วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กรมอุทยานฯ ขอ คนปรับพฤติกรรมอยู่ร่วมกับลิง เหตุจับไม่ไหวแล้ว

กรมอุทยานฯ ขอ คนปรับพฤติกรรมอยู่ร่วมกับลิง เหตุจับไม่ไหวแล้ว

  • Share:

กรมอุทยานฯ เผย สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า สถานีกักขัง ลิงแสมที่มีปัญหาจากชุมชนเมืองทั่วประเทศ ตอนนี้ แน่นเต็มจนไม่สามารถรองรับลิงได้อีก วอน ชุมชนปรับพฤติกรรมอยู่ร่วมกับลิง ลดความขัดแย้ง 

นายอดิศร นุชดารงค์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่า จากกรณีแหล่งอาหารตามธรรมชาติของลิงลดลง ชุมชนเมืองขยายตัวมากขึ้น อีกทั้ง ช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย. มีพื้นที่ในหลายจังหวัดประสบภัยแล้ง ให้เกิดปัญหาลิงอดอยาก ประกอบกับพฤติกรรมของลิงเปลี่ยนไปในทางก้าวร้าว อาละวาดทำร้ายร่างกายและทรัพย์สิน ทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับลิงแสมมากขึ้น โดยเฉพาะเขตพื้นที่เดิมที่เคยมีปัญหาอยู่แล้ว ใน 183 แห่ง จาก 47 จังหวัด และในจำนวนนี้มีประชาชนในหลายชุมชนร้องรอให้กรมอุทยานฯ ส่งเจ้าหน้าที่ออกไปจับลิงเหล่านี้ออกจากพื้นที่ไปไว้ที่อื่น

ขณะนี้สถานที่เพาะเลี้ยงและกักลิงที่มีปัญหาจากพื้นที่ต่างๆ ของกรมอุทยาน ที่มีอยู่ 2 แห่ง คือ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่ากระบกคู่ จ.ฉะเชิงเทรา และสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน จ.ราชบุรี อยู่ในสภาพที่ไม่สามารถรองรับจำนวนลิงได้อีกแล้ว แต่ยังคงการเรียกร้องให้ จนท.กรมอุทยานฯ ออกไปจับลิงอยู่ตลอด ดังนั้น การแก้ไขปัญหาตอนนี้ คือ ส่งผู้เชี่ยวชาญของกรมฯ ไปให้ความรู้ความเข้าใจกับชุมชนต่างๆ เพื่อหามาตรการควบคุมประชากรลิงในแต่ละพื้นที่ที่มีปัญหาร่วมกัน แทนการจับฝูงลิงที่มีปัญหาจากชุมชนหนึ่งไปปล่อยป่า เนื่องจากลิงเหล่านี้ พฤติกรรมเปลี่ยนไปแล้ว เป็นลิงชุมชนเมือง ไม่สามารถอยู่ในป่าได้อีก ปัญหาลิงเป็นปัญหาละเอียดอ่อน ในแต่ละพื้นที่มีความปัญหาขัดแย้งแตกต่างกัน การแก้ไขปัญหาลิงในแต่ละพื้นที่ต้องมีการตรวจสอบอย่างรอบคอบ และวางแผนแก้ไขปัญหาทั้งระยะสั้น และระยะยาว


เบื้องต้น กรมอุทยานฯ กำลังร่วมกับองค์การสวนสัตว์กำลังทดลองการควบคุมประชากร ด้วยการสุ่มทำหมันลิงในลิงกลุ่มวัยเจริญพันธุ์ ด้วยการตัดท่อนำไข่ในลิงตัวเมีย และท่อน้ำเชื้อในลิงตัวผู้ ในฝูงลิงที่มีปัญหา นอกเหนือการควบคุมบริมาณอาหาร ขอความร่วมมือไม่ให้ประชาชนเอาอาหารของคนไปให้ลิงกิน

ด้าน นายศุภากร ปทุมรัตนาธาร นักวิชาการป่าชำนาญการพิเศษ กลุ่มงานวิจัยสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้เชี่ยวชาญปัญหาลิงในชุมชนเมือง กล่าวว่า ขณะนี้ ปัญหาลิงในชุมชนเมือง กำลังจะเป็นปัญหาหนักและรุนแรงกว่าปัญหาสุนัขจรจัด เพราะสังคมไทยเป็นสังคมพุทธ มองว่า การทำบุญทำทานเอาอาหารให้ลิง หรือ สัตว์เร่ร่อนเป็นวิถีของชาวพุทธ ประกอบกับลิงเป็นสัตว์ฉลาด และมีสังคมแบบฮาเลม คือ ปกติจ่าฝูงที่เป็นลิงตัวผู้จะเป็นใหญ่ ลูกฝูงที่เป็นลิงตัวเมียจะทำหน้าที่หาอาหาร ฝูงลิงในชุมชนเมืองเหล่านี้จะคอยศึกษาและเลียนแบบพฤติกรรมชีวิตประจำวันของคนในชุมชนตลอดเวลา ดังนั้น ฝูงลิงเหล่านี้ มีความคิดว่า คนเป็นผู้มีหน้าที่ต้องหาอาหารให้มัน ถ้าวันไหนอาหารไม่พอทำให้หิวโซ ฝูงลิงก็ออกมาก่อกวนขออาหาร แย่งอาหารและอาละวาดทำลายข้าวของของชาวบ้าน เป็นประจำ ซึ่งสังเกตได้จากในหลายพื้นที่ที่มีปัญหาลิงในชุมชน ถ้าช่วงไหนที่มีปริมาณอาหารตามธรรมชาติสมบูรณ์ หรือ มีคนเอาอาหารมาให้สม่ำเสมอ ก็จะไม่มีปัญหาลิงอาละวาด


นายศุภากร กล่าวอีกว่า ปัญหาลิงก้าวร้าว นอกจากมีสาเหตุเรื่องความหิวโหย อาหารไม่เพียงพอแล้ว ยังเกิดจากการแตกออกจากฝูงของลิงตัวผู้กลุ่มใหม่ๆ ที่ต้องอาหารกินเอง เนื่องจากไม่มีลิงตัวเมียหาอาหารเลี้ยงดูเหมือนลิงจ่าฝูง ดังนั้นลิงหนุ่มเหล่านี้จึงค่อนข้างจะดุร้าย และมีพฤติกรรมแย่งอาหารและอาละวาดทำลายข้าวของ โดยเฉพาะมีเป้าหมายที่ผู้หญิงและเด็กผู้หญิง แต่การแก้ปัญหาลิงในชุมชนเมือง เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ทั้งชาวบ้านในชุมชน หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น และกรมอุทยาน จะต้องจับมือแก้ไขปัญหาร่วมกัน ไม่ใช่โยนให้เป็นภารของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เนื่องจากลิงมีสถานะตามกฎหมายเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ว่า เบื้องต้นวิธีที่ดีที่สุดในการจัดการเรื่องนี้คือ ทุกคนจะต้องงดให้อาหารลิง ใช้การควบคุมจำนวนลิงด้วยอาหาร เมื่อปริมาณอาหารลดลงฝูงลิงก็จะลดอัตราการเพิ่มจำนวนประชากรลง และหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องจัดพื้นที่เฉพาะส่วนให้ลิงอยู่รวมกันเฉพาะที่ในพื้นที่นั้น แต่ไม่ใช่การอพยพย้ายฝูงลิงจากที่หนึ่งไปสร้างปัญหาในอีกที่หนึ่ง ซึ่งวิธีนี้ไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาแต่จะเป็นเพิ่มปัญหาขึ้นมาอีก

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้