วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สำรวจ “เหลี่ยม” โรดแม็ปรัฐธรรมนูญร่างสุดท้าย : อาการ “บวรศักดิ์” สะท้อนคสช.

สำรวจ “เหลี่ยม” โรดแม็ปรัฐธรรมนูญร่างสุดท้าย : อาการ “บวรศักดิ์” สะท้อนคสช.

  • Share:

ภัยธรรมชาติอยู่เหนือการหยั่งรู้ สุดจะคาดเดา

ถึงคราวโลกต้องสลดอีกครั้ง กับเหตุธรณีพิบัติแผ่นดินไหวที่ประเทศเนปาล คร่าชีวิตผู้คนไปหลายพันศพ ไม่นับความเสียหายอีกมากมายมหาศาล

ต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะกู้สถานการณ์กลับมาทั้งในด้านวัตถุและจิตใจ

และก็เป็นอีกครั้ง ที่ได้แสดงให้เห็นถึงน้ำใจแบบไทยๆที่ได้แสดงความเอื้ออาทรต่อเพื่อนชาวโลก

พูดได้ว่า ไทยเป็นประเทศแรกๆที่แสดงท่าทีในการช่วยเหลือเนปาลอย่างเป็นรูปธรรม

ตั้งแต่ระดับเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรม ราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ ดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจากแผ่นดินไหว ณ ประเทศเนปาล

โดยพระราชทานเงินจำนวนสิบล้านบาท เพื่อช่วย ผู้ประสบภัยพิบัติชาวเนปาล และพระราชทานให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการ

ขณะที่ภาครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.ถึงกับนั่งเป็นประธานประชุมวีดิโอคอนเฟอเรนซ์ ระหว่างศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี ร่วมกับกองบัญชาการกองทัพไทย และสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล

เพื่อติดตามสถานการณ์ การปฏิบัติหน้าที่ของชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวของไทยที่ส่งไปประเทศเนปาล ทั้งทหาร แพทย์ พยาบาล ฯลฯ

ตามข้อมูลอย่างเป็นทางการที่ นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยยอดการสนับสนุนการช่วยเหลือประเทศเนปาล โดยพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

ได้พระราชทานเงินช่วยเหลือวงเงิน 10 ล้านบาท

พร้อมกับรัฐบาลได้มอบเงินช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว 2 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ และได้อนุมัติเงิน 100 ล้านบาท เพื่อจัดหาอุปกรณ์ช่วยเหลือ และมียอดบริจาคจากภาคส่วนต่างๆ รวมแล้ว 70 ล้านบาท

ทั้งนี้ ยังไม่นับภาคเอกชน ประชาชนทั่วไป ไม่เว้นแม้แต่พระสงฆ์ยังร่วมกันเรี่ยไรบริจาคช่วยเหลือประชาชนชาวเนปาลที่ประสบภัยพิบัติอย่างแสนสาหัส

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นี่คือดินแดนประวัติศาสตร์สถานที่ประสูติของพระพุทธองค์

หันกลับมาสถานการณ์ในเมืองไทยที่ไม่ได้มีปรากฏการณ์แผ่นดินไหว แต่ก็ยังเต็มไปด้วยแรงกระเพื่อมจากเกมอำนาจทางการเมืองที่ยังไม่นิ่ง

อาฟเตอร์ช็อกสั่นอยู่ตลอดเวลา

แบบที่ล่าสุด คสช.ได้สั่งห้ามแกนนำพรรคเพื่อไทย อาทิ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกฯ นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาธิการ นายวรวัจน์ เอื้อ- อภิญญกุล อดีต รมว.วิทยาศาสตร์ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน เดินทางออกนอกประเทศ

โทษฐานที่ระยะหลังมักออกมาให้สัมภาษณ์สื่อถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องในด้านการเมือง เศรษฐกิจ รวมทั้งปมความมั่นคง

และบังเอิญในจังหวะตรงกันพอดีกับคิวที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาปักหลักพักอาศัยอยู่ที่เขตปกครองพิเศษฮ่องกง

ตามรูปการณ์มันเลยโยงได้ว่า เป็นยุทธการสกัดดักทาง

รัฐบาลทหาร คสช.รีบบล็อกเกมเคลื่อนไหวของเครือข่าย “นายใหญ่” ตั้งแต่เริ่มขยับ

สอดรับกับกรณีที่ประชุมคณะกรรมการ กสท.ได้มีมติให้เพิกถอนใบอนุญาตช่องพีซทีวี ของเครือข่ายกลุ่มเสื้อแดง นปช. เนื่องจากมีเนื้อหากระทบต่อความมั่นคงของประเทศไม่เป็นไปตามประกาศ คสช.

