วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
คืนความสุขให้ประชาชน เปลี่ยนที่ดินมักกะสันเป็นสวน

คืนความสุขให้ประชาชน เปลี่ยนที่ดินมักกะสันเป็นสวน

  • Share:

ผมเขียนถึง ที่ดินมักกะสัน 497 ไร่ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ไปเมื่อวันก่อนว่า อยากให้สร้างเป็นสวนสาธารณะทั้งผืน เพื่อเป็น ปอดแห่งใหม่ของคนกรุงเทพฯ เหมือน เซ็นทรัลปาร์ค ของมหานครนิวยอร์ก สวนอูเอโนะ ของกรุงโตเกียว ก็ได้รับโทรศัพท์จาก คุณธีรพล นิยม ศิลปินแห่งชาติ ผู้ออกแบบรัฐสภาแห่งใหม่ ว่าคิดแบบเดียวกัน เขาและแนวร่วมได้เปิดการรณรงค์เรื่องนี้ไปแล้ว พร้อมกับส่งรูปร่างหน้าตาของ สวนมักกะสัน ที่ออกแบบไว้คร่าวๆมาให้ชมด้วย

ผมก็เห็นด้วยกับ คุณธีรพล ที่ดินผืนใหญ่แห่งสุดท้ายใจกลางกรุง 497 ไร่นี้ ไม่ควรเอาไปทำการค้าเชิงพาณิชย์ใดๆทั้งสิ้นอย่างที่ การรถไฟฯ และ กระทรวงคมนาคม กำลังวางแผนควรจะสร้างเป็น “ปอดของคนกรุงเทพฯ” ที่กำลังขาดแคลนอย่างเดียวเท่านั้น

ผมก็ได้แต่หวังว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะคิดกว้าง คิดไกล มองเห็นประโยชน์ส่วนรวมของประชาชนและสังคม มากกว่าหนี้เน่าของการรถไฟฯ ไม่ควรเอามรดกของ ในหลวงรัชกาลที่ 5 ไปชดใช้ ถ้ามีปัญหาก็ใช้อำนาจ ม.44 ยึดมาเสียเลย ผมเชื่อว่าประชาชนจะแซ่ซ้องสรรเสริญแน่นอน

ข้อมูลที่ คุณธีรพล ส่งมาให้น่าสนใจอย่างยิ่ง ผมอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลองอ่านดู

จากข้อมูลการวิจัยพบว่า ต้นไม้ใหญ่ที่สมบูรณ์ 1 ไร่ จะผลิตออกซิเจนบริสุทธิ์ให้มนุษย์ใช้หายใจได้ถึง 100 คน กรุงเทพมหานครวันนี้มีประชาชนอาศัยอยู่เกือบ 10 ล้านคน จำเป็นต้องมีพื้นที่สีเขียวที่สมบูรณ์เกือบ 100,000 ไร่

(ความจริงมากกว่า 10 ล้านคน ถ้าบวกแรงงานจากต่างจังหวัด บวกจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าไปด้วย อาจจะถึง 15-20 ล้านคน)

แต่วันนี้ กรุงเทพฯมีพื้นที่สีเขียวเพียง 19,000 ไร่ หรือคิดเป็น 3.3 ตารางเมตรต่อคน ต่ำกว่ามาตรฐานสากลที่กำหนดไว้ 15 ตารางเมตรต่อคน เกือบ 5 เท่า และ ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของ 22 เมืองใหญ่ในเอเชียที่มีพื้นที่สีเขียวต่อคนสูงถึง 39 ตารางเมตร ถึง 12 เท่า ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและจิตวิญญาณของคนกรุงเทพฯอย่างรุนแรง

คุณธีรพล ได้เสนอแนวทางเบื้องต้นในการพัฒนา สวนมักกะสัน อย่างยั่งยืน เพื่อคืนความสุขให้ประชาชนอย่างแท้จริงว่า ต้องให้มีพื้นที่สีเขียว 80% หรือ 431 ไร่ เหลือพื้นที่เพื่อการพัฒนาเพียง 20% หรือ 109 ไร่ก็พอ

(ในต่างประเทศ เขามีการกำหนดพื้นที่สีเขียวในเมืองเป็นสัดส่วนทั้งนั้น เช่น สิงคโปร์ ตึกสูงทุกตึก ด้านหน้าด้านข้างต้องมีพื้นที่สีเขียวปลูกต้นไม้ กรุงเทพฯได้ข่าวว่ามีเหมือนกัน แต่ประเทศศรีธนญชัยแห่งนี้ กลับไปสร้างสวนไว้กลางตึกหรือยอดตึก กทม.ก็ไม่ว่าอะไร กรุงเทพฯยุคนี้ถึงได้เละเทะไปหมดทุกอย่างอย่างที่เห็น)

พื้นที่ 109 ไร่ที่เหลือ ให้แบ่งเป็นพื้นที่รับน้ำและบำบัดน้ำด้วยพืชขนาดใหญ่ ลดปัญหาน้ำท่วมและน้ำเสียของเมือง 74 ไร่ ทำให้ บึงมักกะสัน รับน้ำได้เพิ่มขึ้นจากเดิม 216,000 ลบ.ม. เป็น 357,000 ลบ.ม. ที่ความลึก 3 เมตร

ส่วนที่เป็นธุรกิจก็ให้สร้างเป็น หอชมเมือง สูง 185 เมตร ข้างในประกอบด้วยโรงแรม สำนักงาน ร้านอาหาร ศูนย์การค้า ชั้นใต้ดินเป็นที่จอดรถ

คุณธีรพลยังออกแบบพื้นที่สวนสาธารณะเป็นหลากหลายรูปแบบ เช่น สวนพฤกษศาสตร์ขนาดใหญ่ และ โดมพันธุ์ไม้เพื่ออนุรักษ์พันธุ์ไม้ไทย 133,600 ตร.ม. หรือ 84 ไร่ พื้นที่สวนสาธารณะเพื่อการพักผ่อนทางกีฬาและศิลปวัฒนธรรม 153,848 ตร.ม. หรือ 96 ไร่ กระจายอยู่โดยรอบ สวนหลังคาขนาดใหญ่ เพื่อเป็นที่พักผ่อนชมทิวทัศน์เมือง และ Urban Farming 182,052 ตร.ม. หรือ 113 ไร่ พื้นที่กิจกรรมใต้หลังคา ลมผ่านสบาย กันแดดกันฝน จัดกิจกรรมในเมืองได้ทั้งปี 95,947 ตร.ม. หรือ 60 ไร่ ทางเดินลอยฟ้าสีเขียว (Green Sky Walk) เชื่อมการเข้าถึงจากย่านต่างๆโดยรอบ 12 จุด ฯลฯ

อ่านแล้วผมก็นึกถึง สวนอูเอโนะ ของ กรุงโตเกียว ที่ผมเสนอขึ้นมาทันที

ผมก็หวังว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้ คืนความสุขให้ประชาชนอย่างแท้จริง ความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน สำคัญกว่าทุกเรื่องครับ.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้