ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    สำรวจ “เหลี่ยม” โรดแม็ปรัฐธรรมนูญร่างสุดท้าย : อาการ “บวรศักดิ์” สะท้อนคสช.

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์3 พ.ค. 2558 05:01 น.
    SHARE

    ภัยธรรมชาติอยู่เหนือการหยั่งรู้ สุดจะคาดเดา

    ถึงคราวโลกต้องสลดอีกครั้ง กับเหตุธรณีพิบัติแผ่นดินไหวที่ประเทศเนปาล คร่าชีวิตผู้คนไปหลายพันศพ ไม่นับความเสียหายอีกมากมายมหาศาล

    ต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะกู้สถานการณ์กลับมาทั้งในด้านวัตถุและจิตใจ

    และก็เป็นอีกครั้ง ที่ได้แสดงให้เห็นถึงน้ำใจแบบไทยๆที่ได้แสดงความเอื้ออาทรต่อเพื่อนชาวโลก

    พูดได้ว่า ไทยเป็นประเทศแรกๆที่แสดงท่าทีในการช่วยเหลือเนปาลอย่างเป็นรูปธรรม

    ตั้งแต่ระดับเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรม ราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ ดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจากแผ่นดินไหว ณ ประเทศเนปาล

    โดยพระราชทานเงินจำนวนสิบล้านบาท เพื่อช่วย ผู้ประสบภัยพิบัติชาวเนปาล และพระราชทานให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการ

    ขณะที่ภาครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.ถึงกับนั่งเป็นประธานประชุมวีดิโอคอนเฟอเรนซ์ ระหว่างศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี ร่วมกับกองบัญชาการกองทัพไทย และสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล

    เพื่อติดตามสถานการณ์ การปฏิบัติหน้าที่ของชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวของไทยที่ส่งไปประเทศเนปาล ทั้งทหาร แพทย์ พยาบาล ฯลฯ

    ตามข้อมูลอย่างเป็นทางการที่ นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยยอดการสนับสนุนการช่วยเหลือประเทศเนปาล โดยพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

    ได้พระราชทานเงินช่วยเหลือวงเงิน 10 ล้านบาท

    พร้อมกับรัฐบาลได้มอบเงินช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว 2 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ และได้อนุมัติเงิน 100 ล้านบาท เพื่อจัดหาอุปกรณ์ช่วยเหลือ และมียอดบริจาคจากภาคส่วนต่างๆ รวมแล้ว 70 ล้านบาท

    ทั้งนี้ ยังไม่นับภาคเอกชน ประชาชนทั่วไป ไม่เว้นแม้แต่พระสงฆ์ยังร่วมกันเรี่ยไรบริจาคช่วยเหลือประชาชนชาวเนปาลที่ประสบภัยพิบัติอย่างแสนสาหัส

    โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นี่คือดินแดนประวัติศาสตร์สถานที่ประสูติของพระพุทธองค์

    หันกลับมาสถานการณ์ในเมืองไทยที่ไม่ได้มีปรากฏการณ์แผ่นดินไหว แต่ก็ยังเต็มไปด้วยแรงกระเพื่อมจากเกมอำนาจทางการเมืองที่ยังไม่นิ่ง

    อาฟเตอร์ช็อกสั่นอยู่ตลอดเวลา

    แบบที่ล่าสุด คสช.ได้สั่งห้ามแกนนำพรรคเพื่อไทย อาทิ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกฯ นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาธิการ นายวรวัจน์ เอื้อ- อภิญญกุล อดีต รมว.วิทยาศาสตร์ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน เดินทางออกนอกประเทศ

    โทษฐานที่ระยะหลังมักออกมาให้สัมภาษณ์สื่อถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องในด้านการเมือง เศรษฐกิจ รวมทั้งปมความมั่นคง

    และบังเอิญในจังหวะตรงกันพอดีกับคิวที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาปักหลักพักอาศัยอยู่ที่เขตปกครองพิเศษฮ่องกง

    ตามรูปการณ์มันเลยโยงได้ว่า เป็นยุทธการสกัดดักทาง

    รัฐบาลทหาร คสช.รีบบล็อกเกมเคลื่อนไหวของเครือข่าย “นายใหญ่” ตั้งแต่เริ่มขยับ

    สอดรับกับกรณีที่ประชุมคณะกรรมการ กสท.ได้มีมติให้เพิกถอนใบอนุญาตช่องพีซทีวี ของเครือข่ายกลุ่มเสื้อแดง นปช. เนื่องจากมีเนื้อหากระทบต่อความมั่นคงของประเทศไม่เป็นไปตามประกาศ คสช.

