วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
การเมือง2ฝ่ายใจตรงกัน ดันประชามติรธน.

การเมือง2ฝ่ายใจตรงกัน ดันประชามติรธน.

  • Share:

คสช.ตั้งใหม่แล้ว! กก.สลากกินแบ่ง

“พรเพชร” บอกสงสาร “ประยุทธ์” เผชิญแรงบีบทำประชามติ รธน. สื่อกดดันงัด ม.44 จัดการ ย้ำต้องเดินตาม ม.46 ให้ คสช.-ครม. สนช. เห็นชอบแก้ รธน.ชั่วคราว แม่น้ำ 5 สายรอหารือตกผลึกหลังเห็นร่าง รธน.ฉบับสุดท้าย สนช.ถกนอกรอบกลางเดือน พ.ค. ชงข้อเสนอแนะใส่มือชุดยกร่างฯ “วันชัย” หนุนยอมเสียเวลาเป็นปี ขอฉันทามติชาวบ้าน ล้างภาพ รธน.ฉบับเผด็จการ “สมชัย” เอาด้วยแนะอย่ากลัวเสียงประชาชน “มาร์ค” หัวชนฝาจำเป็นต้องลงประชามติ ดักคอรัฐบาลไม่เจตนายื้อเวลาสืบทอดอำนาจ “อ๋อย” จวกร่างแรกเจ้าปัญหาต้องหั่นทิ้ง 150 มาตรา ทุกคนเข็ดเขี้ยวไม่หลงกลใช้ไป 5 ปีแล้วค่อยแก้ “จตุพร” เปิดเทปโต้ กสทช.กล่าวหาเท็จเป็นภัยมั่นคงสั่งปิดพีซทีวี ดิ้นใช้โซเชียลมีเดียสู้ต่อ “บิ๊กตู่” รับ 1 ปีกดดันแบกภาระหยุดเลือดประเทศไทย

ข้อเรียกร้องการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน โดยนายพรเพชร พิชิตชลชัย ประธาน สนช.ระบุต้องได้รับความเห็นชอบจาก ครม. คสช.และ สนช. ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวมาตรา 46 ก่อน ไม่สามารถใช้มาตรา 44 ได้ ขณะที่ฝ่ายการเมืองยังคงย้ำความจำเป็นต้องทำประชามติ เพื่อไม่ให้นำไปสู่ความขัดแย้งอีก

“พรเพชร” ย้ำประชามติต้องใช้ ม. 46

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 1 พ.ค.ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงข้อเสนอเรื่องการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญว่า ฝ่ายนิติบัญญัติมีความกดดันที่จะให้มีการทำประชามติ เพราะขณะนี้ความพยายามไปกดดันนายกรัฐมนตรีให้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว ทำประชามติ แต่ตามกระบวนการกฎหมายไม่สามารถทำได้ การจะทำประชามติ ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว มาตรา 46 ซึ่งมาตรา 46 ไม่ได้พูดเรื่องการทำประชามติ แต่พูดถึงว่าหากอยากแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องใด ให้ใช้มาตรา 46 และคนที่จะเสนอแก้ไขมาตรา 46 ได้คือ ครม.และ คสช.ต้องร่วมกันเสนอให้ สนช.พิจารณาเห็นชอบ อย่างไรก็ตามการที่ ครม.และ คสช.จะเสนอแก้ไขได้ คนที่ต้องการทำประชามติต้องส่งข้อมูลและรายละเอียดไปให้ ครม.และ คสช.ประกอบการพิจารณาว่า จะทำเมื่อไร อย่างไร ผลเป็นอย่างไร ต้องช่วยกันคิด

บ่นสงสารนายกฯ ถูกสื่อกดดัน

นายพรเพชรกล่าวว่า ส่วนตัวยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะเห็นด้วยกับการทำประชามติหรือไม่ เพราะต้องเห็นร่างกฎหมายก่อนว่าจะเป็นธรรมกับสังคมหรือไม่ เมื่อถามว่า ถึงเวลาที่แม่น้ำ 5 สาย ต้องพูดคุยกันเรื่องการทำประชามติหรือยัง นายพร-เพชรตอบว่า ใกล้ถึงเวลาแล้ว จะถึงเวลาก็ต่อเมื่อเห็นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับสุดท้ายของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แต่เชื่อว่าขณะนี้คสช.และ ครม.ก็คิดเรื่องนี้อยู่เช่นกัน “สงสารนายกรัฐมนตรีที่ถูกสื่อกดดันถามเรื่องการใช้มาตรา 44 ทำประชามติทุกวัน โดยไม่มีข้อมูล เหมือนจะกินปาท่องโก๋ แต่ไม่รู้ว่าจะต้องกินกับอะไร นายกฯและหัวหน้า คสช.ต้องมีข้อมูลเพียบพร้อมก่อนการตัดสินใจ” นายพรเพชรกล่าว

