วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ทำไมคนดังรอดคุก ? ย้อนรอยคดีดาราควบเก๋งชนคน

ทำไมคนดังรอดคุก ? ย้อนรอยคดีดาราควบเก๋งชนคน

  • Share:

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา นักร้องชื่อดัง ‘ไอซ์ ศรัณยู วินัยพานิช’ เจ้าของเพลงฮิต คนใจง่าย ขับรถชนคนเดินข้างถนนภายในซอยมัยลาภ เมื่อกลางดึก วันที่ 1 พ.ค. 58 โดยหลังจากที่นักร้องชื่อดังไปร้องเพลงที่โรงแรมย่านเจริญกรุงเสร็จ จึงได้ขับรถยนต์กลับบ้านภายในซอยรามอินทรา 14 (มัยลาภ) ขณะที่ขับรถอยู่ในซอยอีก 100 เมตรจะถึงบ้านได้ขับผ่านจุดเกิดเหตุที่ไม่มีแสงไฟส่องทาง ทำให้มองไม่เห็นนายวิชัย ใยยอง อายุ 43 ปี ที่เดินอยู่ข้างถนน จนรถพุ่งเข้าชนได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่แท็กซี่ที่ขับตามมาข้างหลังชนท้ายรถของนักร้องหนุ่มซ้ำอีกคัน

เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน แต่ยังไม่ได้แจ้งข้อหาใดๆ กับไอซ์ ศรัณยู เนื่องจากจะต้องรอสอบปากคำผู้บาดเจ็บก่อนจะเรียกตัวไอซ์ ศรัณยู มารับทราบข้อกล่าวหาขับรถประมาท เฉี่ยวชนผู้อื่นได้รับบาดเจ็บต่อไป

หนุ่มไอซ์ ศรัณยู เผย ไม่ดื่มแอลกฮอล์และเพิ่งกลับจากทำงาน

โดยทางหนุ่มไอซ์ ศรัณยู ได้ให้สัมภาษณ์กับบันเทิงไทยรัฐออนไลน์ ไว้ว่า "ตอนนี้ไอซ์ก็ดูแลพี่ที่ได้รับบาดเจ็บอย่างเต็มที่ ตอนนี้พี่เขานอนพักฟื้นอยู่ ตอนแรกพี่เขาอยู่โรงพยาบาลรัฐบาล ซึ่งไอซ์ก็ย้ายพี่เขามาอยู่โรงพยาบาลเอกชนแล้ว เพื่อการรักษาจะได้รวดเร็วขึ้น ในส่วนของการรักษาพี่เขา ไอซ์ดูแลเต็มที่ครับ" ไม่มีเรื่องของเมาแล้วขับใช่มั้ยไอซ์ "ไม่มีครับ ไอซ์เป็นคนไม่ดื่มแอลกอฮอล์อยู่แล้ว วันที่เกิดเหตุไอซ์เพิ่งกลับจากทำงานครับ" (อ่านเพิ่ม พร้อมรับผิดชอบ! ไอซ์ ศรัณยู ดูแลคนเจ็บรถชนเต็มที่-ย้ายเข้า รพ.เอกชน)

ด้าน พ.ต.อ.กิตติเชษฐ์ ศักยภาพวิชานนท์ ผู้กำกับ สน.โคกคาม เปิดเผยกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ถึงความคืบหน้าคดีนี้ว่า ได้สอบปากคำไอซ์ ศรัณยู เรียบร้อยแล้ว เหลือแต่สอบปากคำคนเจ็บ ซึ่งต้องรอให้อาการดีขึ้นก่อน ส่วนเรื่องการสืบสวนกำลังเร่งหากล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุและพยานบุคคล ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน จึงจะได้ข้อสรุป เพราะต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย

จากกรณีของนักร้องหนุ่ม ไอซ์ ศรัณยู ขับรถชนคนเดินอยู่ข้างถนนนั้น ในอดีตยังมีคนดังที่เคยขับรถชนคนมาแล้ว ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ขอพาผู้อ่านย้อนวันวานรำลึกเหตุการณ์ของเหล่าศิลปินดาราชื่อดัง เพื่อหวังว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตจะเป็นบทเรียนสำคัญ และดำเนินชีวิตตั้งอยู่บนความไม่ประมาท

