วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ค้นซากเจออีก3 รอดตายเนปาล (ชมคลิป)

ค้นซากเจออีก3 รอดตายเนปาล (ชมคลิป)

  • Share:

ปาฏิหาริย์8วันรันเวย์บินร้าว!ห้ามลําใหญ่ลง

สุดปาฏิหาริย์ เจอผู้รอดชีวิตเนปาลอีก 3 ราย เป็นชาย 2 หญิง 1 หลังติดใต้ซากอาคารถึง 8 วัน เร่งนำตัวส่ง รพ.ทหาร ขณะที่ทีมกู้ภัยพบอีก 6 ศพนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในพื้นที่หิมะถล่ม จากเหตุแผ่นดินไหวใหญ่ แต่ยังไม่สามารถระบุสัญชาติ หวั่นใกล้เข้าฤดูมรสุมเป็นอุปสรรคใหญ่ในการค้นหาผู้สูญหาย และเกิดโรคระบาด ขณะเดียวกันยังเจอปัญหาใหม่ สนามบินกาฐมาณฑุห้ามเครื่องบินขนาดใหญ่ลงจอด เหตุพื้นรันเวย์เริ่มแตกร้าวและที่จอดไม่เพียงพอ ขณะที่ยังมีอีกหลายพื้นที่รอบนอก ความช่วยเหลือยังไปไม่ถึง ด้านยอดเงินบริจาคเข้าบัญชี “หัวใจไทย ส่งไปเนปาล” ได้ 106 ล้านบาท

สำหรับความช่วยเหลือจากไทย วันเดียวกัน นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า สถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงกาฐมาณฑุยังคงเปิดศูนย์ช่วยเหลือต่อไป หน่วยชุดบัญชาการกองทัพไทยร่วมกับทีมเนปาล ญี่ปุ่น และเม็กซิโก ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยห่างจากกรุงกาฐมาณฑุ 10 กิโลเมตร ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ ไม่พบผู้รอดชีวิตหรือบาดเจ็บเพิ่มเติม นอกจากนี้ กองทัพอากาศส่งเครื่องบิน ซี-130 จำนวน 2 ลำ เดินทางไปประเทศเนปาล วันที่ 4 พ.ค. เพื่อนำสิ่งของช่วยเหลือเพิ่มเติม อาทิ เต็นท์ ผ้าพลาสติกปูนอนขนาดใหญ่ น้ำดื่มอุปกรณ์ผลิตน้ำดื่ม รวมทั้งสิ่งของพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สำหรับเงินบริจาคเข้าบัญชี “หัวใจไทย ส่งไปเนปาล” ณ เวลา 16.00 น. วันที่ 2 พ.ค.มีจำนวน 106,747,126.39 บาท


ขณะที่การช่วยเหลือชาวเนปาลในส่วนของคณะสงฆ์ไทย พระเทพโพธิวิเทศ (วีรยุทธ วีรยุทฺโธ) หัวหน้าพระธรรมทูตไทย สายอินเดีย-เนปาล กล่าวว่า มอบงานให้พระธรรมทูตไทยเร่งเข้าสำรวจพื้นที่ที่ยังเข้าไปไม่ถึง เพื่อรีบนำอาหารเข้าไปช่วยเหลือประชาชน โดยไม่รอว่าจะพร้อมทุกด้านแล้วจึงลงพื้นที่ช่วยเหลือ


ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 2 พ.ค.พระมหานิพนธ์ ญาณวีโร พระครูสมุห์สงกรานต์ กิตฺติวํโส พระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาล ประจำศูนย์พึ่งพิงชาวเนปาล วัดศรีศากยะสิงหวิหาร และชาวเนปาลท้องถิ่น เดินทางไปสำรวจหมู่บ้านพื้นที่ที่ได้รับภัยพิบัติแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง บริเวณริมภูเขาจันทราคีรี ห่างจากเมืองกาฐมาณฑุ 16 กม. มีทั้งหมด 4 หมู่บ้าน โดยหมู่บ้านแรก คือบ้านโดมบุโฏล มีจำนวน 38 หลังคาเรือน พบบ้าน 3 หลัง เสียหายทั้งหมดไม่สามารถอยู่ได้ หมู่บ้านที่ 2 บ้านฆารีคาว มีจำนวน 30 หลังคาเรือน บ้านพังเสียหายไม่สามารถอยู่ได้ 26 หลัง หมู่บ้านที่ 3 บ้านเปาเดลคาว ทั้งหมด 12 หลังคาเรือน บ้านพักเสียหายไม่สามารถอยู่ได้ 4 หลัง และหมู่บ้านที่ 4 บ้านฆิมิเรคาว มีทั้งหมด 12 หลังคาเรือน บ้านพักเสียหายไม่สามารถอยู่ได้ 8 หลัง ซึ่งทางคณะพระธรรมทูตไทยมอบข้าวสารให้กับชาวบ้านในพื้นที่ดังกล่าว ที่วัดวิชยรามวิหาร ต.จันทราคีรี เขต อ.กาฐมาณฑุ