“สุรชัย” มึน รธน.ให้ ส.ว.เสนอ ก.ม.ได้

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. คนที่ 1 กล่าวว่า กลางเดือน พ.ค.จะนัดสมาชิกสนช.ประชุมนอกรอบ เพื่อระดมทำความเห็นร่างรัฐธรรมนูญ ก่อนเสนอต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ใช่การทำคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ เพราะไม่ใช่หน้าที่ สนช. เท่าที่เห็นร่างรัฐธรรมนูญเบื้องต้น เห็นว่ารายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการนิติบัญญัติหรือขั้นตอนการออกกฎหมาย ควรนำไปเขียนในข้อบังคับการประชุมจะเหมาะสมกว่า ส่วนที่ระบุให้ ส.ว.สามารถเสนอร่างกฎหมายให้สภาฯ พิจารณาได้นั้น ส่วนตัวค่อนข้างงง เนื่องจากวุฒิสภา มีหน้าที่กลั่นกรองกฎหมาย หากเขียนให้ ส.ว.เสนอร่างกฎหมายได้แล้ว สภาใด จะเป็นสภาผู้กลั่นกรองกฎหมาย ประเด็นต่างๆ เหล่านี้จะทำความเห็นต่อ กมธ.ยกร่างฯ ให้พิจารณาต่อไป

ใส่ประชามติในบทเฉพาะกาลไม่ได้

นายสุรชัยกล่าวว่า ส่วนข้อเรียกร้องให้ทำประชามติรัฐธรรมนูญนั้น รัฐธรรมนูญชั่วคราวไม่ได้กำหนดให้มีกระบวนการทำประชามติไว้ หากจะทำประชามติก็ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว ปี 2557 แต่ต้องได้รับการยินยอมจาก คสช.และ ครม.ถ้า ครม.และ คสช.ยินยอม จะเข้าสู่ขั้นตอนการเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวให้ที่ประชุม สนช. พิจารณา แต่จะใช้เวลาพิจารณานานเท่าใด จะกระทบโรดแม็ปที่ คสช.ประกาศไว้หรือไม่ก็ไม่ทราบ ขึ้นอยู่กับฝ่ายที่เกี่ยวข้องร่วมพิจารณาด้วย ส่วนข้อเสนอของสมาชิก สปช.ที่ระบุว่า หากไม่แก้รัฐธรรมนูญชั่วคราว ก็สามารถทำประชามติได้ โดยให้เขียนในบทเฉพาะกาลว่า เมื่อ สปช.ลงมติเห็นชอบแล้วให้นำร่างรัฐธรรมนูญที่ได้รับความเห็นชอบไปทำประชามตินั้น มองว่าทำไม่ได้ เพราะเมื่อสปช.เห็นชอบแล้ว จะเข้าสู่กระบวนการเพื่อให้รัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ หากมีผลบังคับใช้แล้วจะให้ประชาชนลงประชามติว่าเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย เป็นกระบวนการที่ทำไม่ได้

“วันชัย” หนุนงัด ม.46 เปิดทาง

นายวันชัย สอนศิริ โฆษกวิป สปช.กล่าวว่า ขอสนับสนุนให้ใช้ช่องทางตามมาตรา 46 ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 เปิดช่องให้มีการทำประชามติ เพราะมีแต่ได้กับได้ คือถ้าประชาชนลงมติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ชาวโลกจะได้เห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของไทยไม่ได้เกิดมาจากฝ่ายยึดอำนาจเพียงอย่างเดียว แต่ได้รับฉันทามติจากประชาชนด้วย เมื่อสถาปนาจากประชาชนใครจะมาแก้รัฐธรรมนูญอีกในอนาคตก็ทำยาก แต่หากไม่ผ่าน ก็นับหนึ่งใหม่ สปช.กับ กมธ.ยกร่างฯ ชุดนี้ก็ออกไป รัฐธรรมนูญชั่วคราวก็ให้ คสช.สรรหามาชุดใหม่มาได้ และ คสช. ครม.กับ สนช.ก็อยู่ต่ออีกเป็นปีไม่เห็นเสียหาย จะได้เอาเวลาปีกว่านี้มาทำงานปฏิรูปประเทศเรื่องใหญ่ๆ ให้สำเร็จก่อนการเลือกตั้งดีกว่า เพราะถ้าปฏิรูปไม่ได้ เลือกตั้งไปประเทศก็กลับมาเหลวแหลกเหมือนเดิม

“บิ๊กป้อม” โยน กมธ.ดูปรับร่างแรก

เมื่อเวลา 12.00 น.ที่อาคารรับรองเกษะโกมล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม กล่าวกรณีที่สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ท้วงติงร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 282 (8) กำหนดให้แยกพนักงานสอบสวนออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ว่า เรื่องนี้ยังไม่จบ สปช.เสนอเข้าคณะ กมธ.ยกร่างฯ ที่ต้องดูรายละเอียดอีกครั้ง การสอบสวนต้องสร้างความเป็นธรรมให้ทั้งหมด เมื่อถามว่าแนวโน้มจะแยกพนักงานสอบสวนออกจาก สตช.ได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ผมไม่มีแนวโน้ม ต้องดูในภาพรวม จะไปบอกว่าเรื่องนี้เอาแบบนี้หรือแบบนั้นไม่ได้ เรื่องรัฐธรรมนูญต้องให้ คสช.และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ดูด้วยว่าในแต่ละมาตรามีส่วนใดที่จะเสนอแก้ไข และต้องขึ้นอยู่กับ กมธ.ยกร่างฯ ไปดูรายละเอียด”

“สมชัย” เอาด้วยประชามติ รธน.

