับปรับอัตราทดของเกียร์ 7G Tronic Plus ทำจากอัลลอย ส่วนเกียร์ย้ายตำแหน่งจากซุ้มเกียร์บริเวณคอนโซลกลาง ด้านล่างมาแปะอยู่ที่ก้านพวงมาลัยแบบเกียร์มือ ต้องปรับความรู้สึกกันเล็กน้อย สำหรับการใช้งานเกียร์ที่อยู่ตรงคอพวงมาลัย เป็นจุดที่ Mercedes Benz ใช้ความแตกต่างที่เชี่ยวชาญ ทำให้มันแปลกแยกไปจากรถคู่แข่ง อย่าง BMW Series-3 โดยเฉพาะความหรูหราของห้องโดยสารที่เหนือกว่า BMW อย่างชัดเจน นอกเหนือไปจากงานออกแบบและตกแต่งชนิดหรูสุดแล้ว เจ้านี่ยังมีสมรรถนะที่น่าประทับจิตประทับใจอีกด้วย

ช่วงทดสอบที่สอง มีระยะทางค่อนข้างไกลจากร้านระย้า ไปโรงเรียนเยาววิทย์ ใน อ.กะปง จ.พังงา มีระยะทางยาวถึง 113.7 กิโลเมตร เป็นหน้าที่ของ พี่แมน ทัศไนย ไรวา บก.ของนิตยสารรถยนต์ Car Thai Edition ขับลากยาวจากภูเก็ตไปครึ่งทาง ก่อนที่จะส่งมอบพวงมาลัยเจ้า C300 BlueTEC Hybrid AMG Dynamic ให้ผมขับต่ออีกเกือบ 60 กิโลเมตร ซึ่งเส้นทางในช่วงนี้เต็มไปด้วยโค้งวกไปวนมากับทางขึ้นลงเนินยาว ใน C300 BlueTEC Hybrid สัมผัสเดิมจากที่เคยขับทดสอบครั้งแรกในประเทศฝรั่งเศส กลับมาอีกครั้ง ย่านแรงบิดที่ดีเยี่ยมทำให้การขับด้วยความเร็วเดินทางมีความง่ายแถมยังประหยัดเชื้อเพลิงจากเครื่องดีเซล ที่ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า

ผมไล่กวดเจ้า GLE Coupe รถ SUV ไซส์ยักษ์ที่ Mercedes Benz ทำออกมาเพื่อแข่งกับ BMW X6 แม้จะมีเรือนร่างที่ค่อนข้างโต แต่เจ้า GLE Coupe คัน ที่วิ่งนำอยู่ข้างหน้านี้ เป็นรุ่น 450 AMG ที่มีพละกำลังมหาศาล จากเครื่องยนต์เบนซินแบบ V6 อัดอากาศด้วยเทอร์โบคู่ 2,996 ซีซี สร้างเรี่ยวแรงได้มากถึง 367 แรงม้า เหนือกว่า BMW X6 xDRIVE 30D จากที่เคยขับแบบเรื่อยๆ พอออกจากตัวเมืองภูเก็ต พบกับทางลาดยางโล่งๆ เจ้า GLE Coupe 450AMG ที่ขับโดย พี่เล็ก มนชัย สว่างศรี บก.จากนิตยสารจีเอมคาร์ กดคันเร่งหนีหายไปแบบไร้ร่องรอย

ใน C300 BlueTEC Hybrid AMG Dynamic พวงมาลัยไฟฟ้ามีน้ำหนักเบากว่า BMW ActiveHybrid 3 แต่ไม่ได้เบาจนโหวง เมื่อขับที่ย่านความเร็วสูง ช่วงล่างแสนสบาย แต่ให้ความมั่นใจเมื่อใช้ความเร็วมีอาการโคลงตัวน้อยมาก เมื่อใส่ผ่านโค้งมุมแคบ ก่อนที่จะถึงยังตัวโรงเรียนเยาววิทย์ มีทางแบบขึ้นลงเขาที่ต้องใช้ความระมัดระวังกันอยู่บ้าง ผมลองเข้าโค้งให้เร็วขึ้น โดยเปลี่ยนจากการให้รถเข้าเกียร์เองในโหมดอัตโนมัติ มาเป็นการเข้าเกียร์ด้วยตัวเองในโหมดแมนนวล เกียร์ 7G Tronic ตอบสนองอย่างที่ควรจะเป็น ซึ่งในบางจังหวะจะโคนผมต้องลดเกียร์ลงมาถึงสามตำแหน่งจากเกียร์ 7 มายังเกียร์ 4 เพื่อลดความเร็วก่อนหักพวงมาลัยเข้าโค้ง ความคล่องตัวจากแชสซีส์ที่ออกแบบมาเป็นอย่างดีทำให้การควบคุม C300 BlueTEC Hybrid AMG Dynamic เพิ่มความสนุกขึ้นเรื่อยๆ จนผมต้องลดความเร็ว หรือเบรกแรงๆ ในหัวโค้ง ก่อนที่จะมุดเข้าสู่ทางโค้งที่ไม่มีความคุ้นชินในเขตจังหวัดพังงา

