วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ชี้สุสาน ‘โรฮิงญา’ อาจถูกฆาตกรรม-โยงแก๊งค้ามนุษย์

ชี้สุสาน ‘โรฮิงญา’ อาจถูกฆาตกรรม-โยงแก๊งค้ามนุษย์

  • Share:


ตำรวจสงขลา สั่งระงับการฝังศพชาว ‘โรฮิงญา’ ที่ขุดพบบนยอดเขาแก้ว 26 ศพ รอผลการตรวจของแพทย์นิติเวชมาประกอบ ว่า ถูกฆาตกรรมหรือตายด้วยสาเหตุอื่น ชี้อาจเป็นการค้ามนุษย์ และโยงไปถึงแก๊งเรียกค่าไถ่โหดที่นครศรีธรรมราช...

จากกรณีที่เจ้าหน้าที่พบแคมป์ที่พักและหลุมฝังศพชาวโรฮิงญาบนเทือกเขาแก้ว บ้านตะโล๊ะ หมู่ 8 ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา ห่างจากชายแดนไทยมาเลเซียประมาณ 300 เมตร พบศพถูกฝังไว้ทั้งหมด 26 ศพ ซึ่งล่าสุดได้ทำการชันสูตรและเก็บดีเอ็นเอของศพไว้แล้ว

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 3 พ.ค. 58 ที่มูลนิธิมิตรภาพสามัคคีหาดใหญ่ (ท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง) เจ้าหน้าที่ได้นำศพชาวโรฮิงญาที่พบจำนวน 26 ศพ ที่ผ่านการตรวจเก็บดีเอ็นเอเรียบร้อยแล้วไปเก็บไว้ที่มูลนิธิฯ จากกำหนดเดิมที่จะนำศพทั้งหมดไปฝังที่สุสานบ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในช่วงเช้าวันที่ 3 พ.ค. แต่ทางกองบังคับการตำรวจภูธร จ.สงขลา ได้มีคำสั่งด่วนให้เก็บศพไว้ก่อน เพื่อรอการตรวจของแพทย์นิติเวชอย่างละเอียดอีกครั้ง จึงยังไม่มีการนำศพไปฝังแต่อย่างใด

ขณะเดียวกันทางสำนักจุฬาราชมนตรี ได้ประสานกับตำรวจภูธร จ.สงขลา เพื่อติดตามกระบวนการจัดการศพ และสถานที่ฝังเพื่อให้ถูกต้องตามหลักศาสนา เพราะชาวโรฮิงญาเป็นผู้ที่นับถือหลักศาสนาอิสลาม

ส่วนทางด้านคดี พล.ต.ต.พุทธิชาติ เอกฉันท์ รอง ผบช.ภ.9 เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่ามีการเชื่อมโยงไปถึงขบวนการที่เกี่ยวข้องทั้งแคมป์ และหลุมฝังศพชาวโรฮิงญากลุ่มนี้ ซึ่งต้องรอผลการชันสูตรศพทั้งหมดจากแพทย์เพื่อนำมาประกอบถึงสาเหตุการเสียชีวิตว่า ถูกฆาตกรรมหรือตายด้วยสาเหตุอื่น รวมทั้งการคัดแยกชาวโรฮิงญาและบังกลาเทศ 3 คนที่พบล่าสุดในแคมป์บริเวณใกล้เคียง ว่าถูกกักขังหรือเข้าข่ายค้ามนุษย์ด้วยหรือไม่ โดยจะรวบรวมข้อมูลจากทุกฝ่ายทั้ง ตชด. ตม. ตำรวจภูธรภาค 8 และภาค 9 นำไปสู่การดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง

"ประเด็นที่ต้องรอ คือ ผลการตรวจดีเอ็นเอศพที่ถูกฝังว่า มีนายคาซิน ที่ถูกฆ่าตาย รวมอยู่ด้วยหรือไม่ หลังถูกจับไปเรียกค่าไถ่ในพื้นที่ อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช และญาติได้ส่งเงินให้กับคนร้ายเพื่อขอไถ่ตัวแล้ว แต่ปรากฏว่านายคาซินกลับถูกฆ่าตาย และเป็นจุดเชื่อมโยงที่มีการขยายผลจนพบแคมป์ที่กักกัน และสุสานบนยอดเขาแก้วดังกล่าว" รอง ผบช.ภ.9 กล่าว

ด้าน พ.ต.อ.วีระสัณห์ ธารเปี่ยม ผกก.สภ.ปาดังเบซาร์ เปิดเผยว่า ผลการสอบสวนชาวโรฮิงญาที่พบนอนป่วยอยู่ในแคมป์ 1 ราย ยังไม่สามารถระบุชื่อผู้ดูแลแคมป์ได้ จึงยังไม่ได้เรียกใครมาสอบปากคำ เพราะยังอยู่ในขั้นตอนรวบรวมพยานหลักฐาน โดยแยกไว้ 3 ด้าน ทั้งการเชื่อมโยงกับคดีเรียกค่าไถ่ ที่ จ.นครศรีธรรมราช ผลการชันสูตรศพหาสาเหตุการตาย และการตรวจสอบสถานที่ตั้งแคมป์ เพื่อหาตัวผู้ดูแล หากได้ข้อมูลก็จะนำมาสรุปผลว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง จากนั้นจะเรียกตัวมาสอบสวนเพื่อเอาผิดตามกระบวนการของกฎหมาย โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการค้ามนุษย์.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้