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารจัดการเลือกตั้ง กล่าวถึงข้อเสนอการทำประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า การทำประชามติควรเปิดโอกาสให้ถกเถียงถึงข้อดีข้อเสียต่างๆ เมื่อคนกลุ่มหนึ่งร่างรัฐธรรมนูญขึ้น คนที่ร่างฯ อาจคิดว่าจะสามารถแก้ปัญหาในอนาคตได้ แต่บางคนอาจเห็นว่าจะทำให้เกิดความเสียหายมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องของอนาคต ไม่มีใครคาดเดาได้ ดังนั้นก็ควรที่จะให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ไม่ใช่เรื่องที่จะทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียหน้า การทำประชามติก็ถือเป็นจุดตัดสินใจทุกท้ายของทุกๆเรื่อง อย่ากลัวความเห็นของประชาชน และอย่ากลัวว่าประชาชนจะถูกครอบงำ เพราะเมื่อรัฐธรรมนูญเขียนออกมาโดยคนกลุ่มหนึ่ง ประชาชนแทบไม่รู้ว่าเนื้อหาสาระเป็นอย่างไร เมื่อมีการทำประชามติก็จะเป็นการให้การศึกษาประชาชนไปด้วย ขณะนี้ กกต.กำลังเตรียมพร้อมเรื่องระบบเลือกตั้งทุกระบบ หากรัฐธรรมนูญเสร็จและจะให้เลือกตั้งภายในเดือน ก.พ.59 เราก็มีความพร้อม หรือจะเลื่อนเลือกตั้งให้มีการทำประชามติก่อนก็พร้อมดำเนินการ

“มาร์ค” ชี้จบถ้า กมธ.ยกร่างฯ เปิดหูฟัง

เมื่อเวลา 10.40 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความเป็นไปได้ที่ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจะมีการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ตามที่หลายฝ่ายท้วงติงว่า ต้องถาม กมธ.ยกร่างฯ ตนอยากให้มีการรับฟังแลกเปลี่ยนกันอย่างเต็มที่ เพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุด ย้ำอีกครั้งว่าอยากให้มันจบ ไม่ต้องการให้ผ่านไปแล้ว 1-2 ปีแล้วกลับมาเถียงกัน เรื่องแบบนี้มันไม่ไหวแล้ว เมื่อถามว่า คิดว่าการร่างรัฐธรรมนูญแบบนี้มีวาระซ่อนเร้นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า คงไม่ไปกล่าวหาใคร และไม่อยากให้คนร่างกล่าวหาคนวิจารณ์ อยากให้มีแลกเปลี่ยนกันในเนื้อหาสาระ ไม่ใช่มามองว่าหากสิ่งที่เสนอแล้วเป็นประโยชน์ต่อนักการเมืองก็ไม่อยากฟัง หรือบอกนักการเมืองไม่ควรมาพูด ต้องดูว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศ เพราะถ้ารัฐธรรมนูญไม่เป็นที่ยอมรับก็เดินต่อไปไม่ได้อีก ทั้งหมดอยู่ที่ กมธ.ยกร่างฯ ต้องเปิดใจให้กว้าง เพราะรัฐธรรมนูญชั่วคราวเขียนไว้ว่าเหมือนเป็นสิทธิ์ขาด

หัวชนฝาจำเป็นทำประชามติ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สำหรับการทำประชามติยืนยันจะให้มีการทำ เพราะยังไม่เห็นอะไรที่จะเป็นรูปธรรมมารับรองกติกา หากไม่ทำมีความเสี่ยงที่คนไม่เห็นด้วย นำไปสู่การสร้างเงื่อนไขให้เกิดการแก้และรื้อรัฐธรรมนูญกันอีก ไม่อยากให้ประเทศต้องเสียเวลา ทั้งรัฐบาลและ คสช. ต่างระบุว่าจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย ซึ่งถ้าเรียบร้อยแล้วเดินเลยก็ดี แต่ถ้าเรียบร้อยแล้วกลับมารื้อกันใหม่มันจะเสียเวลาอีกกี่ปี เมื่อถามว่า หากมีการทำประชามติอายุของรัฐบาลก็จะยืดไปอีก นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า
การทำประชามติคงไม่นานขนาดนั้น อายุรัฐบาลคงไม่มีใครเจตนาจะให้ยืดเยื้อ ถ้าต้องเสียเวลาทำประชามติไป 3 เดือนคิดว่าคุ้ม เพราะหากไม่มีการรับรองโดยประชาชน แทนที่จะเสียเวลา 3 เดือน ก็อาจจะทะเลาะกันอีกไม่รู้กี่ปี แล้วจะวกกลับมาร่างกันใหม่ ไม่มีประโยชน์กับใคร