ในส่วนของเงินบริจาคจากทางคณะสงฆ์ไทยยังคงมีการบริจาคเข้ามาอย่างต่อเนื่องผ่านทางสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ วัดสระเกศฯ และสำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมฯ วัดสระเกศฯ โดยล่าสุดสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา บริจาคเงิน 200,000 บาท พระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักร บริจาค 250,000 บาท พระธรรมทูตไทยในจีน บริจาค 100,000 บาท รวมยอดบริจาคทั้งหมดในขณะนี้กว่า 11 ล้านบาท โดยมีการทยอยส่งเงินบริจาคไปยังศูนย์พึ่งพิงชาวเนปาล วัดศรีศากยะสิงหวิหาร ประเทศเนปาล อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พระธรรมทูตที่ปฏิบัติงานในพื้นที่นำไปซื้ออาหาร เครื่องใช้ มอบให้กับชาวเนปาลต่อไป


ขณะเดียวกัน มีรายงานจากผู้สื่อข่าวไทยรัฐทีวี ที่นำโดรนขึ้นบินสำรวจเหนือหมู่บ้านรามโกศ ในเมืองดาห์ดิง ห่างจากกรุงกาฐมาณฑุราว 100 กิโลเมตร พบว่า บ้านของชาวบ้านหลายหลังพังถล่มลงมา แต่โชคดีที่คนในหมู่บ้านไม่มีใครเสียชีวิต เนื่องจากในช่วงที่เกิดเหตุชาวบ้านส่วนใหญ่ออกไปทำงาน แต่ก็มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากบ้านพังลงมาทับร่าง เช่น บ้านหลังหนึ่งที่สร้างขึ้นด้วยการนำหินมาเรียงต่อกันและประสานด้วยดิน จึงไม่สามารถรับแรงสั่นสะเทือนได้ จนพังถล่มลงมาและมีผู้บาดเจ็บ 3 คน คนแรกเป็นชายชราเจ้าของบ้านที่ล้มป่วย นอนอยู่ภายในบ้านขณะเกิดเหตุ ส่วนอีก 2 คน คือคนที่พยายามจะเข้ามาช่วยนำชายชราคนนี้ออกไป ซึ่งล่าสุดยังพักรักษาตัวในโรงพยาบาล

ส่วนการให้ความช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ ทางรัฐบาลเนปาลได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือในหมู่บ้านห่างไกลในเมืองดาห์ดิงแล้ว และใช้เฮลิคอปเตอร์ 3 ลำในการลำเลียงสิ่งของบรรเทาทุกข์ และผู้บาดเจ็บออกจากหมู่บ้านไปส่งยังโรงพยาบาล นอกจากนี้ ยังมีอาสาสมัครจากนานาชาติที่คอยส่งความช่วยเหลือให้แก่ผู้ประสบภัย แต่ยังคงไม่เพียงพอต่อความต้องการและยังมีหมู่บ้านอีกหลายแห่งที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ

นอกจากนี้ มีรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อตอนสายวันที่ 2 พ.ค.ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 11 ชั่วโมง ที่วัดพุทธไทยถาวรวนาราม เมืองควีนส์ นครนิวยอร์ก นางสุจิตรา ปาลีวงศ์ ประธานศูนย์วัฒนธรรมไทยแห่งรัฐนิวยอร์ก ได้จัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ น.ส.มาริสา หรืออีฟ จีรวงศ์ไกรสร ผู้ช่วยแพทย์ชาวไทยที่เสียชีวิตจากเหตุหิมะถล่ม ระหว่างร่วมไปกับคณะปีนเขาเอเวอเรสต์ขณะเกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศเนปาล โดยมีนายกริช จีรวงศ์ไกรสร พี่ชายของอีฟ และเพื่อนสนิทของอีฟที่เคยเรียนด้วยกันที่โรงเรียนศูนย์วัฒนธรรมไทยฯ คณะครูและสมาชิกศูนย์ฯ ตลอดจนเพื่อนของนายอาคมและนางวีรุดา จีรวงศ์ไกรสร บิดามารดาของอีฟ ไปร่วมงานเนืองแน่นประมาณ 300 คน ท่ามกลางความอาลัย พร้อมกันนี้ นายพรพงค์ กนิษฐานนท์ กงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก ซึ่งติดราชการอยู่ที่กรุงเทพฯ ได้มอบหมายให้ น.ส.สุวนิช สมบัติพิบูลย์ รองกงสุลใหญ่ฯ และ น.ส.วรรัตน์ พิริยานสรณ์ กงสุล พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสถานกงสุลไปร่วมพิธีด้วย

นางสุจิตรา ปาลีวงศ์ ประธานศูนย์วัฒนธรรมไทยแห่งรัฐนิวยอร์ก ได้กล่าวไว้อาลัยและเล่าให้ทุกคนในงานฟังว่า ทุกครั้งที่ศูนย์วัฒนธรรมไทยแห่งรัฐนิวยอร์กจัดงานประจำปี เพื่อหารายได้สมทบทุนแผนกการศึกษาของศูนย์ฯในช่วงระหว่างวันคริสต์มาสและปีใหม่ ทางศูนย์ฯจะจัดให้น้องอีฟตัดเค้กทุกครั้ง เพราะว่าน้องอีฟเกิดในคืนคริสต์มาสอีฟวันที่ 24 ธ.ค. บิดามารดาจึงตั้งชื่อว่าอีฟ สำหรับน้องอีฟเริ่มเข้าเรียนภาษาไทยตั้งแต่ชั้นเตรียมอนุบาลเมื่อปี 2536 และจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เมื่อปี 2546 ชอบเรียนรำไทยและรำโชว์เวลามีงานเป็นประจำ นิสัยร่าเริงเป็นที่รักของทุกคน เป็นเยาวชนไทยรุ่นใหม่ที่มีอนาคตไกล ด้านนายกริช จีรวงศ์ไกรสร พี่ชายของอีฟ เป็นตัวแทนครอบครัวกล่าวขอบคุณทุกคนที่มาร่วมทำบุญให้น้องสาว และร่วมไว้อาลัย หลังจากเสร็จพิธีทำบุญในครั้งนี้แล้วตนจะบินกลับประเทศ ไทย เพื่อร่วมพิธีศพของอีฟน้องสาวพร้อมครอบครัวที่กรุงเทพฯ

ขณะที่วันเดียวกัน “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนจำนวน 1,327 คน เรื่องเหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรง “ประเทศเนปาล” สรุปผลดังนี้ ร้อยละ 85.53 ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รู้สึกสงสารและเห็น ใจผู้ที่ประสบภัย ร้อยละ 83.80 เป็นภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ที่ไม่อาจควบคุมได้ มีคนเสียชีวิตจำนวนมาก ไม่คิดว่าจะรุนแรงขนาดนี้ ร้อยละ 78.90 กลัวว่าจะเกิดขึ้นกับประเทศของเราเอง รัฐบาลควรนำเหตุการณ์นี้มาเป็นบทเรียน อย่างไรก็ตาม ร้อยละ 82.29 อยากส่งกำลังใจ แรงใจ อธิษฐาน สวดมนต์ ช่วยเนปาล ร้อยละ 75.27 บริจาคเงินช่วยเหลือผ่านหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องและร้อยละ 68.73 ช่วยเผยแพร่ บอกต่อข้อมูลที่จำเป็นและมีประโยชน์ให้กับผู้อื่น เมื่อถามว่าสิ่งที่ประเทศไทยควรนำมาเป็นบทเรียนเพื่อปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ ร้อยละ 88.92 ภาครัฐต้องมีแผนรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติ เฝ้าระวังภัย มีศูนย์เตือนภัยล่วงหน้า ร้อยละ 82.82 หากเกิดเหตุควรมีการช่วยเหลือที่รวดเร็ว มีหน่วยกู้ภัยที่มีประสิทธิภาพและชำนาญ ร้อยละ 80.11 มีการตรวจสอบอาคาร ตึกสูง ต้องแข็งแรงมั่นคง ได้มาตรฐาน รองรับแผ่นดินไหวได้ ร้อยละ 77.69 ให้ความรู้กับประชาชนเกี่ยวกับการรับมือภัยธรรมชาติต่างๆ และร้อยละ 59.08 ทุกคนควรตระหนักและเห็นความสำคัญของธรรมชาติช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม

การแจกจ่ายสิ่งของบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบภัยเหตุแผ่นดินไหว 7.8 แมกนิจูดในเนปาล ที่ประสบกับปัญหานานัปประการ ไม่ว่าจะเป็นความล่าช้าของระบบศุลกากรสนามบินที่ไม่ยอมปล่อยของ ไปจนถึงปัญหารถบรรทุกและเฮลิคอปเตอร์ที่จะขนส่งเสบียงไม่เพียงพอ กลับต้องมาเจออุปสรรคซ้ำเติมเข้าไปอีก โดยเมื่อวันที่ 3 พ.ค. เจ้าหน้าที่ดูแลสนามบินนานาชาติในกรุงกาฐมาณฑุของเนปาล ได้เปิดเผยว่า ทางการจำเป็นต้องจำกัดการรองรับเครื่องบินของต่างชาติ ไม่อนุญาตให้เครื่องบินขนาดใหญ่อย่างเครื่องบินกองทัพลงได้อีกต่อไป เนื่องจากพื้นรันเวย์ของสนามบินเริ่มแตกร้าว ขณะที่จอดก็ไม่เพียงพอ

ทั้งนี้ นายบิเรนทรา เชรสธา ผู้จัดการสนามบินนานาชาติกรุงกาฐมาณฑุ กล่าวว่า สนามบินแห่งนี้ถูกออกแบบมาให้รองรับเครื่องบินพาณิชย์ขนาดกลางและขนาดเล็ก มีที่จอดเครื่องบินแค่ 9 ลำ และมีรันเวย์ใช้งานเพียงเลนเดียว นอกจากนี้ จากการตรวจสอบยังพบด้วยว่าสภาพพื้นของรันเวย์เริ่มเสื่อมลงเรื่อยๆ จากการที่เครื่องบินจากนานาชาติลงจอดอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องของหน่วยกู้ภัย เครื่องบินลำเลียงสิ่งของบรรเทาทุกข์ หรือเครื่องบินพาณิชย์ที่ขนคณะสื่อมวลชน ซึ่งแต่เดิมพื้นรันเวย์ก็ได้รับความเสียหายอยู่แล้วจากเหตุแผ่นดินไหว ด้วยเหตุนี้เองเจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจอนุญาตให้เครื่องบินขนาดกลางและขนาดเล็กลงจอดเท่านั้น

ส่วนความคืบหน้าการค้นหาเหยื่อผู้ประสบภัย ด้านนายปราวิน โพคาเรล รองผู้บังคับการตำรวจในจังหวัดลังตัง ทางภาคเหนือของเนปาล เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่เก็บกู้ร่างผู้เสียชีวิตในพื้นที่หิมะถล่มขึ้นมาได้ 51 คน ในจำนวนนี้มีนักปีนเขาชาวต่างชาติ รวมอยู่ด้วย 6 คน แต่ยังไม่ได้ตรวจสอบว่าสัญชาติอะไร และเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มเดียวกับที่สหภาพยุโรปออกแถลงว่าสูญหายไปอย่างน้อย 1,000 คน ด้วยหรือไม่ ขณะที่นายอุดดาฟ พัททารัย เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นระดับสูงของรัฐบาลเนปาล ระบุว่า ในพื้นที่ดังกล่าวมีนักท่องเที่ยวและชาวบ้านสูญหายไปอย่างน้อย 200 คน ในจำนวนนี้เชื่อว่าเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างน้อย 100 คน แต่การส่งทีมกู้ภัยเข้าไปตรวจสอบทำได้ยากลำบาก เนื่องจากสภาพอากาศไม่เป็นใจ และมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง


ต่อมากระทรวงมหาดไทยเนปาลออกมาแถลงข่าวดีว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยในจังหวัดสินธุปะช็อก ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงกาฐมาณฑุ ได้เข้าตรวจสอบหมู่บ้านสเยาลี ในพื้นที่หุบเขา และพบผู้รอดชีวิต 3 คน เป็นชาย 2 คน หญิง 1 คน ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังเป็นเวลานานถึง 8 วัน เจ้าหน้าที่นำตัวส่งโรงพยาบาลทหารในพื้นที่ใกล้เคียงอย่างเร่งด่วน แต่ยังมิได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมถึงชื่ออายุและสภาพร่างกายของผู้ประสบภัยที่รอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์กลุ่มนี้

