วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อิเหนากับโทษประหาร

อิเหนากับโทษประหาร

  • Share:

ไม่รอด-มยุรัน สุกุมารัน (ซ้าย) และแอนดรูว์ ชาน (กลาง) 2 นักโทษประหาร ชาวออสเตรเลีย หัวโจกแก๊ง “บาหลี ไนน์” ในกรงขังศาล เมืองเดนปาซาร์ เกาะบาหลี ก่อนถูกส่งไปประหารชีวิตท่ีเรือนจำเกาะนูซา-คัมบันกัน จ.ชวากลาง พร้อมนักโทษคดียาเสพติดอื่นๆอีก 6 คน (รอยเตอร์)

แม้ถูกต่อต้านสุดๆ จากฝ่ายต่อต้านโทษประหารชีวิต แต่ในที่สุดอินโดนีเซียก็ “ยิงเป้า” นักโทษคดียาเสพติดอีก 8 คน เป็นชาวออสเตรเลีย 2 คน ไนจีเรีย 4 คน บราซิล 1 คน และอินโดฯ 1 คน ไปเรียบร้อยเมื่อ 28 เม.ย.

เดือน ม.ค.ปีนี้ อินโดฯก็ยิงเป้านักโทษคดียาเสพติดชุดแรก 6 คน รวมทั้งชาวต่างชาติ 5 คน และอาจมีตามมาอีกเรื่อยๆ โดยขณะนี้อินโดฯ มีนักโทษประหารราว 140 คน เป็นนักโทษคดียาเสพติดราว 60 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติราวครึ่งหนึ่ง

ในอินโดฯ ก่อนถูกยิงเป้า นักโทษประหารจะถูกส่งไปที่เรือนจำเบสีบนเกาะนูซาคัมบันกัน จ.ชวากลาง ซึ่งมีมาตรการรักษาความปลอดภัยสูง สร้างตั้งแต่ยุคอินโดฯ เป็นอาณานิคมของฮอลแลนด์ นักโทษดังๆที่เคยถูกขังและประหารชีวิตที่นั่น รวมทั้งอิหม่ามซามุดรา นายมุคห์ลาส และนายอัมโรซี หัวโจกผู้วางแผนลอบวางระเบิดเกาะบาหลีในปี 2545 มีผู้เสียชีวิต 202 ศพ ทั้ง 3 คนถูกประหารชีวิตในปี 2551

ตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่ต้องแจ้งนักโทษก่อนการประหารอย่างน้อย 72 ชม. จากนั้นนักโทษจะถูกแยกขังเดี่ยว ถ้าเป็นชาวต่างชาติ จะแจ้งไปยังรัฐบาลและครอบครัวของนักโทษรายนั้นๆ ก่อนอนุญาตให้ญาติเข้าเยี่ยมเป็นครั้งสุดท้าย และก่อนการประหาร 1 ชม. “ทีมเพชฌฆาต” หรือทีมตำรวจแม่นปืนที่ถูกฝึกอบรมพิเศษ 12 นายจะไปที่ลานประหารพร้อมปืนไรเฟิลคนละกระบอก หัวหน้าทีมจะบรรจุกระสุนใส่ปืนกระบอกละ 1 นัด แต่จะมีกระสุนจริงแค่ 3 นัด ที่เหลือเป็นกระสุนปลอม เพื่อไม่ให้รู้ว่าใครคือ “มัจจุราช” ผู้ลั่นไกปลิดชีพนักโทษ

เมื่อใกล้ถึงเวลาประหาร นักโทษจะถูกคุมตัวไปยังลานประหาร ถูกมัดมือมัดเท้า ผูกตา ผูกติดหลักประหาร แต่เลือกได้ว่าจะอยู่ในท่านั่ง คุกเข่า หรือยืน และมีเวลา 3 นาทีสุดท้ายอยู่กับที่ปรึกษาทางศาสนา จากนั้นหัวหน้าทีมประหารจะกาเครื่องหมายสีดำบนเสื้อนักโทษตรงตำแหน่งหัวใจ ก่อนให้สัญญาณทีมแม่นปืนลั่นไก

ถ้าแพทย์วินิจฉัยว่านักโทษยังไม่เสียชีวิตหลังถูกยิงเป้า จะมีเจ้าหน้าที่อีกคนใช้ปืนสั้นจ่อยิงซ้ำที่ศีรษะ 1 นัดให้ตายสนิท เมื่อแพทย์ประกาศว่าเสียชีวิตแล้ว ศพนักโทษจะถูกนำไปชำระล้างก่อนส่งมอบให้ครอบครัว

นักโทษที่ถูกตัดสินประหารชีวิตจากการก่ออาชญากรรมเดียวกัน เช่นนายมยุรัน สุกุมารัน และนายแอนดรูว์ ชาน ชาวออสเตรเลีย ซึ่งถูกยิงเป้าในชุดนี้ด้วย จะต้องถูกประหารชีวิตในเวลาเดียวกัน