จอดำตั้งแต่ 2 ทุ่มครึ่งคืนวันสิ้นเดือนเมษายน

โดยสถานการณ์ต่อเนื่องกับคิวที่ตำรวจ ทหาร ได้บุกสถานีโทรทัศน์พีซทีวี เพื่อขอให้ระงับการออกอากาศเทปสัมภาษณ์ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี

ที่มีเนื้อหาวิจารณ์การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญไม่พยายามเขียนเพื่อให้อำนาจกับประชาชน มีแต่สร้างรัฐธรรมนูญขึ้นมา สุดท้ายทหารก็เข้ามายึดอำนาจ ฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง อ้างเหมือนทุกครั้งว่านักการเมืองแก้ปัญหาบ้านเมืองไม่ได้ มีปัญหาทุจริต ข้าวยากหมากแพง สุดท้ายประชาชนคือผู้ที่เดือดร้อนและได้รับผลกระทบโดยตรง หากยังปล่อยให้เป็นแบบนี้ เชื่อว่าจะซ้ำรอยเดิม

“บิ๊กจิ๋ว” ฟันธง หากร่างรัฐธรรมนูญนี้ประกาศใช้ เชื่อว่าอีกไม่กี่ปีทหารจะยึดอำนาจอีก

ยี่ห้อ “บิ๊กจิ๋ว” จุดชนวนร้อนออกทีวีเสื้อแดง

ตามรูปเกม คสช.งัดไม้แข็ง เล่นบทเฮี้ยบ ไม่ปล่อยให้เขี่ยหัวเชื้อกระตุกกระแสต้าน

สูตรทหาร ต้องคุมเกมความมั่นคงให้แน่นไว้ก่อน

ขณะเดียวกันก็เห็นถึงความพยายามในการใช้ “ดาบอาญาสิทธิ์มาตรา 44” ในเชิงบวก เพื่อลัดขั้นตอน แก้ปัญหาที่จะส่งผลต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ

ไม่ว่าจะเป็นประเด็นเรื่องประมงที่ถูกใบเหลืองจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือการลุยแก้โจทย์ปัญหาการบินที่จ่อโดนแบนจากองค์กรการบินระหว่างประเทศ

อาศัยอำนาจพิเศษ เร่งให้ทันกำหนดเส้นตาย

แม้แต่การแก้ไขปัญหาสลากกินแบ่งเกินราคาที่คาราคาซังมานาน รัฐบาลในภาวะปกติไม่สามารถทะลายขุมทรัพย์ปู่โสมได้

รัฐบาล คสช.ก็จ่อใช้มาตรา 44 ในการเคลียร์

เช่นเดียวกับการอาศัยดาบอาญาสิทธิ์ของรัฐบาลทหารในการเดินหน้าจัดการขบวนการคอร์รัปชัน และปฏิบัติการทวงคืนผืนป่าจากนายทุนที่บุกรุกอย่างต่อเนื่อง

และช็อตต่อไปก็มุ่งไปที่เรื่องการกู้สถานการณ์ทางด้านสังคมที่ถูกปล่อยให้หมักหมมมานาน

โดยรูปการณ์เห็นได้เลยว่า รัฐบาลทหาร คสช.ใช้ดาบมาตรา 44 ในการกระตุกแต้มเชิงบริหาร

ประคองแรงกระเพื่อมไม่ให้กระฉอกเกินไป

นั่นก็เพราะอีกด้านหนึ่ง “สถานการณ์รัฐธรรมนูญ” ก็กำลังอยู่ในห้วงสำคัญ ภายหลังการอภิปรายรัฐธรรมนูญร่างแรกในที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)

ฝ่าแนว “บอมบ์” ไปแล้วหนึ่งด่าน

โดยสภาพการณ์ก็อย่างที่เห็นๆกัน “รัฐธรรมนูญโมเดลแรก” เรียกแขก กระตุกแรงเสียดทานพุ่งเข้าใส่ทุกทิศทุกทาง ทั้งจากภายนอกและภายใน

ศาล ตำรวจ องค์กรอิสระ นักเลือกตั้งอาชีพทั้งพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งพรรคเพื่อไทย ไม่เว้นแม้แต่ สปช.ด้วยกันเองก็ตั้งท่าขวางลำ

ไม่รับมุกกติกาที่ถูกออกแบบใหม่

ซึ่งตามโปรแกรมที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ระบุ จะเปิดโอกาสให้สมาชิก สปช.ยื่นญัตติคำขอแก้ไขเพิ่มเติม ภายในวันที่ 25 พฤษภาคมนี้

จากนั้นในวันที่ 1-6 มิถุนายน จะได้เชิญผู้ขอแปรญัตติแก้ไขมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการยกร่างฯ และพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 23 มิถุนายน เพื่อจะเป็นร่างรัฐธรรมนูญสุดท้ายก่อนเสนอต่อไปยังที่ประชุม สปช.อีกครั้งเพื่อให้ลงมติในวันที่ 6 สิงหาคม