ย้ำ ม.181-182 อันตรายต้องขจัด

เมื่อถามว่า พรรคประชาธิปัตย์จะเสนอแก้ไขกี่ประเด็น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า นับไม่ถ้วน แต่คงไม่ทั้งฉบับ โดยเฉพาะมาตรา 181 และ 182 กับอำนาจคณะกรรมการปรองดองเรื่องการเสนอพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษบุคคล เป็นเรื่องอันตรายมาก เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ ที่มีการระบุว่า สปช.ร้อยละ 90 เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าว นายอภิสิทธิ์ ตอบว่า ขอเตือนว่าอย่าพูดเป็นตัวเลข ในอดีตรัฐธรรมนูญมีปัญหาเพียงวรรคเดียวก็สร้างวิกฤติชาติมาแล้ว ดังนั้น เราต้องขจัดจุดที่เป็นปัญหาที่จะนำไปสู่ความขัดแย้ง ถ้า 3 ประเด็นนั้นออกมาวิกฤติแน่ อย่าไปทำ และที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯ เสนอให้ใช้รัฐธรรมนูญไปก่อน 5 ปีแล้วค่อยแก้ไขนั้น หากปีแรกมีการใช้มาตรา 181 และ 182 ออกกฎหมายนิรโทษกรรมแล้วประชาชนออกมาประท้วงฆ่าฟันกันจะมีประโยชน์อะไร อะไรที่เป็นปัญหาก็อย่าสร้าง อย่าไปยึดมั่นถือมั่น หรือบอกให้ลองใช้ไปก่อน การอภัยโทษทำได้ เป็นอำนาจของพระมหากษัตริย์ และคนที่จะได้รับพระราชทานอภัยโทษคือคนที่สำนึกผิด ผ่านกระบวนการยุติธรรม การให้คนมาสำนึกผิดกับ 15 คนในคณะกรรมการปรองดอง แล้วอภัยโทษได้ ถือเป็นเรื่องอันตราย แต่ถ้ารัฐบาลหรือใครจะออกกฎหมายนิรโทษกรรม ให้ประชาชนที่ไปชุมนุม ที่ไม่ได้ทำผิดอาญาเรื่องอื่น ไม่มีใครคัดค้าน

ฉะ กก.ยุทธศาสตร์ฯซ้ำซ้อน-เปลืองงบ

ด้านนายเกียรติ สิทธีอมร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี กมธ.ยกร่างฯผลักดันให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติ โดยมีอำนาจกำหนดกรอบการทำงานให้กับรัฐบาลด้วยว่า เรามีสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ทำหน้าที่มองทิศทางอนาคตอยู่แล้ว ผู้ที่จะมาทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯนี้ ไม่ทราบว่าจะมาจากไหน จะทำงานซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่นทำให้เปลืองงบประมาณหรือไม่ ความเป็นจริงมันทำไม่ได้ จึงไม่เห็นด้วยกับการมีคณะกรรมการฯนี้เพราะเป็นหน้าที่พรรคการเมืองนำเสนอนโยบายกับประชาชน

เฉ่ง “บวรศักดิ์” ว่าเขาอิเหนาเป็นเอง

นายไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะ กมธ.ยกร่างฯย้ำว่ารัฐธรรมนูญที่กำลังร่างนำระบบใหม่มาใช้ ทั้งการเลือกตั้ง ส.ว.ให้มีคณะกรรมการกลั่นกรองคุณสมบัติ การเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อที่ให้ประชาชนเป็นผู้จัดลำดับ (โอเพ่นลิสต์) ซึ่งเป็นวิธีพิสดารที่ไม่เคยใช้มาก่อน แม้มีการคัดค้านก็ไม่รับฟัง พอมีผู้เสนอให้ทำประชา-มติรัฐธรรมนูญ โดยเปรียบเทียบกับฉบับปี 50 หากไม่ผ่านก็ให้กลับไปใช้ฉบับปี 50 กลับบอกว่าไม่เคยทำมาก่อน เข้าตำราว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง เพราะตัวเองเสนอของใหม่แกมบังคับให้สังคม พอเสนอของใหม่ที่ดีเช่นกันกลับไม่เอา หรือตั้งธงไว้แล้วว่าต้องออกมารูปนี้

“อ๋อย” ชี้ควรรื้อใหญ่–ตัดทิ้ง 150 มาตรา

ขณะที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาธิการ แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า เห็นวิวาทะระหว่างท่านวิษณุกับท่านบวรศักดิ์แล้วเห็นใจที่คอหอยกับลูกกระเดือกต้องมาเล่นบทลิ้นกับฟัน ที่ถกกันว่าควรตัดเนื้อหาออก 20-30 มาตรานั้น ถ้าดูเนื้อหาแล้วร่างนี้ยาวไปจริงๆ มีเรื่องจำนวนมากที่ไม่ควรบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะสร้างองค์กรจำนวนมากมาควบคุมและแย่งอำนาจไปจากประชาชนกับการกำหนดนโยบายในการบริหารประเทศ และการปฏิรูปทั้งหลายเอาไว้ในรัฐธรรมนูญ ฉะนั้นจะตัดกันจริงๆคงไม่น้อยกว่า 100-150 มาตรา ส่วนที่ไม่ตัดทิ้งก็ยังต้องแก้ไขสาระสำคัญอีกมาก สำหรับกรณีที่นายบวรศักดิ์บอกว่าจะให้ใช้รัฐธรรมนูญนี้ ไป 5 ปีก่อนแล้วค่อยมีการแก้ไขนั้น ดูจะไม่เป็นที่ขานรับเพราะเขาเข็ดกับการรับไปก่อนแล้วแก้ไขทีหลังได้กันหมดแล้ว