ยาง Bridgestone Potenza S001 แบบหน้าเล็กหลังใหญ่เนื่องจากเป็นรถขับหลัง ยางหน้าขนาด 225/45R18 ส่วนยางหลังมีขนาดอวบขึ้นมาอีกนิดที่ 245/40R18 ยางและช่วงล่างของเจ้านี่เกาะจิกโค้งท่ามกลางอุณหภูมิ พื้นผิวที่ร้อนระอุได้เป็นอย่างดี เสียงการทำงานของยาง Potenza S001 เมื่อความเร็วเกิน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ดังลอดพอให้ได้ยิน แต่ไม่ได้มากมายอะไร รวมถึงเสียงลมที่ปะทะกับตัวถังในย่านความเร็วสูง ก็ยังถูกปิดกั้นด้วยวัสดุป้องกันเสียงจากภายนอกที่กรุทับอยู่รอบห้องโดยสาร

การประสานพลังงานระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า ใน C300 BlueTEC Hybrid เกิดขึ้นในลักษณะเดียวกับ Toyota Prius แต่แตกต่างกันมากในด้านแรงบิด ระบบขับเคลื่อนแบบผสมของ C300 เป็นแบบ Parallel hybrid เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า พร้อมระบบ Auto Start/Stop จะทำงานผสมผสานกันตลอดระยะทางของการขับใช้งาน ในรอบต่ำของโหมด ECO มอเตอร์ไฟฟ้าจะเข้ามารับหน้าที่ของการขับเคลื่อนจนกว่าพลังไฟในแบตฯ ลดลง จนถึงเกณฑ์ที่กำหนดเอาไว้ในโปรแกรม ECU เครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียงสี่สูบ จะเข้ามาผสานการทำหน้าที่ขับเคลื่อนตัวรถ ไปพร้อมๆ กับมอเตอร์ โดยมีการชาร์จกระแสไฟกลับเข้าไปเก็บยังแบตเตอรี่หมุนเวียน เป็นวงจรที่ก่อให้เกิดความประหยัดสูงสุด อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในเมืองทำได้ถึง 23.8 กิโลเมตรต่อลิตร เหนือกว่า C250 AMG แบบเห็นๆ เมื่อวิ่งทางไกลโดยใช้ความเร็วขึ้นลงในเกณฑ์ 110-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ที่ 27.3 กิโลเมตรต่อลิตร สบายกระเป๋าไม่ต้องเข้าปั๊มกันบ่อยๆ เหมือนเคยอีกต่อไป

บ้านกะปง ที่ผมและคณะสื่อมวลชนกำลังมุ่งหน้าไปนั้น เป็นหมู่บ้านเชิงเขาเล็กๆ ใน จ.พังงา ทางชายฝั่งตะวันตกของประเทศไทย เป็นผืนแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ของฝั่งชายทะเลอันดามัน เหมาะแก่การเพาะปลูก บ้านกะปง จึงเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ป้อนผลผลิตทางการเกษตรให้แก่ประเทศ โดยเฉพาะผลไม้ เช่น มังคุด ทุเรียน เงาะ และอีกหลายชนิด และบนพื้นที่สวนผลไม้ ห่างจากตัวหมู่บ้านออกไป 5 กิโลเมตร นั่นคือ ที่ที่โรงเรียนเยาววิทย์ตั้งอยู่ เป็นโรงเรียนที่ Mercedes Benz Thailand พาสื่อมวลชนเดินทางเข้าไป เพื่อมอบทุนการศึกษาให้แก่เด็กนักเรียนผู้ยากไร้ ไม่มีทุนการศึกษาสำหรับใช้ในการเรียนรู้ โรงเรียนเยาววิทย์จดทะเบียนเป็นโรงเรียนประชาสงเคราะห์ ถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อให้ความช่วยเหลือให้แก่เด็กและเยาวชน ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สึนามิ เลยรวมไปถึงเด็กๆ ที่ได้รับผลพวงจากโรคร้าย และสถานภาพทางสังคมที่ย่ำแย่ เพื่อเตรียมตัวให้เด็กๆ เหล่านั้น มีความพร้อมสำหรับการใช้ชีวิตต่อไปในอนาคต ด้วยความมุ่งหวังว่า การศึกษาที่ดีจะสร้างโอกาสในการดำเนินชีวิตเมื่อเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ และเครื่องมือที่ดีที่สุดในการต่อสู้กับความยากจน และเปิดประตูไปสู่ความสำเร็จในชิวิตได้ นั่นก็คือ การเรียนรู้ศึกษาในโรงเรียนนั่นเอง