    จอดำตั้งแต่ 2 ทุ่มครึ่งคืนวันสิ้นเดือนเมษายน

    โดยสถานการณ์ต่อเนื่องกับคิวที่ตำรวจ ทหาร ได้บุกสถานีโทรทัศน์พีซทีวี เพื่อขอให้ระงับการออกอากาศเทปสัมภาษณ์ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี

    ที่มีเนื้อหาวิจารณ์การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญไม่พยายามเขียนเพื่อให้อำนาจกับประชาชน มีแต่สร้างรัฐธรรมนูญขึ้นมา สุดท้ายทหารก็เข้ามายึดอำนาจ ฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง อ้างเหมือนทุกครั้งว่านักการเมืองแก้ปัญหาบ้านเมืองไม่ได้ มีปัญหาทุจริต ข้าวยากหมากแพง สุดท้ายประชาชนคือผู้ที่เดือดร้อนและได้รับผลกระทบโดยตรง หากยังปล่อยให้เป็นแบบนี้ เชื่อว่าจะซ้ำรอยเดิม

    “บิ๊กจิ๋ว” ฟันธง หากร่างรัฐธรรมนูญนี้ประกาศใช้ เชื่อว่าอีกไม่กี่ปีทหารจะยึดอำนาจอีก

    ยี่ห้อ “บิ๊กจิ๋ว” จุดชนวนร้อนออกทีวีเสื้อแดง

    ตามรูปเกม คสช.งัดไม้แข็ง เล่นบทเฮี้ยบ ไม่ปล่อยให้เขี่ยหัวเชื้อกระตุกกระแสต้าน

    สูตรทหาร ต้องคุมเกมความมั่นคงให้แน่นไว้ก่อน

    ขณะเดียวกันก็เห็นถึงความพยายามในการใช้ “ดาบอาญาสิทธิ์มาตรา 44” ในเชิงบวก เพื่อลัดขั้นตอน แก้ปัญหาที่จะส่งผลต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ

    ไม่ว่าจะเป็นประเด็นเรื่องประมงที่ถูกใบเหลืองจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือการลุยแก้โจทย์ปัญหาการบินที่จ่อโดนแบนจากองค์กรการบินระหว่างประเทศ

    อาศัยอำนาจพิเศษ เร่งให้ทันกำหนดเส้นตาย

    แม้แต่การแก้ไขปัญหาสลากกินแบ่งเกินราคาที่คาราคาซังมานาน รัฐบาลในภาวะปกติไม่สามารถทะลายขุมทรัพย์ปู่โสมได้

    รัฐบาล คสช.ก็จ่อใช้มาตรา 44 ในการเคลียร์

    เช่นเดียวกับการอาศัยดาบอาญาสิทธิ์ของรัฐบาลทหารในการเดินหน้าจัดการขบวนการคอร์รัปชัน และปฏิบัติการทวงคืนผืนป่าจากนายทุนที่บุกรุกอย่างต่อเนื่อง

    และช็อตต่อไปก็มุ่งไปที่เรื่องการกู้สถานการณ์ทางด้านสังคมที่ถูกปล่อยให้หมักหมมมานาน

    โดยรูปการณ์เห็นได้เลยว่า รัฐบาลทหาร คสช.ใช้ดาบมาตรา 44 ในการกระตุกแต้มเชิงบริหาร

    ประคองแรงกระเพื่อมไม่ให้กระฉอกเกินไป

    นั่นก็เพราะอีกด้านหนึ่ง “สถานการณ์รัฐธรรมนูญ” ก็กำลังอยู่ในห้วงสำคัญ ภายหลังการอภิปรายรัฐธรรมนูญร่างแรกในที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)

    ฝ่าแนว “บอมบ์” ไปแล้วหนึ่งด่าน

    โดยสภาพการณ์ก็อย่างที่เห็นๆกัน “รัฐธรรมนูญโมเดลแรก” เรียกแขก กระตุกแรงเสียดทานพุ่งเข้าใส่ทุกทิศทุกทาง ทั้งจากภายนอกและภายใน

    ศาล ตำรวจ องค์กรอิสระ นักเลือกตั้งอาชีพทั้งพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งพรรคเพื่อไทย ไม่เว้นแม้แต่ สปช.ด้วยกันเองก็ตั้งท่าขวางลำ

    ไม่รับมุกกติกาที่ถูกออกแบบใหม่

    ซึ่งตามโปรแกรมที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ระบุ จะเปิดโอกาสให้สมาชิก สปช.ยื่นญัตติคำขอแก้ไขเพิ่มเติม ภายในวันที่ 25 พฤษภาคมนี้

    จากนั้นในวันที่ 1-6 มิถุนายน จะได้เชิญผู้ขอแปรญัตติแก้ไขมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการยกร่างฯ และพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 23 มิถุนายน เพื่อจะเป็นร่างรัฐธรรมนูญสุดท้ายก่อนเสนอต่อไปยังที่ประชุม สปช.อีกครั้งเพื่อให้ลงมติในวันที่ 6 สิงหาคม