ไม่มีทางเลือกก็เดินตาม ม.46

นายจาตุรนต์ระบุว่า เรื่องการลงประชามติทำได้ 2 ทาง คือการใช้อำนาจของ คสช.ตามมาตรา 44 และการแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราวตามมาตรา 46 การใช้อำนาจ คสช.ตามมาตรา 44 อาจมีคนโต้แย้งว่าทำไม่ได้ แต่ถ้าทำขึ้นมาจริงๆ รัฐธรรมนูญชั่วคราวก็บอกว่าเป็นที่สุด ใครก็โต้แย้งไม่ได้ เพียงแต่สมควรใช้หรือไม่เป็นอีกประเด็นหนึ่ง การใช้มาตรา 44 ยังเป็นการยืนยันว่า คสช.มีอำนาจเหนืออำนาจอธิปไตยทุกฝ่าย ไม่น่าจะเป็นผลดี จึงเหลือช่องทางเดียวคือตามมาตรา 46 คสช. และ ครม.มีมติร่วมกันแล้วเสนอต่อ สนช.ให้เห็นชอบ ถ้าจะทำกันจริงๆ กมธ.ยกร่างฯ หรือ สปช.หรือทั้ง 2 องค์กรซึ่งมีข่าวว่าส่วนใหญ่เห็นควรให้ลงประชามติ อาจร่วมกันเสนอความเห็นไปยัง ครม. และ คสช.ได้ เพราะนายกฯพูดไว้ว่าให้องค์กรทั้งสองเป็นผู้เสนอมาดีกว่าที่จะให้นายกฯตัดสินใจเองตามลำพัง

โยน ปชช.ชี้ขาดร่างไม่ผ่านเอายังไง

นายจาตุรนต์ระบุอีกว่า ตนเห็นมาตั้งแต่ต้นว่าจำเป็นต้องให้ลงประชามติ อยากย้ำอีกครั้งว่ายิ่งตัดสินใจให้ลงประชามติเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี จะทำให้ทุกฝ่ายปรับท่าที รับฟังความเห็นประชาชนและยอมให้แก้ไขมากขึ้น เพราะรู้ว่าถ้าไม่ฟังเสียงคัดค้านบ้างร่างนี้จะไม่ผ่านประชามติ เวลานี้เหตุผลที่ไม่ต้องการให้ลงประชามติเพราะกลัวเสียเวลา แต่ถ้าสักแต่ว่าให้ผ่านไปแม้ว่าร่างจะแย่แค่ไหน เอาเข้าจริงแล้วจะไม่จบ แต่จะเสียหายมหาศาล เสียเวลาไม่สิ้นสุด ถ้าลงประชามติแล้วไม่ผ่านก็กำหนดได้ว่าให้ทำอย่างไร ที่ไม่ใช่กลับมาตั้งต้นใหม่อีกรอบหนึ่ง ที่ผ่านมามีข้อเสนอว่าอาจเอารัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งในอดีตมาใช้เลย หรือใช้ไปพลางก่อน แล้วหาทางร่างรัฐธรรมนูญกันใหม่ด้วยประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น ตนคิดว่าถ้าประชามติแล้วไม่ผ่านอาจเสนอให้ประชาชนตัดสินไปด้วยเลยในการลงประชามติ จะต้องเสียเวลาบ้างคงต้องยอม ดีกว่าปล่อยให้ออกมาใช้บังคับโดยไม่มีการแก้ไขสาระสำคัญ รังแต่จะทำให้ประเทศชาติล้าหลัง เกิดวิกฤติขัดแย้งชนิดไม่มีทางออกแล้วก็กลับเข้าสู่วงจรเดิมๆไม่จบไม่สิ้น

ขีดเส้น 30 วันชงปฏิรูปพุทธศาสนา

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในการประชุม ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด เขตภาคเหนือ ที่วิทยาลัยสงฆ์พุทธชินราช จ.พิษณุโลก ว่า หลังจากที่รัฐบาลได้รับแนวทางการปฏิรูปพระพุทธศาสนาจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) แล้ว และคณะรัฐมนตรีมีมติให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) รับเอาประเด็นดังกล่าวไปศึกษาร่วมกับส่วนราชการต่างๆที่เกี่ยวข้อง โดยให้รายงาน ครม.ทราบใน 30 วัน รัฐบาล มอบหมายให้ตนดำเนินการเรื่องดังกล่าวร่วมกับคณะสงฆ์ เชื่อว่าการทำงานร่วมกันของรัฐบาล คณะสงฆ์ โดยมี พศ.ประสานงาน จะนำไปสู่ผลดี และเกิดประโยชน์ต่อพุทธศาสนา