นอกจาก Mercedes Benz Thailand จะมอบทุนให้กับสถานศึกษาแห่งนี้แล้ว โรงเรียนเยาววิทย์ยังได้รับทุนสนับสนุนจากพันธมิตร กรรมการผู้สนับสนุน และเพื่อนพ้องผู้ใจบุญ โดยมีมูลนิธิสองแห่งเป็นผู้ริเริ่มโครงการ ซึ่งได้แก่ มูลนิธิ Stiftung Children's World Academy ในประเทศเยอรมนี และ Children's World Academy Foundation ที่จดทะเบียนอย่างถูกต้องในประเทศไทย

ราวกลางเดือนมกราคม พ.ศ. 2548 เพียงสองสามสัปดาห์หลังจากคลื่นยักษ์สึนามิเข้าถล่มชายฝั่ง โรงเรียนเยาววิทย์ก็ได้ถูกสร้างขึ้นบนที่ดิน ขนาด 137.5 ไร่ ห่างออกไปทางทิศใต้ของหมู่บ้านกะปง เพื่อให้สามารถรองรับนักเรียนประจำ  จำนวน 180 คน และนักเรียนไปกลับปกติอีก 50 คน เมื่อโรงเรียนแล้วเสร็จบางส่วน จึงได้จัดให้มีพิธีเปิดส่วนแรกสำหรับนักเรียนประจำไปเมื่อวันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2549 โดยมีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธาน จากนั้นในวันที่ 17 ของเดือนถัดมา โรงเรียนก็ได้เปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการ


ปัจจุบัน โรงเรียนเยาววิทย์ เปิดสอนทั้งในระดับอนุบาลและชั้นประถม อย่างไรก็ตาม ทางโรงเรียนยังวางแผนสำหรับอนาคตไว้ว่า จะเปิดสอนนักเรียนในระดับมัธยม รวมถึงระดับชั้นที่สูงขึ้นไปอีกด้วย สำหรับการเรียนการสอน โรงเรียนได้นำหลักสูตรของไทยที่ใช้กันอยู่ทั่วไปเป็นแกนหลัก โดยนำมาปรับปรุงให้สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่นและชุมชน นักเรียนของที่นี่จะถูกอบรมและสั่งสอนตามวิถีและค่านิยมแบบไทย ควบคู่ไปกับการใช้ชีวิตแบบสมัยใหม่ในโลกยุคโลกาภิวัฒน์ เด็กๆ จะเติบโตภายใต้สิ่งแวดล้อมที่ใช้สองภาษา ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ พวกเขาจะได้เรียนรู้และฝึกทักษะการใช้คอมพิวเตอร์และการท่องโลกอินเทอร์เน็ต เช่นเดียวกับการเรียนดนตรีไทยและรำไทย เด็กๆ จะได้รับการส่งเสริมให้เจริญสติ เพื่อสร้างความสมดุลภายในจิตใจด้วยการนั่งสมาธิ นอกเหนือไปจากการออกกำลังกายและเล่นกีฬาที่ถือเป็นกิจกรรมที่ปฏิบัติกันเป็นปกติแล้ว

ทั้งหมดนี้ เป็นสิ่งยืนยันเจตนารมณ์ของโรงเรียน ที่พร้อมเปิดกว้างสำหรับการพัฒนาได้เป็นอย่างดี เพื่อเป็นการตอบสนองต่อแนวคิดเหล่านี้ Mercedes Benz Thailand จึงนำสื่อมวลชนขับรถขึ้นมามอบทุนการศึกษให้กับเด็กๆ ผู้ยากไร้ เพื่อส่งเสริมให้เด็กๆ เรียนรู้ ที่จะตั้งเป้าหมายให้กับชีวิตของตัวเอง เพื่อที่ว่า วันหนึ่งพวกเขาจะสามารถพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของตนได้ ทางโรงเรียนจัดชั้นเรียน การฝึกอบรม งานฝีมือและทักษะอื่นๆ เตรียมความพร้อมให้เด็กนักเรียนเหล่านี้ มีทักษะความสามารถที่สอดคล้องกับความต้องการแรงงงานของภูมิภาค อันได้แก่ การเกษตร การท่องเที่ยว และการพยาบาล