    ยังไม่ใช่คำตอบสุดท้ายเสียทีเดียว

    แน่นอนตามกระบวนการกฎหมายในภาวะปกติ กระบวนการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญขั้นแปรญัตติในวาระที่ 2 ในสภาจะต้องพิจารณากันเป็นรายมาตรา

    ใช้การโหวตตัดสินกันทุกขั้นตอน

    แต่ในกติกาภายใต้อำนาจพิเศษ รัฐธรรมนูญชั่วคราวระบุไว้แค่การเสนอความเห็น ทั้งในส่วนของสปช. คณะรัฐมนตรี หรือแม้กระทั่ง คสช.เองก็ตามที

    คณะกรรมาธิการยกร่างฯจะแก้หรือไม่แก้ตามข้อเสนอก็ได้

    อย่างที่นายบวรศักดิ์ ทิ้งทุ่นไว้ล่วงหน้าการเสนอแปรญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ก็ต้องดูเหตุผลเป็นหลัก ถ้าเหตุผล สปช.ดีกว่าก็พร้อมแก้ไข

    แต่ถ้าของคณะกรรมาธิการยกร่างฯดีกว่า เราก็จะชี้แจงให้ทราบ

    “36 อรหันต์ทองคำ” จะไม่แก้รัฐธรรมนูญโมเดลแรก ก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด

    ซึ่งปมไฮไลต์มันอยู่ที่นายบวร-ศักดิ์พูดออกอากาศเลยว่า อยากเสนอให้ใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปก่อน อย่างน้อย 5 ปีแล้วค่อยแก้ไข และถ้าบ้านเมืองเกิดความปรองดองก็อาจจะกลับมาแก้ให้พรรคการเมืองเข้มแข็งโดยมีเสียงในรัฐสภาเกินกึ่งหนึ่งก็สามารถทำได้

    ออกอาการมั่นใจในผลิตภัณฑ์ “ร่างรัฐธรรมนูญโมเดลแรก”

    ภูมิใจนำเสนอผลงาน “โบแดง” เต็มที่

    ไม่มีทีท่าจะอ่อนโอนตามเสียงวิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่มีอาการสะทกสะท้านกับเสียงของนักเลือกตั้งอาชีพที่พร้อมใจกันขู่บอยคอตเลือกตั้ง

    อย่างที่เจ้าตัวเคยพูดไว้ ถ้ารัฐธรรมนูญไม่ผ่าน โดนโหวตคว่ำในที่ประชุม สปช. ก็เสียชื่อวงศ์ตระกูล ไปด้วยกัน เพราะ สปช.เป็นแฝดอิน-จันกับคณะกรรมาธิการยกร่างฯ

    ถ้าแท้งก็ตาย โดนจับใส่หม้อถ่วงน้ำพร้อมกัน

    เรื่องของเรื่อง ปมสำคัญมันอยู่ตรงที่อารมณ์ของ “บวรศักดิ์” มันก็สอดรับกับอาการของทีมงานรัฐบาล คสช.ที่จะเป็นผู้ตัดสินใจในขั้นสุดท้าย

    แบบที่ พล.อ.ประยุทธ์ ยังกั๊กไม่ตอบรับเรื่องการทำประชามติรัฐธรรมนูญใหม่

    โดยจะขอตัดสินใจเมื่อถึงเวลาใกล้ๆก่อน ซึ่งอำนาจการตัดสินใจสุดท้ายรัฐธรรมนูญชั่วคราวก็บัญญัติไว้ชัดเจนว่าเป็นเรื่องของ คสช. แต่รัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนเรื่องการทำประชามติ

    แต่ดูเหมือนคำตอบจะซ่อนอยู่ในวรรคสุดท้าย พล.อ.ประยุทธ์พูดเป็นนัย วันนี้ยังไปไม่ถึงตรงนั้นก็ทะเลาะกันจะเป็นจะตายอยู่แล้ว ทุกคนไม่ยอมเปลี่ยน แปลงอะไรเลย ทุกคนจะเอาแบบเดิมกันทั้งหมด

    พยายามเลี่ยงสถานการณ์ที่เสี่ยงพลิกคว่ำพลิกหงาย

    ประเมินจุดยืนก็ชัดว่า หัวขบวน “36 อรหันต์ทองคำ” บอกให้ลองใช้ไปก่อน 5 ปี ขณะที่รัฐบาลทหาร คสช.ก็ไม่ต้องการเพิ่มชนวนขัดแย้งจากการทำประชามติ

    อาการ “บวรศักดิ์” สะท้อน คสช.

    เดินแต้มรวบรัด รัฐธรรมนูญฉบับ คสช. “ยัดใส่มือ”.

    “ทีมการเมือง”

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    สำรวจ เหลี่ยมโรดแม็ปร่างรัฐธรรมนูญวิเคราะห์การเมืองทีมการเมืองคอลัมน์ฉบับพิมพ์ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2563 เวลา 08:47 น.