“จตุพร” แถลงโต้ กสทช.ปิดพีซทีวี

อีกเรื่อง ที่ห้องส่งสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม พีซทีวี ชั้น 5 ศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.ในฐานะผู้บริหารพีซทีวี นัดหมายพนักงาน ผู้จัดรายการ และฝ่ายบริหารของสถานี เกือบร้อยคน ร่วมแถลงข่าวกรณีถูก กสทช.สั่งตัดสัญญาณดาวเทียมและปิดสถานี โดยการแถลงครั้งนี้พีซทีวีถ่ายทอดสดผ่านทางเว็บไซต์ยูทูบ แทนช่องดาวเทียมที่ถูกตัดสัญญาณไปและนำเทปรายการมองไกล วันที่ 18 เม.ย.ต้นเหตุการถูกสั่งปิด มาเปิดชี้แจงว่าไม่มีข้อความเป็นภัยความมั่นคง ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.น.4 สน.โชคชัย นับสิบนายและทหารจาก ร.12 รอ.นำกำลังพลจำนวนหนึ่งนั่งรถจี๊บฮัมวี่มาจอดทางเข้า ในระหว่างแถลงข่าวไฟฟ้าในศูนย์การค้าฯ ดับลงโดยไม่ทราบเหตุ จนทำให้การถ่ายทอดสดทางยูทูบสะดุดต้องยุติลงโดยปริยาย

ซัดกล่าวหาเท็จเป็นภัยมั่นคง

นายจตุพรระบุว่า อยากถามนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.ว่า การปิดสถานีโดยเอาข้อความอันเป็นเท็จซึ่งตนไม่ได้พูดในรายการมาตัดสิน มันถูกแล้วหรือ และถาม พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผบ.ทบ.ว่าท่านก็เป็นลูกผู้ชาย คำพูดตนคำไหนหรือที่เป็นภัยต่อความมั่นคง ถ้าติดใจรายการตน ก็ปิดไป ไม่ใช่มาปิดทั้งสถานี ทำให้พนักงานเป็นร้อยคนต้องเดือดร้อนมันไม่ยุติธรรม ยืนยันส่วนตัวจะฟ้องอาญาและแพ่งกับ กสทช.4 คน ที่ลงมติให้ปิดพีซทีวี รวมถึงเลขาธิการ กสทช.ด้วย ส่วนทางสถานีจะใช้สิทธิ์สู้คดีด้วยการยื่นคำร้องต่อศาลปกครอง สิ่งที่เราได้รับตลอดคือความอยุติธรรม วันนี้จะแถลงข่าวยังถูกสั่งห้าม สถานีแห่งนี้จะยังคงอยู่ต่อไป โดยจะใช้ช่องทางโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และทุกอย่างที่มีในการเสนอข่าวสารแทน นปช.ก็จะเรียกร้องกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เราจะไม่รอความตาย จะไปหาความยุติธรรมทุกที่ไม่รู้ใครเป็นเสธ.รายงานให้ผู้มีอำนาจทราบ แต่ได้ทำสิ่งสวนทางกับที่เคยพูดไว้เรื่องความเป็นประชาธิปไตย จากนี้จะถูกต่างชาติมองอย่างไร บ้านเมืองต่อไปคงไปได้ยาก และคนเสื้อแดงเองไม่ใช่แมงเม่าที่จะออกมาบินเข้ากองไฟ เมื่อถูกปิดสถานีแน่นอน และหลังจากเริ่มร้องเรียนไปยังองค์กรต่างๆในประเทศแล้ว จะร้องเรียนไปยังองค์กรนานาชาติ หากหาที่พึ่งใดๆไม่ได้ เราจะถวายฎีกาต่อพระเจ้าแผ่นดิน

อัดจงใจสร้างปมขัดแย้งสืบอำนาจ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช.ให้สัมภาษณ์ว่า ขอสื่อสารไปถึงผู้มีอำนาจว่าการกระทำที่ปรากฏจะไม่สามารถนำพาบ้านเมืองไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย เกิดความปรองดองได้ แต่สะท้อนให้เห็นเจตนาสร้างปมขัดแย้งเพื่อดำรงอยู่ในอำนาจให้ยาวนาน เนื้อหาสาระรัฐธรรมนูญก็ดูเหมือนจะทำให้เกิดความวุ่นวาย การปิดพีซทีวีก็หวังจะให้เกิดแรงกระเพื่อมในฝั่งประชาชน ถ้าเป็นเกมการเมืองเพื่อรักษาอำนาจ ท่านคงจะมาใช้กับพวกเราไม่ได้ เราจะไม่ออกไปสู้รบปรบมือกับผู้มีอำนาจ แต่จะทำข้อเท็จจริงให้ปรากฏต่อสาธารณะ

