วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สนใจ ใส่ใจ ให้ใจวางแผนการเงินแล้วยัง?

สนใจ ใส่ใจ ให้ใจวางแผนการเงินแล้วยัง?

  • Share:

โลกนี้ไม่จีรัง ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด ยุคสมัยปู่ทวดใช้ชีวิตหาเงินหาทองไม่เหมือนกับยุคหลานเหลนในทุกวันนี้ เมื่อเหตุและผลหนุนส่งให้คนในยุคปัจจุบันต้องเข้าใจและใส่ใจมากขึ้น กับการหาเงินหาทองไว้เตรียมใช้ในยามเข้าขั้นเกษียณ แต่ถึงทุกวันนี้ก็ยังมีคำถามอย่างน้อย 3 ข้อเกิดขึ้นกับคนไทยส่วนใหญ่ว่า ทำไม? ยังไง? และชีวิตต้องวางแผนการเงินด้วย?

ทุกวันนี้คนไทยมีอายุเฉลี่ยเพิ่มขึ้นในช่วง 5 ปีผ่านมา ถึงวันนี้คนไทยมีอายุเฉลี่ยขึ้นมาเป็น 71 ปี ถ้าคิดกันเล่นๆ ว่า อายุเกษียณงานที่เข้าใจกันดีจะอยู่ที่ 60 ปี ก็จะเห็นได้ทันทีว่า หลังเกียณแล้วจะมีอายุขัยอยู่ได้อีกประมาณ 20 ปี ก็จะครบ 80 ปี นี่คือกรณีอยู่รอดปลอดภัย มีบุญทำกรรมแต่งมามาก และลูกหลานยังไปมาหาสู่กันตลอดทุกปี มองเฉพาะเพียงตัวเลข อายุเฉลี่ยของคนไทยเพิ่มขึ้นก็ทำให้น่าคิดแล้วว่า ช่วงเวลาที่เหลืออีกตั้ง 20 ปี จะอยู่กันยังไง? เจ็บป่วยมามีเงินพอใช้รักษาตัวเองมั้ย? เหตุผลถัดมาให้ดูที่พฤติกรรมความเป็นครอบครัวของคนไทยที่เปลี่ยนไปมาก หากไม่นับครอบครัวเงินถุงเงินถัง จะเห็นว่า ทุกวันนี้แต่งานกันแล้วขอออกไปตั้งครอบครัว ซื้อหาบ้านอยู่กันเองดีกว่า ดังนั้น การตั้งความหวังให้ลูกหลานเลี้ยงดู ก็ขอให้ตั้งไว้น้อยๆ แต่มีความสุขนิดๆ ถ้าได้เจอลูกหลานกลับมาเยี่ยมกันบ้าง

ค่าครองชีพ หรือค่าใช้จ่ายจำเป็นที่เกิดขึ้นทุกวัน ทุกเดือน และทุกปีจากวันนี้ไปถึงอนาคตจะสูงขึ้นมาก ลองนึกภาพกันอีกครั้ง ในอีก 20-30 ปีข้างหน้า เมื่อวันเกษียณเดินทางมาถึง ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เสื้อผ้าที่จำเป็นในแต่ละวัน มีแนวโน้มแพงขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า 2 ถึง 5 เท่าตัว โดยเฉพาะค่ารักษาพยาบาลตามโรงพยาบาลต่างๆ ที่มักปรับค่าบริการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขอให้รู้ว่าเงินไม่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น นับวันค่าของเงินมีแต่จะน้อยลงเรื่อยๆ พูดได้ว่า หมดยุคก๋วยเตี๋ยวชามละ 40 สต. แต่วันนี้ชามละ 40 บาท เมื่อหันไปดูรัฐบาลไทย (ใจดี) ที่หลายคนฝากความหวังว่า สักวันในอนาคตจะมีเงินจากรัฐบาลมาเลี้ยงดู ก็บอกได้เลยว่า ยังเป็นความคาดหวังที่ไกลเกินกว่าโอกาสที่จะเห็นลูกหลานกลับมาเลี้ยงดู คิดกันอย่างง่ายๆ อีก 15 ปีข้างหน้า คนไทยสูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป จะเพิ่มขึ้นมาเป็น 20% ของคนไทยทั่วประเทศในปัจจุบัน ขณะเดียวกัน คนหนุ่มสาววัยทำงานต่อจำนวนคนสูงอายุ จะลดลงจาก 6 คนต่อ 1 คนในปีนี้ เหลือแค่ 3 คนต่อ 1 คนเมื่อถึงปี 2564 คงนึกภาพออกว่า ฐานคนหนุ่มสาวจ่ายภาษีลดน้อยลง มีแต่คนสูงอายุจำนวนเพิ่มขึ้นมากมายรอเงินภาษีจากรัฐบาลมาเลี้ยงดู ส่วนคำว่า รัฐสวัสดิการ ขอให้รอป้ายหน้า ซึ่งยังมีระยะทาง และระยะห่างจากความเป็นจริงอีกมากมาย

เมื่อพูดถึงฝากเงินแบงก์หวังกินดอกเบี้ย คนยุคสมัยนี้ลืมกันไปหมดแล้ว นับจาก 10 ปีผ่านมาเรื่อยไปถึงอนาคต ความสำคัญกลับมาอยู่ที่ ผลิตภัณฑ์ทางการเงินมีความซับซ้อนมากขึ้น เมื่อคิดเรื่องดอกเบี้ยและเงินปันผลเป็นตัวเปรียบเทียบแล้ว คนไทยที่รู้จักการวางแผนการเงินเป็น จะเน้นไปที่ช่องทางการลงทุนใหม่ๆ มีให้เลือกหลากหลายมากขึ้น ซึ่งมีรูปแบบและความเสี่ยงแตกต่างกันตามประเภทของผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ดังนั้น ถ้าเข้าใจ เข้าถึง และรู้จักพัฒนาการวางแผนการลงทุนให้เป็น ให้ถูกต้องเหมาะสมกับแต่ละบุคคล เชื่อได้ว่าชีวิตบั้นปลายหลังเกษียณไม่มีความทุกข์กับค่าใช้จ่ายกันแน่ๆ มาถึงเหตุผลรองสุดท้าย รู้มั้ยครับ ถ้ามีความสามารถเกษียณเร็วขึ้น พร้อมการวางแผนที่ดี ที่สำคัญอย่าช้า ให้เริ่มต้นเร็วก็ยิ่งเห็นโอกาสเข้าเป้าหมายผลตอบแน่เร็วกว่าแน่ ไม่ว่าจะเป็นเงินออมที่เก็บได้มากขึ้น ดอกเบี้ยทบต้นที่สูงขึ้น หรือการสามารถหาประโยชน์จากโอกาสดีๆ ที่บังเอิญผ่านเข้ามา ตบท้ายเฉพาะในคำถาม ทำไม? คือ ช่วยรองรับความเสี่ยงของชีวิตได้มากขึ้นไงละครับ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้