ในนักโทษประหารชุดนี้ ทั้ง 2 คนนี้โด่งดังกว่าใคร เพราะรัฐบาลออสเตรเลียวิ่งเต้นอย่างเข้มข้น ขอให้ประธานาธิบดีโจโค วิโดโด “โจโกวี” แห่งอินโดฯ ละเว้นโทษประหาร แต่ยังไงๆ ท่านก็ไม่ยอม

ตั้งแต่ขึ้นกุมอำนาจเมื่อเดือน ต.ค.2557 โจโกวีก็ชูนโยบายกวาดล้างยาเสพติดอย่างเฉียบขาด ด้วยเห็นว่าเป็นวิกฤติเลวร้ายทำลายชาติ มีผู้เสียชีวิตเพราะยาเสพติดเฉลี่ยวันละถึง 30 คน

เด็ดเดี่ยว-ประธานาธิบดีโจโค วิโดโด หรือ “โจโกวี” ขณะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์เปิดการ ประชุมสุดยอดเอเชีย-แอฟริกา ท่ีกรุงจาการ์ตา ผู้นำอินโดฯ ยืนยันประหารชีวิตนักโทษคดียาเสพติด แม้ถูกประชาคมโลกกดดันอย่างหนัก (เอพี)

แม้จะถูกโลกภายนอก รวมทั้งยูเอ็น อียู ไปจนถึงกลุ่มสิทธิมนุษยชนต่างๆรุมกดดันหนัก แต่โจโกวีก็ไม่ยอมถอย เพราะได้แรงหนุนภายในท่วมท้น โดยโพลของสำนักอินโด บารอมิเตอร์ สำรวจความเห็นคนอินโดฯทั่วประเทศเมื่อเร็วๆนี้ มีผู้สนับสนุนโทษประหารชีวิตนักโทษคดียาเสพติดถึง 84% คัดค้านแค่ 12%

ชาวอินโดฯจำนวนมากเห็นว่า นักค้ายาเสพติดชั่วร้ายไม่แพ้ผู้ก่อการร้าย ฆาตกรสังหารหมู่ หรือนักข่มขืน ต้องลงโทษหนักประหารชีวิตสถานเดียว

แต่สำหรับออสเตรเลียและฝ่ายที่ต่อต้านโทษประหารนั้น กลับมองอีกมุม เห็นว่าโทษประหารป่าเถื่อน แค่จำคุกตลอดชีวิตก็พอแล้ว และเห็นว่ามนุษย์สามารถกลับตัวกลับใจได้ และให้อภัยกันได้

กรณีของสุกุมารันและชาน ไม่มีข้อสงสัยว่าทั้งคู่ทำผิดจริง โทษฐานเป็นหัวหน้าแก๊ง “บาหลี ไนน์” ซึ่งถูกจับขณะพยายามส่งเฮโรอีน 8 กก.จากบาหลีไปออสเตรเลียในปี 2548 ก่อนถูกศาลตัดสินประหารชีวิตในปี 2549

ออสเตรเลียอ้างว่า ขณะติดคุกอินโดฯ เกือบ 10 ปี ทั้งคู่ประพฤติตัวดีเยี่ยม สำนึกผิด กลับตัวกลับใจแล้ว ควรให้โอกาสมีชีวิตต่อไป จะส่งไปรับโทษต่อในออสเตรเลียก็ได้

แต่รัฐบาลออสเตรเลียไม่วายถูกค่อนแคะว่ามี “2 มาตรฐาน” พอคนของตัวถูกประหารก็โวยวายจะเป็นจะตาย ถึงขั้นเรียกเอกอัครราชทูตของตนประจำอินโดฯกลับประเทศ แต่กรณีประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะสหรัฐฯและจีน ที่มีผลประโยชน์ด้านการค้ากับออสเตรเลียมหาศาล ที่ประหารนักโทษมากมาย กลับนิ่งเฉยไม่เห็นโวยอะไร

ส่วนใครที่คิดว่าเรื่องนี้จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างออสเตรเลียกับอินโดฯ รุนแรงจนตัดญาติขาดมิตรกันยาวนั้น คงไม่เป็นเช่นนั้น เพราะทั้งสองชาตินี้เป็นพันธมิตรที่แนบแน่น โดยเฉพาะด้านการค้าและความร่วมมือต่อสู้การก่อการร้าย ยาเสพติด และแก้ปัญหาผู้อพยพทางเรือ

งอนกันสักพักตามกระแส เดี๋ยวก็หาย เพราะผลประโยชน์ของชาติสำคัญเหนืออื่นใด!

บวร โทศรีแก้ว

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้