ขณะที่ศูนย์ปฏิบัติการรับมือเหตุฉุกเฉินแห่งชาติเนปาลออกแถลงการณ์ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมเป็น 7,040 คน บาดเจ็บ 14,123 คน แต่เชื่อว่ายอดดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พร้อมระบุด้วยว่าตอนนี้ทางการได้เน้นเรื่องการส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปให้ผู้ประสบภัยในพื้นที่ทุรกันดารมากกว่าเรื่องการค้นหาผู้รอดชีวิต เพราะเวลาผ่านมากว่าสัปดาห์แล้ว โอกาสที่ผู้ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังจะรอดชีวิตได้นั้นดูเหมือนจะริบหรี่ ขณะที่กระทรวงการท่องเที่ยวเนปาลรายงานว่า นับตั้งแต่เกิดเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 25 เม.ย. เจ้าหน้าที่เก็บกู้ร่างผู้เสียชีวิตชาวต่างชาติได้ 54 คน

ด้านนายโรวนัก ข่าน ตัวแทนจากกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือยูนิเซฟ แสดงความกังวลต่อสถานการณ์โรคระบาดที่อาจเกิดขึ้น ไม่ว่าจากการขาดแคลนน้ำสะอาด ซากศพที่ยังคงเน่าอยู่ใต้ซากอาคาร โรงพยาบาลที่เนืองแน่นด้วยผู้บาดเจ็บ ขณะที่ฤดูมรสุมก็ใกล้เข้ามาแล้วในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าช่วงค่ำวันเดียวกัน พระศากยวงศ์วิสุทธิ์ (อนิลมาน ธมฺมสากิโย) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ในฐานะคณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเนปาล โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว Anil Sakya ระหว่างเดินทางไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยชาวเนปาล ว่า จากการลงพื้นที่พบผู้ประสบภัยชาวเนปาล ประเมินสถานการณ์เบื้องต้น พบว่า ผู้ประสบภัยต่างต้องการอาหารประทังชีพ แต่ทางรัฐบาลเนปาลดูเหมือนจะไม่กระตือรือร้นเท่าที่ควร ทั้งที่องค์กรท้องถิ่นและหน่วยงานต่างชาติพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือในการแจกจ่ายสิ่งของบรรเทาทุกข์ การแจกจ่ายสิ่งของบรรเทาทุกข์มีอุปสรรคอย่างมาก ผู้ที่นำของไปบริจาคตกอยู่ในภาวะเสี่ยง เนื่องจากชาวบ้านต่างรุมกันเข้ามาแย่งชิงสิ่งของ จนบัดนี้ก็ยังไม่มีใครมาดูแลคลี่คลายสถานการณ์ รวมทั้งยังไม่สามารถทราบได้ว่าใครประสบภัยจริงหรือมีการสวมรอยเข้ามาเพื่อรับสิ่งของ นอกจากนี้ ชาวบ้านจำนวนมากรู้สึกอายที่จะมาต่อคิวรอรับอาหารที่ปรุงสำเร็จแล้ว โดยระบุว่าแจกให้เฉพาะวัตถุดิบก็พอ เขาเอาไปปรุงกินเองได้

ช่วงค่ำวันเดียวกันตามเวลาในไทย สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า นายฟุงชู ตามัง ชายชราวัย 101 ปี ได้รับการช่วยเหลือรอดชีวิตจากใต้ซากบ้านที่พังถล่มจากแผ่นดินไหวในเขตอำเภอนูวากอต ห่างกรุงกาฐมาณฑุไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 80 กม.ตั้งแต่วันที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยมีอาการบาดเจ็บเล็กน้อยที่ข้อเท้าและมือเท่านั้น

อ่านเพิ่มเติม...

รวมภาพปฏิบัติการช่วยชีวิตทารก 4 เดือนเนปาล ติดซากตึก รอดอัศจรรย์ ทั้งหมด 9 ภาพ

ทารกน้อยเนปาลวัยแค่ 4 เดือน รอดราวปาฏิหาริย์ หลังติดใต้ซากอาคารจากแผ่นดินไหวถึง 22 ชั่วโมง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้