ขับกันในเทือกเขาของอำเภอกะปง เจ้า AMG GTS เป็นคันแรกที่วิ่งมาถึงก่อนใคร เสียงเครื่องยนต์ V8 Biturbo ดังกึกก้องไปทั่วทั้งหุบเขา ห้องโดยสารของมันมีทั้งความกว้างและความเตี้ยผสมกันไป แดชบอร์ดมีส่วนคล้ายกับ SLS AMG และมีทัศนวิสัยมุมมองทางด้านหลังค่อนข้างจำกัดมาก พื้นที่กว้างของภายในยังถูกเบียดบังโดยอุโมงค์เกียร์ขนาดใหญ่ที่กั้นกลางระหว่างผู้โดยสารกับคนขับ พื้นที่กว้างแต่ทั้งสั้นและเตี้ยต่ำติดพื้น ราวกับนั่งอยู่ในรถแข่งคลาส GT -3 เบาะแบบสปอร์ตสุดขั้วสวยงามเกินบรรยาย เบาะหุ้มหนังแท้สลับหนังกลับที่ดูแลรักษายาก แต่นั่งได้กระชับราวกับนั่งอยู่ในค็อกพิตของเครื่องบินรบ

พื้นที่ด้านหลังของเบาะแทบจะไม่มีที่เหลือทำให้การปรับเอนเบาะได้เล็กน้อย คุณต้องนั่งหลังตรง ซึ่งเป็นท่านั่งควบคุมจักรกลกำลัง 506 แรงม้า ที่ถูกต้อง ตำแหน่งของพวงมาลัยก็ยังตั้งตรง พวงมาลัยปรับได้สี่ทิศทาง เหมาะกับพวกบ้าขับมากกว่าพวกที่รักความสบาย ผมนั่งน้ำลายไหลเมื่อเข้าไปลองนั่งอาศัยอยู่ใน AMG GTS และคงต้องทำใจรอจนเช้าวันรุ่งขึ้น กับการขับทดสอบและนำไปถ่ายภาพในช่วงเวลาที่สั้นจู๋ ก่อนจะบินกลับกรุงเทพฯ พอพิธีมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนในโรงเรียนเยาววิทย์เสร็จสิ้นลง ก็ถึงเวลาที่ต้องจับใบดำใบแดง เลือกรถที่จะขับกลับโรงแรมกันอีกครั้ง

ผมและพี่แมนจับได้รถโรดสเตอร์ Mercedes Benz SLK200 AMG carbon edition ซึ่งมีห้องโดยสารตกแต่งห่อหุ้มบางจุดบางตำแหน่งด้วยงานคาร์บอนไฟเบอร์ โชว์ลวดลายงดงามแนวรถแข่ง เบาะแบบสปอร์ต คล้ายกับ AMG GTS แต่มีขนาดของตัวเบาะลดหลั่นลงมานิดหน่อย ผมมอบหน้าที่ควบคุมการขับขี่ในช่วงขากลับให้กับให้พี่แมน ซึ่งครอบครอง SLK R170 เวอร์ชั่นแรกสุด เป็นการขับกลับจังหวัดภูเก็ตในช่วงเย็น ที่ต้องวิ่งหลบพายุฝนกันเล็กน้อย

เครื่องยนต์ 1.8 ลิตรเทอร์โบ ใน SLK 200 AMG carbon edition มีเสียงการทำงานที่เร้าใจในรอบสูง พอจังหวะเข้าทางตรงพี่แมนกดคันเร่งจนสุด เมื่อยกเท้าออกจากคันเร่งในจังหวะของการเปลี่ยนเกียร์ ก่อนมุดเข้าโค้งมีเสียงปะทุระเบิดจากท่อระบายท้ายดังปุๆๆ สร้างความสะใจได้เหมือนกัน เสียงคำรามจากการลากรอบ เมื่อพบเจอกับทางโล่งๆ ดังก้องไปทั่ว เมื่อหลังคากระจกถูกพับเก็บ ทันทีที่รอบเครื่องยนต์ทะลุเกิน 4,000 รอบต่อนาที ความมันก็บังเกิด กลไกของระบบ By-pass วาล์วช่วยทำให้เกิดเสียงการทำงานของเครื่องยนต์ที่เร้าใจ ที่ย่านความเร็วสูงพวงมาลัยที่ถูกปรับน้ำหนักอัตราทดในโหมดสูงสุด ก็ยังให้ความมั่นคงจนสัมผัสได้ไม่มีอาการเบาหวิว หรือขาดสัมผัสที่ชัดเจน ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญของสปอร์ตโรสเตอร์ ไม่ว่าจะเป็น Z4 / MX-5 / Boxster ต่างก็มีพวงมาลัยชั้นเลิศที่ตอบสนองต่อการขับได้เป็นอย่างดี และทำให้คนขับรู้สึกสนุกได้ทุกครั้งเมื่อเริ่มขับเร็วขึ้น SLK ก็เช่นกันที่พวงมาลัยส่งถ่ายความแม่นยำไปตลอดทาง จะมีก็แต่รูปแบบของตัวรถที่เป็นรถสปอร์ตหน้ายาวท้ายสั้น ที่ต้องระวังในย่านความเร็วสูงให้ดี

อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรใน 7.0 วินาที ออกมาในลักษณะดึงยาวต่อเนื่องจากการทำงานของเครื่อง 1.8 เทอร์โบ ผสานกับชุดส่งกำลั งซึ่งใช้เกียร์ 7G Tronic ล้ออัลลอยลาย 5 ก้านของ AMG ขอบ 18 นิ้ว กับยาง Pirelli รุ่น P ZERO คู่หน้าขนาด 225/40/R18 92Y ยางคู่หลังหลัง ซึ่งเป็นล้อขับเคลื่อนใหญ่ขึ้นเป็น 245/35/R18 92Y ไม่ต้องบอกประสิทธิภาพอะไรกันมากสำหรับยางรุ่นนี้ เนื่องจากยาง P-ZERO นั้น กลายเป็นที่นิยมของซุปเปอร์คาร์มาช้านานแล้ว ดอกยางแบบสปอร์ตเกาะหนึบแน่นกับพื้นถนน แก้มที่เตี้ยของยาง ยังทำให้จุดศูนย์ถ่วงของตัวรถต่ำลงอีกด้วย เมื่อบวกกับท่านั่งที่ถูกผมและพี่แมนปรับให้จมลงไปบนพื้น ลักษณะและรูปแบบสปอร์ตของห้องโดยสาร ท่านั่งขับที่มีตำแหน่งดีเยี่ยม ทำให้รู้สึกเหมือนถูกโอบล้อมด้วย Cockpit ที่ปิดผลึกมาเป็นอย่างดี สำหรับการทำความเร็ว เข็มขัดนิรภัยสีแดงสไตล์ AMG บนเบาะนั่งหุ้มหนังสีดำเย็บเดินตะเข็บด้วยด้ายแดง แสดงออกถึงความเป็นโรสเตอร์ชั้นดี ด้วยวัสดุและอุปกรณ์ในระดับราคา 3 ล้านกลางๆ ได้อย่างเหมาะเจาะ สปอร์ตสองที่นั่งเปิดหลังคาจากผู้ผลิต Mercedes Benz วางเครื่องยนต์เบนซิน แถวเรียง 4 สูบ 1.8 ลิตร ปริมาตรความจุ 1,796 ซีซี ระบบอัดอากาศเทอร์โบแปรผัน อินเตอร์คูลเลอร์ แรงม้าสูงสุด 184 แรงม้า ที่ 5250 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 270 นิวตันเมตรที่ 1,800-4,600 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 7.0 วินาที
ความเร็วสูงสุด 237 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

สภาพการจราจรในช่วงเย็นวันอังคารค่อนข้างติดขัด จากจำนวนรถของนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้นทุกปี ทั้งรถตู้ รถทัวส์ รถกระบะเจ้าถิ่น กับมอเตอร์ไซค์ของชาวบ้าน และรถเช่าที่วิ่งกันขวักไขว่ ทำให้ความเร็วในช่วงตัวเมืองภูเก็ต ออกมาในแนวคลานๆ ไหลตามกันมาเรื่อยๆ แยกไฟแดงที่มีอยู่ทั่วทั้งเมือง กับจำนวนมหาศาลปริมาณรถยนต์ ทำให้ขบวนทดสอบของ Mercedes Benz เดินทางมาถึงยังโรงแรมอนันตรา ภูเก็ต ในช่วงก่อนค่ำเล็กน้อย หลังจากเช็กอินเก็บข้าวของล้างหน้าล้างตาเสร็จแล้ว ผมและพี่แมนต้องจับสลากอีกครั้ง เพื่อเลือกรถทดสอบคันใหม่ สำหรับการเดินทางไปทานอาหารเย็นที่ร้านกันเอง ซึ่งอยู่อีกฝั่งของตัวเกาะภูเก็ต ระยะทางจากโรงแรมที่พักไปยังร้านกันเอง ที่ตั้งอยู่อีกฟากของเกาะภูเก็ตยาว 37.6 กิโลเมตร ผมและพี่แมนจับสลากได้รถ Mercedes Benz S300 BlueTEC Hybrid เป็นยานยนต์ระดับเรือธงที่หรูหราสุดขั้ว และเต็มไปด้วยระบบช่วยขับที่มอบทั้งความสบายเนื้อสบายตัว และความปลอดภัยในระดับรถประจำตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี

พี่แมน ทัศไนย ไรวา บก.ของ Car Thai Edition ให้ความเห็นหลังจากนั่งขับไปได้สักครู่ว่า เบาะของเจ้านี่นุ่มนั่งสบายก้น จนแทบจะหลับคาพวงมาลัย ระบบช่วยขับและระบบรองรับการขับขี่เพรียบพร้อมเยอะแยะมากมายก่ายกอง จนคนขับใช้งานไม่หวาดไม่ไหว ระบบสั่งงานแบบอัตโนมัติและสมองกลไฟฟ้าที่ใช้ควบคุมทุกๆ องคาพยพของเจ้า S300 เยอะแยะมากมายราวกับอากาศยาน คงต้องยกนิ้วให้กับเจ้านี่ ในด้านความสะดวกสบายทั้งปวง Mercedes Benz S300 BlueTEC Hybrid วางเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบเทอร์โบ กำลัง 204 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตันเมตร ผนวกมอเตอร์ไฟฟ้าในระบบ Hybrid กำลัง 27 แรงม้า เร่งจาก 0-100 ใน 7.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง น่าแปลกใจที่เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบเทอร์โบกับเกียร์ออโต ที่ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า 7G Tronic ถูกนำมาใช้งานในรถยนต์แบรนด์ตราดาวถึงสามรุ่น สามโมเดล เริ่มจาก C300 BlueTEC Hybrid ถัดมาก็คือ E300 BlueTEC Hybrid และสุดท้ายถูกวางลงใน S300 BlueTEC Hybrid เป็นแนวคิด Down Side Up Power คล้ายกับ BMW ที่ลงมือลงแรงไปก่อนหน้านี้กับเครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียงสี่สูบที่ถูกนำมาใช้ในรถ Series-3 และ Series-5 ผลที่ได้รับก็คือ สมรรถนะที่เพิ่มขึ้น อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงลดลง และมีน้ำหนักตัวเบาขึ้น แถมด้วยมาตรฐานมลพิษที่อยู่ในระดับ EURO-6 อีกด้วย

ระบบกันสะเทือน ROAD SURFACE SCAN ใน New S-Class S300 BlueTEC ตรวจจับสภาพผิวถนนด้วยกล้อง ทำงานร่วมกับ Adaptive Damping System หรือ ADS PLUS และระบบช่วงล่างแบบถุงลม AIRMATIC ช่วยทำให้ก้นของคนรวยไม่สะเทือนยามขับผ่านผิวถนนขรุขระ ระบบ PRE-SAFE ที่คอยเฝ้าระแวดระวังในด้านความปลอดภัยขณะขับขี่ โดยระบบ PRE-SAFE Brake จะตรวจหาคนเดินเท้าที่อยู่รอบรถ เพื่อหลีกเลี่ยงการชน ทำงานที่ความเร็ว 48 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตามด้วยตัวเสริม PRE-SAFE PLUS ป้องกันการถูกชนท้ายเมื่อเบรกฉุกเฉิน PRE-SAFE Impulse ผู้ขับและผู้โดยสารด้านหน้าจะถูกดึงออกจากทิศทางของแรงกระแทก ด้วยเข็มขัดนิรภัย ช่วยลดความบาดเจ็บหลังการชน ผู้โดยสารด้านหลังที่มีเบาะนั่งดีกว่าโซฟาในบ้านคนรวยบางหลังยังมีระบบ PRE-SAFE rear package ประกอบด้วย แอร์แบ็กที่เข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารตอนหลัง ม่านนิรภัยด้านข้าง รวมทั้งระบบปรับจุดยึดหัวเข็มขัดนิรภัยอัตโนมัติด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อให้เข็มขัดนิรภัยที่อาจจะหย่อนตรงบริเวณกระดูกเชิงกรานและหน้าอกมีความกระชับมากขึ้น

ภายในตกแต่งราวกับบ้านของพวกเศรษฐีผู้ดีมีเงิน ที่ประดับประดาของดีมีราคาอยู่ทั่วไปหมดทั้งห้องโดยสาร แม้แต่พรมรองพื้นก็ยังใช้พรมอย่างหนาที่นุ่มนิ่มสุดๆ ไม่ต้องไปพูดถึงหนังสีดำเย็บเดินตะเข็บด้วยด้ายสีแดงที่ใช้หุ้มเบาะ ซึ่งแม้แต่ผู้บริหารใน Series-7 ยังต้องแอบอิจฉา รถ S300 BlueTEC Hybrid Exclusive ราคา 6,490,000 บาท S300 BlueTEC Hybrid AMG Premium แพงขึ้นมาอีกนิดที่ 7,290,000 บาท เป็น S-Class ที่ตกแต่งด้วยอุปกรณ์เสริมสมรรถนะของ AMG