รถแท็กซี่ชนท้ายรถของไอซ์ซ้ำ หลังจากที่เบรกตอนชนคนข้างถนน

ซุปตาร์เกาหลี ‘นิชคุณ’ เมาขับชนจักรยานยนต์บาดเจ็บ

เป็นข่าวครึกโครมข้ามประเทศ หลังนักร้องหน้าใส ฉายา เจ้าชายแห่งเมืองไทย ‘นิชคุณ หรเวชกุล’ วัย 24 ปี สมาชิกวงบอยแบรนด์ดัง ‘2 PM’ ของเกาหลีใต้ ขับรถชนท้ายจักรยานยนต์ มีผู้บาดเจ็บ 1 ราย ในเขตกังนัม ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 24 ก.ค. 55 โดยหลังเกิดเหตุตำรวจตรวจพบแอลกอฮอล์ในกระแสเลือด 0.056% เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด 0.05% ทำให้นิชคุณถูกตั้งข้อหาเมาแล้วขับพร้อมทั้งถูกระงับใบอนุญาตขับรถชั่วคราว

ด้าน JYP Entertainment ต้นสังกัดของนักร้องดัง ได้เปิดเผยถึงเรื่องราวดังกล่าวว่า ปกตินิชคุณไม่ใช่คนดื่ม แต่คืนวันเกิดเหตุได้ร่วมรับประทานอาหารกับเพื่อนศิลปินร่วมค่าย และได้ดื่มเบียร์ไป 2 แก้วเท่านั้น จากนั้นก็ขับรถกลับที่พักที่อยู่บริเวณใกล้เคียง ซึ่งปกติจะนั่งรถตู้ของบริษัท แต่คืนนั้นเห็นว่าใกล้ที่พัก จึงขับรถกลับเองและได้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าวขึ้น

คดีนี้ได้ยุติลง เมื่อสำนักอัยการสูงสุดของเกาหลีใต้ สั่งปรับเป็นเงิน 4 ล้านวอน หรือประมาณ 110,338 บาท และนิชคุณได้ตกลงกับผู้เสียหายเรียบร้อยแล้ว ส่วนเหตุที่สั่งปรับเพียงอย่างเดียวนั้น เนื่องจากอัยการฯ เห็นว่า ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย อาการไม่สาหัส และระดับแอลกอฮอล์ในเลือดของนิชคุณมีระดับต่ำ 0.056% เกินกว่าค่ากำหนด 0.05% เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ภาพจากกล้องวงจรปิดที่จังหวัดกังนัม ประเทศเกาหลีใต้

พระเอกหนุ่ม-ศรราม ควบเก๋ง ชนหญิงเก็บของเก่าริมถนน ดับคาที่

ย้อนไปเมื่อวันที่ 20 มิ.ย. 50 เกิดเหตุคดีดังลงหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์หลายฉบับ เมื่อพระเอกจอมอำ ‘ศรราม เทพพิทักษ์’ ขับรถแหกเลน ปีนฟุตปาทพุ่งเข้าชน นางพิศเพลิน ตะโกมา อายุ 49 ปี ขณะกำลังเก็บของเก่าในถังขยะริมถนนแถวแยกวังหินจนร่างแน่นิ่งไป ส่วนรถยังวิ่งต่อไปอีก 50 เมตรชนเข้ากับตู้โทรศัพท์สาธารณะ และต้นไม้ข้างทางจนหักลงมาทับรถ 

หลังจากเหตุการณ์เลวร้าย พระเอกหนุ่ม ศรราม ได้ใช้หลักทรัพย์โฉนดที่ดิน ย่านนนทบุรี ประกันตัวออกไปในวงเงิน 120,000 บาท ขณะเดียวกัน ได้ช่วยเหลือเยียวยาค่าเสียหายแก่ญาติผู้ตายจำนวนหนึ่งจนเป็นที่พอใจ

อย่างไรก็ตาม เมื่อศาลพิเคราะห์พฤติการณ์จากคดีนี้แล้วเห็นว่า จำเลยมีความผิดจริง จึงพิพากษาลงโทษจำคุกเป็นเวลา 3 ปี ปรับ 20,000 บาท แต่จำเลยได้ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียชีวิต และบริษัททรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ตั้งตู้โทรศัพท์สาธารณะ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 528,284 บาท จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือให้จำคุก 1 ปี 6 เดือน ปรับ 10,000 บาท โดยรอลงอาญา 2 ปี และรายงานตัวต่อกรมคุมประพฤติ 4 ครั้งในเวลา 1 ปี บำเพ็ญประโยชน์อีก 48 ชั่วโมง

