วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โดย H2O
4 พ.ค. 2558 05:18 น.
เถลิงแชมป์สมัยที่ 5 !!

เถลิงแชมป์สมัยที่ 5 !!

โดย H2O
4 พ.ค. 2558 05:18 น.
  • Share:

'สิงโตน้ำเงินคราม' เชลซี สามารถคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของศึกฟุตบอลแห่งประเทศอังกฤษเป็นสมัยที่ 5 ไว้ในมือเป็นที่เรียบร้อยแล้วในวันที่ 3 พ.ค. แม้ฤดูกาล 2014-2015 จะเหลือการแข่งขันอีก 3 นัด แต่การกำชัยเหนือ คริสตัล พาเลซ หมายความว่าเชลซีมีแต้มบนตาราง 83 คะแนน มากกว่าอันดับ 2 อย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่ 13 คะแนนหมดสิทธิ์ไล่ตามทัน...


นี่นับเป็นการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษ ครั้งที่ 4 ของเชลซี (อีกแชมป์ได้สมัยเป็นดิวิชั่น 1 ปี 1969-70) หลังจากรอคอยมานาน 5 ปี และเป็นแชมป์ที่ 8 ที่โชเซ มูรินโญ กุญซือจอมเก๋าคว้าร่วมกับเชลซีในการคุมทีมทั้ง 2 ยุค โดยมีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้เชลซีสามารถคว้าแชมป์แต้มด้วยคะแนนทิ้งห่างเช่นนี้ แต่ที่เป็นปัจจัยหลักจริงๆมีอยู่ 5 ประการคือ


1. การเซ็นสัญญานักเตะ


เชลซีได้รับเสียงชื่นชมอย่างมากว่าพวกซื้อตัวนักเตะที่ดีที่สุดในพลีเมียร์ลีกเมื่อช่วงตลาดซื้อขายปีที่แล้ว โชเซ มูรินโญระบุตำแหน่งและนักเตะที่เขาต้องการ ในขณะที่สโมสรก็ดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อให้การเซ็นสัญญาลุล่วง การมาของดิเอโก คอสตา กองหน้าจอมดุ และเซส ฟาเบรกาส อดีตกัปตันสมองเพรชของอาร์เซนอล มีส่วนช่วยทีมอย่างมากโดยเฉพาะช่วงครึ่งแรกของฤดูกาล ส่วน ดิดิเยร์ ดร็อกบา ก็ช่วยให้เอเดน อาซาร์ เคลื่อนที่ได้อย่างอิสระมากขึ้น ยกระดับความสำคัญของตัวเขาเองไปอีกขั้น ขณะที่การดึงตัว ทิโบ กูร์ตัวส์ กลับมาจาก แอตเลติโก มาดริด เพื่อเป็นผู้รักษาประตูมือ 1 แทนปีเตอร์ เช็ก ก็ได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ


2. โชเซ มูรินโญ


ปฏิเสธไม่ได้ว่า 'เดอะ แฮปปี้ วัน' โชเซ มูรินโญ ได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้งว่าเป็นจอมแทคติกที่เหนือกว่าคู่แข่ง เขาสร้างเชลซีที่มีสไตล์การเล่นต่างจากยุคแรกที่เขาคุมเมื่อปีค.ศ. 2004-2007 ซึ่งถูกมองว่าเล่นรับจนน่าเบื่อ เป็นเชลซียุคใหม่ที่มีเกมที่น่าดึงดูดรุกรับรวดเร็วโดยมีเอเดน อาซาร์ เป็นศูนย์กลาง แต่เขาก็สามารถเปลี่ยนไปเล่นสไตล์ตั้งรับอันแข็งแกร่งได้เมื่อรู้สึกว่านักเตะเริ่มล้า ซึ่งคู่แข่งอาจไม่ชอบ แต่ก็ต้องยอมรับในประสิทธิภาพของแผนการของมูรินโญ


3. พลังใจ


เชลซีนั่งบัลลังก์งจ่าฝูงของพรีเมียร์ลีกตั้งแต่สัปดาห์แรกของฤดูกาล และรักษาคะแนนนำเหนือคู่แข่งสำคัญอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี แชมป์ประจำฤดูการก่อน (2013-2014) ได้ทุกครั้งที่พวกเขาถูกไล่ตามขึ้นมา และสิ่งที่แสดงให้เห็นพลังใจอันแข็งแกร่งของนักเตะเชลซี คือพวกเขาสามารถทำประตูชัยท้ายเกมได้เสมอ สามารถชนะได้แม้ทีมเล่นไม่ดี และในฤดูกาลนี้ พวกเขาไม่เคยแพ้ 2 นัดติดต่อกันเลย ในขณะที่ ซิตี สะดุดพ่ายหรือเสมอในเกมที่ต้องไม่พลาดจนแทบหมดลุ้นแชมป์ ส่วนที่ 3 อย่าง อาร์เซนอลก็เครื่องติดช้าเกินไปจนไล่เชลซีไม่ทัน ส่วนแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดแม้รั้งที่ 4 แต่ฟอร์มก็กระท่อนกระแท่นตลอดทั้งฤดูกาล


4. ความฟิต


น่าสังเกตว่า มีนักเตะเชลซี 13 คน ที่ลงเล่นในเกมพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ถึง 20 นัดหรือมากกว่า ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามูรินโญมีนักเตะที่เขาต้องพึ่งพาน้อยเพียงใด ดิเอโก คอสตา มีปัญหาบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อหลังต้นขาหลายครั้งในฤดูกาลนี้ แต่นอกจากคอสตาแล้วไม่มีนักเตะเชลซีคืนอื่นบาดเจ็บเลย เอเดน อาซาร์ อาจเป็นนักเตะที่ถูกทำฟาวล์มากที่สุดในพรีเมียร์ลีก แต่เขาก็ลุกขึ้นมาได้ทุกครั้งที่ล้มลง มูรินโญยอมรับด้วยว่า การที่สถิติอาการบาดเจ็บของทีมดีเช่นนี้ เป็นการผสมรวมกันระหว่างการฝึกซ้อมที่ดีและโชคดี


5. ความสมดุล


หลายทีมในพรีเมียร์ลีกมีจุดเด่นในเกมรุกหรือเกมรับอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด แม้พยายามยกระดับเกมรับขึ้นมาแต่ก็ทำประตูได้ไม่มากพอ แมนเชสเตอร์ซิตีแม้ถูกยกว่ามีเกมบุกที่ยอดเยี่ยมที่สุดในลีก แต่การตั้งรับก็ยังมีปัญหา ส่วนอาร์เซนอลก็ผิดพลาดเป็นครั้งคราวในช่วงครึ่งแรกของฤดูกาล แต่เชลซีสามารถทำประตูคู่แข่ง และตั้งรับอย่างเหนียวแน่นในแดนหลัง มีหลายคนอาจบอกว่าทีมของมูรินโญน่าเบื่อ แต่พวกเขาคงลืมไปว่า การที่เชลซีสามารถทำประตูสำเร็จและตั้งรับโดยไม่ให้เสียประตูได้นั้น หมายความว่าเชลซีทำได้ดีทั้งรุกและรับจริงๆ


ทั้ง 5 คือปัจจัยสู่ความสำเร็จของเชลซี และมาคอยดูกันว่า ฤดูกาลหน้า เชลซีจะโชว์ฟอร์มแบบไหนให้แฟนๆอย่างพวกเราได้ชมกัน


H2O

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้