ระบบรองรับการขับขี่ที่เน้นด้านความปลอดภัยเป็นพิเศษของ S300 BlueTEC Hybrid สำแดงประสิทธิภาพให้เห็นอย่างเด่นชัด เมื่อต้องขับฝ่าพายุฝนที่พัดกระหน่ำเกาะภูเก็ตในช่วงขากลับ ระบบ Rain sensor และระบบไฟส่องสว่างแบบ Dynamic Light ในS-Class ใหม่ ใช้หลอด LED มากถึง 500 หลอด โดยชุดไฟหน้า มีหลอดไฟ LED 56 หลอด สำหรับไฟท้าย ใช้หลอด LED ฝั่งละ 35 หลอด ไฟตัดหมอก ข้างละ 4 ดวง ภายในห้องโดยสาร ในส่วนของห้องโดยสารสุดหรูที่ประดับประดาหลอดไฟ LED ใช้หลอด LED ประดับตกแต่ง มากถึงประมาณ 300 หลอด เมื่อทำงานคู่กับออฟชั่นเสริมในระบบ Night Vision กำลังของการส่องสว่างบวกกล้องมองกลางคืน ซึ่งเป็นออฟชั่นเสริม จะช่วยเพิ่มทัศนวิสัยมุมมองของคนขับไกลถึง 160 เมตร แม้แต่รถสปอร์ตซุปเปอร์คาร์แนว GT อย่าง AMG GTS ที่ขับโดย พี่เล็ก มนชัย สว่างศรี ยังต้องคลานเป็นเต่าจากสายฝนและลมกระโชกแรงเป็นระยะๆ ซึ่งเมื่อผมและพี่แมน นั่งอยู่ใน S-Class W222 เวอร์ชั่น Hybrid รถซาลูน ที่มีน้ำหนักตัวเกิน 2 ตัน พายุร้ายที่รุนแรงไม่สร้างปัญหาให้กับการขับขี่ จนผมแอบอิจฉาพวกเศรษฐีที่ครอบครองรถรุ่นนี้อยู่เหมือนกัน ภายในที่ปิดผลึกมาเป็นอย่างดีช่วยให้การขับฝ่าการกระหน่ำของลมพายุเต็มไปด้วยความง่ายและปลอดภัย เจ้า S300 BlueTEC Hybrid พาผมและพี่แมนมาถึงยังโรงแรมอนันตรา ภูเก็ต ประมาณเกือบจะ 5 ทุ่ม นึกขึ้นได้ว่า เช้าวันพรุ่งนี้ก่อนถึงเวลาบินกลับบ้าน ยังมีนัดกับรถแรงอย่าง Mercedes Benz AMG GTS ตอนเจ็ดโมงตรง เลยรีบเข้านอนแต่หัวค่ำเพื่อเตรียมตัวพบกับการขับทดสอบเจ้า AMG GTS เป็นครั้งแรกในประเทศไทย.

MERCEDES BENZ C300 BlueTEC HYBRID AMG DYNAMIC CKD
ราคา 3,090,000 บาท
แบบเครื่องยนต์.................................ดีเซลแถวเรียง 4 กระบอกสูบ
ปริมาตรความจุ.................................2,143 ซีซี
กำลังสูงสุด........................................150 กิโลวัตต์ 204 แรงม้า ที่ 3,800 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด......................................500 นิวตันเมตร ที่ 1,600-1,800 รอบต่อนาที
กำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า.....................20 กิโลวัตต์ 27 แรงม้า
อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง...6.4 วินาที
ความเร็วสูงสุด...................................244 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
อัตราส่วนกำลังอัด..............................16.2:1
มิติตัวถัง
ระยะฐานล้อ........................................2,840 มิลลิเมตร
ความสูง..............................................1,442 มิลลิเมตร
ความกว้าง..........................................1,810 มิลลิเมตร
ความยาว............................................4,686 มิลลิเมตร
น้ำหนักรถเปล่า...................................1,715 กิโลกรัม
น้ำหนักบรรทุก.....................................480 กิโลกรัม
น้ำหนักรวมบรรทุกสูงสุด.....................2,195 กิโลกรัม
พื้นที่เก็บสัมภาระ.................................435 ลิตร
ความจุถังเชื้อเพลิง..............................50 ลิตร
ล้อและยาง
ล้อหน้า.................................................AMG 18 นิ้ว ยาง Bridgestone Potenza S001 ขนาด 225/45R18
ล้อหลัง.................................................AMG 18 นิ้ว ยาง Bridgestone Potenza S001 ขนาด 245/40R18