“บิ๊กตู่” โอดเศรษฐกิจแย่ไปทั้งโลก

เมื่อเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติว่า การสร้างความสัมพันธ์อันดีกับประชาคมโลก เราให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ตั้งแต่เข้ามา ตระหนักดีว่าเราไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่พยายามแสดงจุดยืนให้สังคมโลกเขาเห็นว่าเราจะใช้สติปัญญาของเรามาบริหารประเทศด้วยความจำเป็น สร้างความสงบเรียบร้อย สร้างเสถียรภาพให้ได้ เราตั้งใจทำถึงแม้ว่าจะไม่ครบหมด จบหมด ถือว่าตนได้เริ่มเกือบทุกอย่างให้แล้ว บางอย่างก็เร็ว บางอย่างก็ช้า บางอย่างอยู่ระหว่างตัดสินใจ ที่เข้ามาปัญหาเยอะ เศรษฐกิจก็ไม่ค่อยดีนักโลกก็แย่ ในไทยก็แย่ แล้วรายได้เราตกลง 2 อย่างหลักๆ คือเรื่องสินค้าการเกษตร สองคือน้ำมัน ลด ภาษีน้ำมันก็ได้น้อยลง รายได้รัฐจึงลดลง ต้องเข้าใจตรงนี้ด้วย นอกจากเรื่องแก้ปัญหาเศรษฐกิจแล้ว ยังมีเรื่องความมั่นคง การจัดระเบียบ มาตรฐานการบิน การค้ามนุษย์ การทำผิดกฎหมาย ข้อสำคัญคือการร่างรัฐธรรมนูญด้วย ทุกอย่างมันตีกันหมดตอนนี้ เพราะรื้อทั้งหมดก็อย่าเอามาเป็นอารมณ์กันมากนัก สิ่งสำคัญอยากให้มองดูด้านเศรษฐกิจเป็นหลักกับความมั่นคง ต้องแก้ให้ได้กำลังหาทางอยู่ ไม่เคยหนีปัญหารับฟังทุกที่แล้วจะแก้ไขบนพื้นฐานความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ลดความหวาดระแวงของประชาชนกับรัฐบาลด้วย ขอให้มั่นใจว่าเราจะดำเนินการทุกอย่างด้วยความจริงใจ โปร่งใส แล้วเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ

น้ำตาจะไหลคนฝากดูแลประเทศ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ที่ผ่านมาคงไม่กล่าวว่าเป็นผลงานรัฐบาลฝ่ายเดียว ทุกคนมีส่วนร่วม รัฐบาล ข้าราชการ ทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น ประชาชน ช่วยมาตลอดระยะเวลาของรัฐบาล 6 เดือนกว่าๆ แล้วก็รวมกับ คสช.เกือบปีแล้ว ช่วยกันเต็มที่ หยุดเลือดไม่ไหลอีก แล้วเติมน้ำเกลือ ก็เริ่มแข็งแรงขึ้นมาเรื่อยๆ แต่จะให้ทำใจไปวิ่งเลยทันทีคงไม่ได้เพราะนอนซมมานานแล้ว อะไรที่เหมาะสมถูกต้อง ท่านก็สนับสนุนเรา อันไหนที่คิดว่ายังไม่ครบถ้วนก็เสนอมาได้ที่สำนักปลัดสำนักนายกฯ มีปัญหาอะไรแจ้งมาที่ศูนย์ดำรงธรรม นอกจากนี้รองนายกฯช่วยตนมาทุกคน ไปบูรณาการขับเคลื่อนรัฐมนตรีทุกกระทรวง ข้าราชการทุกกระทรวงแน่นอนยังไม่ 100% ยังมีปัญหา ต้องมีคนไม่เห็นด้วย แต่ให้ท่านดูความตั้งใจของตนก็แล้วกัน รัฐบาลเราตั้งใจแค่ไหน ทุกคนมีส่วนร่วมทั้งสิ้นที่จะขับเคลื่อนประเทศชาติ ตนไปต่างประเทศชื่นใจ ทุกคนมาทักทาย มาให้กำลังใจ ฝากประเทศไทยไว้กับตน ตนก็น้ำตาจะไหลเหมือนกัน บางทีก็กดดันตนเหมือนกัน แต่ไม่เป็นไร จะทำให้ ขอให้รักกัน

ติวเข้ม ผวจ.ชายแดนแก้ค้ามนุษย์

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่กระทรวงมหาดไทย มีการประชุมมอบนโยบายผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยกับผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดน 32 จังหวัด โดย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า การดำเนินความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านให้ ผวจ.ใช้ความสัมพันธ์ระดับพื้นที่ดูแลชายแดน เรื่องเศรษฐกิจพิเศษ จังหวัดใดคิดว่ามีศักยภาพให้มาขอเปิดเพิ่มได้ นอกจากนี้ ได้ลงนามเสนอ คสช.ให้แก้ปัญหาการใช้พื้นที่ของหน่วยงานต่างๆตามแนวชายแดน เช่น ป่าไม้ อุทยาน พื้นที่สาธารณะ เรื่องค้ามนุษย์ให้ดำเนินมาตรการควบคุมดูแลเข้มงวด ให้ทุกส่วนบูรณาการร่วมกัน และกำชับไม่ให้เจ้าหน้าที่ไปเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ ส่วนเรื่องยาเสพติด มีการพูดคุยกันใน ครม.ว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง ให้ สอดส่องดูแล และให้ ผวจ.ดูแลศูนย์พักพิงตามแนวชายแดนทั้ง 9 ศูนย์อย่างใกล้ชิด

