วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'เชลซี' เฉือน 'พาเลซ' 1-0 คว้าแชมป์ลีกสูงสุด สมัย 5

'เชลซี' เฉือน 'พาเลซ' 1-0 คว้าแชมป์ลีกสูงสุด สมัย 5

  • Share:

เอเดน อาซาร์ด สวมบทฮีโร่ตามซ้ำจุดโทษของตัวเอง เป็นประตูชัยช่วยให้ "สิงโตน้ำเงิน" เชลซี เปิดรังพิชิต "อินทรีผงาด" คริสตัล พาเลซ  1-0 เก็บ 3 คะแนนได้สำเร็จ ผงาดคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษ ไปครองเป็นสมัยที่ 5 แน่นอนแล้ว....

การแข่งฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2014-2015 ประจำวันอาทิตย์ที่ 3 พ.ค. เกมไฮไลต์อยู่ที่สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์  "สิงโตน้ำเงิน"  เชลซี ทีมจ่าฝูง เปิดบ้านรับการมาเยือนของ "อินทรีผงาด" คริสตัล พาเลซ ทีมอันดับ 12 ของตาราง โดยถ้าเกมนี้เชลซีคว้า 3 แต้มได้สำเร็จ จะคว้าแชมป์ไปครองทันที

เปิดฉากครึ่งแรกมาถึง น.17 เชลซี ได้ลุ้นขึ้นนำ ฮวน กัวดราโด ยิงไกลจากนอกเขตโทษ บอลพุ่งเหินข้ามคานออกไป

จากนั้น น.26 เชลซี ได้ฟรีคิกหน้าเขตโทษ ดิดิเยร์ ดร็อกบา ซัดเต็มข้อ แต่ จูเลียน  สเปโรนี นายด่านพาเลซ  เซฟออกมาได้ ก่อนที่กองหลังจะมาช่วยสกัดออกไป

ถัดมา 13 นาที  เป็นโอกาสของพาเลซ เมื่อ โจ เลดลีย์ ได้จังหวะยิงด้วยขวาหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลยังไม่ตรงกรอบ

ถึง น.44 เชลซี ได้จุดโทษ  จากจังหวะที่ เอเดน อาซาร์ด โดนทำฟาล์วในเขตโทษถึงแม้ว่าภาพช้าจะเป็นการพุ่งล้มของ อาซาร์ดก็ตาม และเป็น อาซาร์ด รับหน้าที่สังหารจังหวะแรกไปติดเซฟ สเปโรนี  ก่อนโขกซ้ำอีกทีเข้าไปตุงตาข่าย พา เชลซี ขึ้นนำ 1-0  แล้วก็จบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง ถึง น.69 พาเลซ เกือบได้เฮจากจังหวะที่ เจสัน พันเชียน ได้โอกาสกดเต็มข้อจากนอกเขตโทษ บอลเฉี่ยวเสาออกไปนิดเดียว ทำเอา ติโบต์ คูร์ตัวส์ นายด่านเชลซี ถึงกับผวา

จากนั้น น.80 เชลซี เป็นโอกาสของเชลซี แกร์รี เคฮิลล์ ซัดในเขตโทษจังหวะแรกไปติดกองหลังพาเลซ บอลมาเข้าทาง บรานิสลาฟ อิวาโนวิช กดด้วยซ้าย ข้ามคานออกไป ถัดมานาทีเดียว เชลซี ได้ลุ้นอีกแล้ว ดิดิเยร์ ดร็อกบา ซัดด้วยขวาในเขตโทษ บอลแฉลบกองหลังพาเลซเปลี่ยนทางหลุดกรอบไปนิดเดียว

เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม ทำให้จบเกม เชลซี เอาชนะ คริสตัล พาเลซ ไป 1-0 เก็บเพิ่มเป็น 83 คะแนน คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษ ไปครองเป็นสมัยที่ 5 แน่นอนแล้ว แม้จะเหลือการแข่งขันอีก 3 เกมก็ตาม

รายชื่ิอ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีม

เชลซี:ติโบต์ คูร์ตัวส์,จอห์น เทอร์รี,แกร์รี เคฮิลล์,บรานิสลาฟ อิวาโนวิช,เซซาร์ อัซปิลิกูเอตา,เซส ฟาเบรกาส,วิลเลียน,เนมันยา มาติช,เอเดน อาซาร์ด,ฮวน กัวดราโด,ดิดิเยร์ ดร็อกบา

คริสตัล พาเลซ:จูเลียน สเปโรนี,อาเดรียน มาริอัปปา,เดเมียน เดลานีย์,สกอตต์ แดนน์,โจเอล วอร์ด,จอร์ดอน มัทช์,โจ เลดลีย์,เจสัน พันเชียน,เจมส์  แม็คอาเธอร์,ยานนิค โบลาซี,วิลฟรีด ซาฮา

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้