วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ร้องนายกฯใช้ ม.44 จัดการสภา ม.วลัยลักษณ์ ตั้ง รก.อธิการ ผิด ก.ม.

ร้องนายกฯใช้ ม.44 จัดการสภา ม.วลัยลักษณ์ ตั้ง รก.อธิการ ผิด ก.ม.

  • Share:

ร้องนายกฯใช้ ม.44 จัดการกับสภา ม.วลัยลักษณ์ แต่งตั้ง รก.อธิการ ผิด ก.ม.ทำให้การบริหารงานได้รับความเสียหาย...

ข่าวเกี่ยวกับการทำงานของผู้บริหาร ม.วลัยลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราช ได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วไป จากกรณีนายอาคม จิตร์พาณิชย์ นิติกรประจำ ม.วลัยลักษณ์ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราชและนายอุทัย แกล้วกล้า จนท.บริหารงานทั่วไป ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ท่าศาลา และยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้บริหารของ ม.วลัยลักษณ์ กระทำผิด ก.ม.ตามมาตรา 157 ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ปกปิดข้อมูลอันเป็นเท็จ ทำให้ได้รับความเสียหาย

ทั้งนี้ อันเนื่องมาจาก รก.อธิการบดี ม.วลัยลักษณ์ ได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมาแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงนายอาคม จิตร์พาณิชย์, นายอุทัย แกล้วกล้า และพวกรวม 17 คน โดยทุกคนเห็นว่าไม่ได้เป็นความผิดของพวกตน แต่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ไม่สุจริตของคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ยังได้ยื่นฟ้องศาล พร้อมทั้งร้องขอความเป็นธรรมจากแม่ทัพภาค 4 และคณะ กก.อุทธรณ์ของมหาวิทยาลัยตามข่าวที่ นสพ.ไทยรัฐ นำเสนอมาอย่างต่อเนื่องนั้น

ความคืบหน้ากรณีนี้ เมื่อวันที่ 3 พ.ค. นายอุทัย แกล้วกล้า และนายอาคม จิตร์พาณิชย์ เปิดเผยอีกว่า พวกตนทั้ง 17 คน ที่ถูกคำสั่งแต่งตั้งคณะ กก.สอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงโดยมิชอบ ยังไม่ยอมหยุดแค่นี้ ล่าสุดได้เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะ หัวหน้า คสช.โดยยื่นหนังสือผ่านนายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผวจ.นครศรีธรรมราชแล้ว รายละเอียดในหนังสือร้องเรียนถึง พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า นอกจากมีการเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พงส.สภ.ท่าศาลา ให้ดำเนินคดีกับนายกสภามหาวิทยาลัย กก.สภามหาวิทยาลัย และ รก.อธิการบดีมหาวิทยาลัย ในฐานร่วมกันกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ (ประมวลกฎหมายอาญา ม.83, ม.157) เนื่องจากเมื่อวันที่ 16 พ.ย.2557 สภา ม.วลัยลักษณ์ โดยนายกสภาฯและกรรมการสภาฯ มีมติสภามหาวิทยาลัยในการประชุมครั้งพิเศษ/2557 ได้พิจารณาแต่งตั้งนายสุเมธ แย้มนุ่น เข้ารับตำแหน่งรักษาการอธิการบดี ม.วลัยลักษณ์ และเมื่อวันที่ 22 ธ.ค.2557 รก.อธิการบดี ม.วลัยลักษณ์ยังมีคำสั่งแต่งตั้ง พล.ต.ศรีศักดิ์ เลิศล้ำ เป็น รก.แทนรองอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ ซึ่งคำสั่งแต่งตั้งดังกล่าวของสภามหาวิทยาลัยและ รก.อธิการบดี เป็นการแต่งตั้งโดยมิได้ปฏิบัติไปตาม พ.ร.บ. ม.วลัยลักษณ์ พ.ศ.2535

นายอุทัยเปิดเผยถึงตามมาตรา 23 ของ พ.ร.บ. ม.วลัยลักษณ์ 2535 ระบุว่า อธิการบดีและรองอธิการบดีต้องมีคุณสมบัติได้รับปริญญาชั้นใดชั้นหนึ่งหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง และได้ทำการสอนมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีในมหาวิทยาลัย หรือสถาบันอุดมศึกษาที่มหาวิทยาลัยรองรับ หรือมีประสบการณ์ด้านบริหารมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี แต่นายสุเมธ แย้มนุ่น ที่สภามหาวิทยาลัยมีคำสั่งแต่งตั้งให้ รก.อธิการบดี มิได้มีคุณสมบัติตามที่ พ.ร.บ.มหาวิทยาลัย มาตรา 23 ที่ระบุว่า “หรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี” ซึ่งมิได้หมายความว่าบุคคลที่จะมารับตำแหน่งจะมีประสบการณ์ด้านการบริหารจากที่ใดก็ได้ แต่บทบัญญัติดังกล่าวบัญญัติขึ้นให้ผู้ที่มีประสบการณ์ด้านการบริการสถานศึกษามาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีเท่านั้น มิใช่ให้ใครก็ได้ที่มีประสบการณ์ด้านการบริหารจากที่ใดก็ได้มารับตำแหน่ง รก.อธิการบดี หากตรวจสอบคุณสมบัติของนายสุเมธอย่างละเอียดแล้วพบว่าไม่เคยเป็นผู้บริหารสถานศึกษาระดับอุดมศึกษามาก่อนเลย ทำให้นายสุเมธขาดคุณสมบัติชัดเจน แต่สภามหาวิทยาลัยยังเดินหน้าทำผิดอีก

นอกจากนี้ นายอุทัยเปิดเผยอีกว่า สภามหาวิทยาลัย กก.สภามหาวิทยาลัย และ รก.อธิการบดี กระทำการโดยเจตนาแต่งตั้ง รก.อธิการบดีและ รก.รองอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ โดยไม่มีคุณสมบัติดังที่บัญญัติไว้ใน ม.23 ตาม พ.ร.บ.ม.วลัยลักษณ์ พศ.2535 ทำให้การบริหารงานในมหาวิทยาลัยได้รับความเสียหาย ได้กระทำเข้าองค์ประกอบของความผิดฐานร่วมกันกระทำความผิดต่อตำแหน่งราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และมาตรา 157 ดังนั้น พวกตนทั้ง 17 คน จึงร้องเรียนขอความเป็นธรรมและให้ทาง พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้า คสช.ได้พิจารณาใช้ ม.44 มาจัดการกับทางสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ต่อไป เพื่อแก้ไขปัญหาภายใน ม.วลัยลักษณ์ ให้ลุล่วงโดยเร็ว.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้