ยังไม่ใช่คำตอบสุดท้ายเสียทีเดียว

แน่นอนตามกระบวนการกฎหมายในภาวะปกติ กระบวนการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญขั้นแปรญัตติในวาระที่ 2 ในสภาจะต้องพิจารณากันเป็นรายมาตรา

ใช้การโหวตตัดสินกันทุกขั้นตอน

แต่ในกติกาภายใต้อำนาจพิเศษ รัฐธรรมนูญชั่วคราวระบุไว้แค่การเสนอความเห็น ทั้งในส่วนของสปช. คณะรัฐมนตรี หรือแม้กระทั่ง คสช.เองก็ตามที

คณะกรรมาธิการยกร่างฯจะแก้หรือไม่แก้ตามข้อเสนอก็ได้

อย่างที่นายบวรศักดิ์ ทิ้งทุ่นไว้ล่วงหน้าการเสนอแปรญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ก็ต้องดูเหตุผลเป็นหลัก ถ้าเหตุผล สปช.ดีกว่าก็พร้อมแก้ไข

แต่ถ้าของคณะกรรมาธิการยกร่างฯดีกว่า เราก็จะชี้แจงให้ทราบ

“36 อรหันต์ทองคำ” จะไม่แก้รัฐธรรมนูญโมเดลแรก ก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด

ซึ่งปมไฮไลต์มันอยู่ที่นายบวร-ศักดิ์พูดออกอากาศเลยว่า อยากเสนอให้ใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปก่อน อย่างน้อย 5 ปีแล้วค่อยแก้ไข และถ้าบ้านเมืองเกิดความปรองดองก็อาจจะกลับมาแก้ให้พรรคการเมืองเข้มแข็งโดยมีเสียงในรัฐสภาเกินกึ่งหนึ่งก็สามารถทำได้

ออกอาการมั่นใจในผลิตภัณฑ์ “ร่างรัฐธรรมนูญโมเดลแรก”

ภูมิใจนำเสนอผลงาน “โบแดง” เต็มที่

ไม่มีทีท่าจะอ่อนโอนตามเสียงวิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่มีอาการสะทกสะท้านกับเสียงของนักเลือกตั้งอาชีพที่พร้อมใจกันขู่บอยคอตเลือกตั้ง

อย่างที่เจ้าตัวเคยพูดไว้ ถ้ารัฐธรรมนูญไม่ผ่าน โดนโหวตคว่ำในที่ประชุม สปช. ก็เสียชื่อวงศ์ตระกูล ไปด้วยกัน เพราะ สปช.เป็นแฝดอิน-จันกับคณะกรรมาธิการยกร่างฯ

ถ้าแท้งก็ตาย โดนจับใส่หม้อถ่วงน้ำพร้อมกัน

เรื่องของเรื่อง ปมสำคัญมันอยู่ตรงที่อารมณ์ของ “บวรศักดิ์” มันก็สอดรับกับอาการของทีมงานรัฐบาล คสช.ที่จะเป็นผู้ตัดสินใจในขั้นสุดท้าย

แบบที่ พล.อ.ประยุทธ์ ยังกั๊กไม่ตอบรับเรื่องการทำประชามติรัฐธรรมนูญใหม่

โดยจะขอตัดสินใจเมื่อถึงเวลาใกล้ๆก่อน ซึ่งอำนาจการตัดสินใจสุดท้ายรัฐธรรมนูญชั่วคราวก็บัญญัติไว้ชัดเจนว่าเป็นเรื่องของ คสช. แต่รัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนเรื่องการทำประชามติ

แต่ดูเหมือนคำตอบจะซ่อนอยู่ในวรรคสุดท้าย พล.อ.ประยุทธ์พูดเป็นนัย วันนี้ยังไปไม่ถึงตรงนั้นก็ทะเลาะกันจะเป็นจะตายอยู่แล้ว ทุกคนไม่ยอมเปลี่ยน แปลงอะไรเลย ทุกคนจะเอาแบบเดิมกันทั้งหมด

พยายามเลี่ยงสถานการณ์ที่เสี่ยงพลิกคว่ำพลิกหงาย

ประเมินจุดยืนก็ชัดว่า หัวขบวน “36 อรหันต์ทองคำ” บอกให้ลองใช้ไปก่อน 5 ปี ขณะที่รัฐบาลทหาร คสช.ก็ไม่ต้องการเพิ่มชนวนขัดแย้งจากการทำประชามติ

อาการ “บวรศักดิ์” สะท้อน คสช.

เดินแต้มรวบรัด รัฐธรรมนูญฉบับ คสช. “ยัดใส่มือ”.

“ทีมการเมือง”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้