MERCEDES BENZ CLA250 Shooting Brake AMG SPORT
ราคา 2,890,000 บาท
แบบเครื่องยนต์.................................เบนซินแถวเรียง 4 กระบอกสูบ
ปริมาตรความจุ.................................1,991 ซีซี
กำลังสูงสุด........................................155 กิโลวัตต์ 211 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด......................................350 นิวตันเมตร ที่ 1,200-4,000 รอบต่อนาที
อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง...6.9 วินาที
ความเร็วสูงสุด...................................240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
อัตราส่วนกำลังอัด..............................9.8:1
มิติตัวถัง
ระยะฐานล้อ........................................2,699 มิลลิเมตร
ความสูง..............................................1,435 มิลลิเมตร
ความกว้าง..........................................1,777 มิลลิเมตร
ความยาว............................................4,630 มิลลิเมตร
น้ำหนักรถเปล่า...................................1,500 กิโลกรัม
น้ำหนักบรรทุก.....................................495 กิโลกรัม
น้ำหนักรวมบรรทุกสูงสุด.....................1,995 กิโลกรัม
พื้นที่เก็บสัมภาระ.................................495-1,354 ลิตร
ความจุถังเชื้อเพลิง..............................50 ลิตร
ล้อและยาง
ล้อหน้า.................................................AMG 18 นิ้ว ยาง Bridgestone Potenza S001 ขนาด 225/40R18
ล้อหลัง.................................................AMG 18 นิ้ว ยาง Bridgestone Potenza S001 ขนาด 225/40R18


MERCEDES BENZ GLE 450 4MATIC Coupe
ราคา 7,990,000 บาท
แบบเครื่องยนต์.................................เบนซินแบบ V6
ปริมาตรความจุ.................................2,996 ซีซี
ระบบอัดอากาศ.................................เทอร์โบคู่แบบ Bi-Turbo
กำลังสูงสุด........................................270 กิโลวัตต์ 367 แรงม้า ที่ 5,500-6,000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด......................................520 นิวตันเมตร ที่ 1,600-1,800 รอบต่อนาที
อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง...5.7 วินาที
ความเร็วสูงสุด...................................250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
มิติตัวถัง
ระยะฐานล้อ........................................2,915 มิลลิเมตร
ความสูง..............................................1,719 มิลลิเมตร
ความกว้าง..........................................2,003 มิลลิเมตร
ความยาว............................................4,891 มิลลิเมตร
น้ำหนักรถเปล่า...................................2,220 กิโลกรัม
น้ำหนักบรรทุก.....................................660 กิโลกรัม
น้ำหนักรวมบรรทุกสูงสุด.....................2,880 กิโลกรัม
พื้นที่เก็บสัมภาระ.................................650-1,772 ลิตร
ความจุถังเชื้อเพลิง..............................93 ลิตร
ล้อและยาง
ล้อหน้า.................................................AMG 22 นิ้ว ยาง Pirelli P Zero ขนาด 285/40R22
ล้อหลัง.................................................AMG 22 นิ้ว ยาง Pirelli P Zero ขนาด 325/35R22

MERCEDES BENZ AMG GT S
ราคา 14,900,000 บาท
แบบเครื่องยนต์.................................เบนซินแบบ V8
ปริมาตรความจุ.................................3,982 ซีซี
ระบบอัดอากาศ.................................เทอร์โบคู่แบบ Bi-Turbo
กำลังสูงสุด........................................375 กิโลวัตต์ 510 แรงม้า ที่ 6250 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด......................................650 นิวตันเมตร ที่ 1,750-4,750 รอบต่อนาที
อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง...3.8 วินาที
ความเร็วสูงสุด...................................310 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
มิติตัวถัง
ระยะฐานล้อ........................................2,630 มิลลิเมตร
ความสูง..............................................1,288 มิลลิเมตร
ความกว้าง..........................................1,939 มิลลิเมตร
ความยาว............................................4,546 มิลลิเมตร
น้ำหนักรถเปล่า...................................1,645 กิโลกรัม
น้ำหนักรวมบรรทุกสูงสุด.....................1,890 กิโลกรัม
พื้นที่เก็บสัมภาระ.................................285 ลิตร
ความจุถังเชื้อเพลิง..............................65 ลิตร
ล้อและยาง
ล้อหน้า.................................................AMG 19 นิ้ว ยาง Pirelli P Zero ขนาด 265/35R19
ล้อหลัง.................................................AMG 20 นิ้ว ยาง Pirelli P Zero ขนาด 295/30R20

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้