วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ผ่านก็ดี-ไม่ผ่านก็เสี่ยง

ผ่านก็ดี-ไม่ผ่านก็เสี่ยง

โดย สายล่อฟ้า
4 พ.ค. 2558 05:01 น.
  • Share:

แม้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ยังไม่ถึงยกสุดท้ายว่าผลจะออกมาอย่างไร เนื่องจากกำลังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการ แต่มีการพูดเรื่องการทำประชามติจนเป็นกระแสในวงกว้าง ทั้งนักการเมือง สปช. หรือแม้แต่ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญก็เอาด้วย

เหลือก็แต่ ครม.และ คสช.ซึ่งมีน้ำหนักหมัดมากที่สุดในการตัดสินใจว่าจะเอาหรือไม่เอา ไม่ใช่แค่เรื่องประชามติเท่านั้น แม้แต่รัฐธรรมนูญก็ต้องฟังเสียงตรงนี้

แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนที่จะให้ทำหรือไม่ให้ทำ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา บอกว่า ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล หรือ คสช. แต่เป็นเรื่องของ สนช.-สปช. และ กมธ.ยกร่างฯที่จะตัดสินใจว่าควรทำประชามติหรือไม่

รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวก็ไม่ได้กำหนดเอาไว้ว่าจะต้องทำ

และ คสช.ก็ไม่สามารถใช้คำสั่ง ม.44 ให้ทำประชามติได้ แต่ที่จะทำได้ก็คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญเท่านั้น จึงใช้ทางลัดลักษณะนี้ไม่ได้

การที่ พล.อ.ประยุทธ์พยายามลอยตัวไม่เข้าไปข้องแวะด้วยการโยนให้องค์กรที่เกี่ยวข้องไปว่ากันเอง อย่างน้อยก็ไม่ต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้

เพราะมันมีผลเกี่ยวพันหลายอย่างกับ คสช. โดยเฉพาะในด้านความมั่นคง หากตัดสินใจให้ทำอาจจะเกิดแรงกระเพื่อมทางการเมืองขึ้นได้

แน่นอนว่าการทำหรือไม่ทำประชามตินั้นต้องรอให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จสรรพตามกระบวนการ หลังจากที่ สปช.ชำแหละไปแล้ว ก็จะรวบรวมความเห็นต่างๆ เพื่อเสนอแนะให้ กมธ.ยกร่างฯนำไปพิจารณา

อีกทางหนึ่งก็คือ ครม. และ คสช.จะต้องทำความคิดว่าจะเอาตรงไหน ตัดตรงไหน เพื่อให้ กมธ.ยกร่างฯนำไปพิจารณาประกอบการตัดสินใจ

กว่าจะเป็นรูปเป็นร่างชัดเจนเพื่อเสนอให้ สปช.ลงมติว่าจะรับหรือไม่ ก็คงต้องใช้เวลาอีกนานพอสมควร

ที่สำคัญก็คือ กมธ.ยกร่างฯจะยอมแก้ไขหรือเพิ่มเติมอะไรลงไปยังไม่สามารถคาดเดาได้ และสาระในรัฐธรรมนูญจะออกมาอย่างไรจะถูกใจ หรือไม่ถูกใจก็ต้องรอให้ผลออกมาเสียก่อน

หากจะถามว่า คสช.จะให้ทำประชามติหรือไม่ทำประชามติก็ต้องพิจารณาจากรัฐธรรมนูญร่างสุดท้ายเป็นข้อมูลในการตัดสินใจด้วย

“เสียของ” หรือ “ไม่เสียของ” มันอยู่ที่เงื่อนไขตรงนี้เช่นกัน

ยิ่งไปกว่านั้นเสียงจากนักการเมืองที่ระบุตรงกันว่า แม้จะต้องเลื่อนการเลือกตั้งออกไปสัก 2-3 ปีก็ยอม แต่ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญร่างแรกและจะต้องจัดทำประชามติเพื่อให้ได้รับการยอมรับจะได้ไม่มีปัญหา

ท่าทีอย่างนี้ คสช.ย่อมบอกว่า หากยอมให้ทำประชามติย่อมเกิดผลข้างเคียงทางการเมืองแน่ เนื่องจากนักการเมืองคงอาศัยห้วงเวลาในการทำประชามติออกมาเคลื่อนไหวเพื่อชี้นำประชาชนว่าควรจะรับหรือไม่รับ

ยังสามารถฉวยโอกาสที่จะผสมโรงเพื่อผลทางการเมืองไม่ต่างไปจากการปลุกระดมโดยอาศัยเงื่อนไขนี้

คำตอบที่ออกมาจึงมีความเป็นไปได้ว่า คสช.ไม่น่าจะยอมให้ทำประชามติ

เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดความเสี่ยงในด้านความมั่นคงที่อาจจะทำให้ควบคุมได้ยาก และหากทำประชามติแล้วไม่ผ่านก็จะเป็นเรื่องใหญ่ทางการเมืองตามมา

“โรดแม็ป” ที่วางเอาไว้ต้องสะดุดและไม่ได้เป็นตามแผน

แต่ที่แน่ๆจะเกิดผลกระทบโดยตรงต่อ พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะนายกฯและหัวหน้า คสช.ไม่ว่าจะเป็นด้านการเมือง หรือการยอมรับจากประชาชน

เป็น “หลุมพราง” ทำให้อำนาจ-บารมี-ศรัทธาเกิดความเสื่อมถอยได้.

“สายล่อฟ้า”

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้