วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ลดดอกเบี้ยนโยบาย กระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงหรือ

ลดดอกเบี้ยนโยบาย กระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงหรือ

โดย ซูม
4 พ.ค. 2558 05:01 น.
  • Share:

คงจะทราบกันแล้วว่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25 เปอร์เซ็นต์

ทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายจากเดิมที่อยู่ในอัตรา 1.75 เปอร์เซ็นต์ ลดลงมาอยู่ที่อัตรา 1.50 เปอร์เซ็นต์ต่อปีเป็นที่เรียบร้อย

นับเป็นการลดครั้งที่ 2 ติดต่อกันหลังจากเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาได้ลดไปแล้ว 0.25 เปอร์เซ็นต์เช่นกัน

ถือเป็นการให้ยาที่ค่อนข้างแรงในทำนองเข็มเดียวสกัดอาการไข้ไม่อยู่ ก็เลยต้องให้ยาเพิ่มอีก 1 เข็มว่างั้นเถอะ

ในทางทฤษฎีนั้นการลดดอกเบี้ยนโยบายเป็นอาวุธสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกประการหนึ่ง

เพราะอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง จะเป็นแรงจูงใจให้มีการลงทุนมากขึ้น และเมื่อการลงทุนเพิ่มขึ้น ก็จะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น ผู้คนจะมีเงินไปจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจโดยรวมก็จะค่อยๆกระเตื้องขึ้น

ขณะเดียวกันอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ต่ำลงก็จะมีส่วนช่วยให้ค่าเงินบาทของเราที่แข็งโป๊ก ทำให้เราเสียเปรียบในการค้าขายกับต่างประเทศนั้นค่อยๆอ่อนตัวลงมาบ้าง

จะทำให้สินค้าหรือบริการจากไทยเรามีราคาที่ถูกลงมา ซึ่งจะเป็นแรงจูงใจตลาดต่างประเทศ ให้ซื้อสินค้าหรือบริการของเรามากขึ้น

โดยทฤษฎีแล้วจะเป็นเช่นนี้ แต่ก็อย่างที่ทราบกันแหละครับว่า ทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์มักจะมีข้อจำกัดและมีเหตุที่จะทำให้ไม่เป็นตามทฤษฎีค่อนข้างมาก

จึงต้องจับตาดูและถ้าพูดตามภาษาเซียนบอล ก็คงต้องใช้คำว่า “ต้องลุ้น” กันอย่างใกล้ชิดต่อไปว่า ตัวยาของธนาคารแห่งประเทศไทยชุดนี้ จะออกฤทธิ์อย่างที่คาดหวังไว้หรือไม่? เพียงใด?

เราต้องไม่ลืมว่าด้วยเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ทั้งในประเทศเราเองและทั่วโลก อาจจะทำให้นักลงทุนไทยยังคงลังเลที่จะลงทุนผลิตสินค้า แม้จะจ่ายดอกเบี้ยลดลงบ้างก็ตาม เพราะไม่รู้จะผลิตสินค้าออกมาขายใคร ในเมื่อแรงซื้อมันถอยลงไปหมดทั้งโลก

เงินบาทอาจจะอ่อนตัวลงอย่างที่คาดไว้ แต่ก็คงช่วยให้เราขายสินค้า ไม่ได้มากนัก เพราะโลกไม่มีแรงซื้ออย่างที่ว่า

จากรายงานล่าสุด แม้เศรษฐกิจสหรัฐฯที่ว่าฟื้นตัวแล้วก็ฟื้นอย่างเบาบางและไม่เป็นไปตามที่คาดไว้

เมื่อวันศุกร์เช่นกัน กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯแถลงว่า จีดีพีไตรมาสแรก ของปี 2015 เพิ่มขึ้นเพียง 0.2 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ต่ำกว่าที่คาดหมายไว้ 1.0 เปอร์เซ็นต์ค่อนข้างมาก

ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งใช้นโยบายลดดอกเบี้ยกระตุ้นเศรษฐกิจเช่นกัน และลดจนมาใกล้อัตราศูนย์แล้ว (0-0.25%) ก็ยังไม่กล้าที่หวนกลับมาขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้บ้างอย่างที่คิดไว้

ที่ประชุมกรรมการธนาคารกลางสหรัฐฯถึงกับมีมติว่าจะรอดูต่อไปและจะคงดอกเบี้ยไว้ที่อัตราต่ำสุดอีกระยะ จนกว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯจะขยายตัวดีกว่านี้

ดังนั้นที่หลายๆฝ่ายเคยฝากความหวังไว้กับเศรษฐกิจสหรัฐฯว่าจะฟื้นตัวขึ้นมาก่อน และจะเป็นหัวรถจักรในการดึงเศรษฐกิจโลกให้ฟื้นขึ้นนั้น...อาจจะต้องลดความคาดหวังลงไป

ประเทศไทยที่พึ่งพาการส่งออกและตลาดโลกอย่างมาก จึงจะต้องเจอปัญหาต่อไปอย่างยากจะหลีกเลี่ยง

หมู่นี้ผมชักได้ยินเสียงบ่นทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลปัจจุบันค่อนข้างหนาหู และเริ่มมีเสียงเรียกร้องให้เปลี่ยนตัวขึ้นมาบ้างแล้ว

โดยส่วนตัวผมเห็นว่าเปลี่ยนไปก็เท่านั้น เพราะในภาวการณ์อย่างนี้ ด้วยข้อมูลและข้อเท็จจริงอย่างนี้ แนวทางแก้ไขเศรษฐกิจก็มีอยู่เพียงเท่านี้

เอาใครมาก็ต้องทำอย่างนี้อยู่ดี

ความจริงถ้าเป็นไปตามโรดแม็ป ก็เหลือเวลาอีกไม่นานนักแล้ว

ใช้คนเดิมต่อไปก็ไม่น่าจะเสียหายอะไรมาก

รอให้ตัวยาต่างๆออกฤทธิ์เสียหน่อย อาจจะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างดีขึ้นมาบ้าง

ผมไม่มีเจตนาจะปกป้องทีมเศรษฐกิจชุดนี้หรอกครับ แต่เท่าที่อยู่ในแวดวงเศรษฐกิจมาพอสมควร ผมก็ยังมองไม่ออกว่าจะยังมีมือดีๆหลงเหลืออยู่อีกหรือไม่...เปลี่ยนแล้วเกิดแย่กว่าเก่า จะทำให้สถานการณ์หนักลงไปอีกน่ะซีครับ.

“ซูม”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้