รถหรูสภาพพังยับเยิน

‘โดม ปกรณ์’ เมาซิ่ง แหกไฟแดง ซัดแท็กซี่ ขยี้ 2 ศพ

เป็นที่โจษจันไปทั่วประเทศ ปี 2544 เมื่อศิลปินหนุ่มหล่อขั้นเทพ อย่าง ‘โดม ปกรณ์ ลัม’ ซิ่งรถเบนซ์สปอร์ตคันหรู กลับจากเที่ยวสถานบันเทิงแถวอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อกลับบ้านย่านลาดพร้าว ก่อนใจร้อนขับฝ่าสัญญาณไฟแดงแยกตึกชัยฯ ขยี้รถแท็กซี่พังยับ ทำให้มีผู้โดยสารดับคาที่ 2 ศพ บาดเจ็บ 3 ราย โดยหลังเกิดเหตุตำรวจได้ตรวจแอลกฮอล์ศิลปินหนุ่ม พบว่ามีปริมาณแอลกฮอล์ในเลือด 164 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดให้ไม่เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

ทั้งนี้ แม่ศิลปินหนุ่ม ยินดีจ่ายค่าเสียหายให้ศพละ 470,000 บาท พร้อมรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ศาลอาญาได้พิเคราะห์แล้วว่า ให้ลงโทษจำเลยฐานขับรถป้ายแดงไม่จดทะเบียน 5,000 บาท ฐานฝ่าไฟแดง 1,000 บาท ฐานขับรถในขณะเมาสุรา 8,000 บาท ฐานขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จำคุก 4 ปี และปรับ 16,000 บาท รวมโทษจำคุก 4 ปี ปรับ 30,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ และชดใช้ค่าเสียหายจนพอใจ จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงให้จำคุก 2 ปี ปรับ 15,000 บาท อีกทั้ง จำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอลงอาญา 2 ปี คุมประพฤติ 1 ปี และบำเพ็ญประโยชน์อีก 20 ชั่วโมง

อุบัติเหตุชนรถแท็กซี่ยับ

ไขปม ชนคนตาย ทำไมรอดคุก ?

ด้าน อาจารย์วันชัย สอนศิริ อาจารย์สอนกฎหมายและทนายความชื่อดัง ได้ให้ความรู้เรื่องกฎหมายขับรถชนคนตายว่า ตามกฎหมายแล้วถ้าตั้งใจขับรถชนคนตาย ส่วนใหญ่จะไม่รอลงอาญา โดยโทษสูงสุด คือ ประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต เพราะศาลมองว่าเป็นการเจตนากระทำความผิด

ขณะที่โทษประมาทจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิตนั้น ศาลมองว่า ประมาท คือ ไม่ได้เจตนากระทำความผิด ไม่ระมัดระวังหรือพลั้งเผลอ เช่น มีวัวเดินตัดหน้ารถจึงหักหลบไปชนคนตาย แสดงว่าผู้ขับไม่ได้ตั้งใจ ไม่ได้มีจิตชั่วร้าย แต่เป็นการไม่ระมัดระวัง จะไปตัดสินประหารชีวิตคนที่ไม่ได้มีเจตนาก็คงไม่ได้ โดยโทษสูงสุด คือ จำคุกไม่เกิน 10 ปี

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องการจ่ายค่าชดใช้ ค่าเสียหายให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตจนเป็นที่น่าพอใจ และหากว่าญาติไม่มีการติดใจเอาความ หรือ ผู้กระทำความผิดได้รับสารภาพ ไม่มีการหนีคดี รวมถึงไม่มีการต้องโทษจำคุกมาก่อน ศาลเห็นว่า สำนึกผิดจึงจะตัดสินบรรเทาโทษและให้รอลงอาญา ซึ่งส่วนใหญ่ศาลจะเมตตาถือว่าไม่มีจิตชั่วร้าย

“ส่วนการเมาแล้วขับ คิดว่าควรจะแก้กฎหมายให้เป็นเจตนาฆ่าคนตาย ไม่ใช่ประมาท เนื่องจากว่า การดื่มเหล้าเมา พฤติการณ์น่าจะเล็งเห็นผลได้ว่า เมาแล้วขับมีสิทธิ์ที่จะฆ่าคนตายได้ มีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ ฉะนั้น ใครที่ดื่มเหล้าแล้วขับรถไม่ควรที่จะลงโทษแค่ประมาท แต่ควรจะลงโทษฐานเจตนาฆ่าคนตายมากกว่า” อ.วันชัย กล่าวทิ้งท้าย.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้