มั่นใจประมงไทยพ้นใบเหลือง

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่อาคารรับรองเกษะโกมล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเขตเศรษฐกิจพิเศษ ภายหลังประชุม พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการแก้ปัญหาคณะกรรมา– ธิการยุโรป (อียู) แจ้งเตือนประเทศไทยกรณีไม่ดำเนินมาตรการแก้ปัญหาตามมาตรการป้องกันและขจัดการทำประมงผิดกฎหมายขาดการรายงานและไร้การควบคุมหรือไอยูยูว่า ทูตอียูเดินทางมาพบตนก็จะชี้แจงความคืบหน้าการแก้ปัญหาว่าไทยทำอะไรไปบ้าง เช่น เรื่องกฎหมายที่เราทำไปเพียงพออย่างที่เขาต้องการหรือไม่ และจะสอบถามว่าบางประเทศที่หลุดใบเหลืองเพราะอะไร เขาต้องตอบเราบ้าง ที่ผ่านมาอียูไม่ได้ชี้แจงเราในรายละเอียดการหลุดใบเหลือง และมั่นใจว่าจะแก้ไขปัญหาได้ตามระยะเวลา ทำทุกอย่างให้เป็นไปตามหลักสากล ไม่ต้องห่วง

ศปมผ.เร่งเกมรุกปฏิบัติการ 24 ชม.

ต่อมาเวลา 14.00 น. ที่ศูนย์บัญชาการการแก้ไขการทำประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) กองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม พล.ร.อ.ไกสร จันทร์–สุวานิชย์ ผบ.ทร.ในฐานะ ผบ.ศปมผ.กล่าวว่า คสช.ให้กองทัพเรือจัดตั้ง ศปมผ.มีอำนาจหน้าที่ป้องกัน ยับยั้งและขจัดการประมงที่ผิดกฎหมาย จะบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน ปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง นายกฯสั่งให้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.เป็นต้นไป และนายกฯกำหนดเวลาให้แก้ปัญหาภายใน 3 เดือน จะทำให้ดีที่สุดและต้องตอบโจทย์ของอียู ได้ศึกษาตัวอย่างจากประเทศต่างๆว่าเขามีแนวทางอย่างไรเพื่อให้หลุดจากใบเหลือง รวมถึงประเทศที่ยังไม่หลุด โดยจะประชุมในวันที่ 6 พ.ค. และ 18 พ.ค.เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน มั่นใจว่าสามารถแก้ไขปัญหาได้เสร็จทันภายใน 6 เดือนตามที่อียูกำหนด

สนช.ผ่านฉลุย ก.ม.ชุมนุมสาธารณะ

ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ทำหน้าที่ประธาน โดยที่ประชุมมีมติให้ความเห็นชอบนายภิญโญ ทองชัย ที่ปรึกษากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เป็นกรรมการ ป.ป.ท. ด้วยคะแนน 172 งดออกเสียง 11 และที่ประชุมได้ลงมติรับหลักการวาระแรกในกฎหมายหลายฉบับ อาทิ ร่าง พ.ร.บ.ล้มละลาย ที่ ครม.เสนอ กระทั่งเวลา 15.45 น. ที่ประชุมได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.....ตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว มีสาระสำคัญคือ การห้ามจัดการชุมนุมสาธารณะภายในพื้นที่ของรัฐสภา ทำเนียบรัฐบาล ศาล และการจัดชุมนุมให้แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้งก่อนเริ่มการชุมนุมไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง โดย สนช.หลายคนอภิปรายแสดงความเป็นห่วงกรณีที่กฎหมายระบุเขตอำนาจการพิจารณาคดีการชุมนุมของศาลไว้เฉพาะศาลแพ่งกับศาลจังหวัด จึงขอให้เพิ่มศาลปกครองเข้ามาอยู่ในอำนาจตามกฎหมายฉบับนี้ด้วย เพื่อให้ประชาชนใช้เป็นช่องทางร้องเรียนกรณีมีการกระทำเกินกว่าเหตุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตัวแทน กมธ.ชี้แจงว่ากรณีการระบุเขตอำนาจศาลไว้เฉพาะศาลแพ่งกับศาลจังหวัด เป็นกรณีเฉพาะมาตรา 21 ที่ให้เจ้าหน้าที่ฟ้องผู้จัดการชุมนุมกรณีทำผิดเงื่อนไขการชุมนุมเท่านั้น ไม่รวมถึงมาตราอื่นๆ การจะฟ้องคดีต่อศาลใดขึ้นอยู่กับแต่ละกรณีที่เกิดขึ้นว่าจะอยู่กับอำนาจของศาลใด กระทั่งเวลา 20.00 น. หลังอภิปรายจนครบ 35 มาตรา โดยใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมง ที่ประชุมสนช.จึงลงมติให้ความเห็นชอบวาระ 3 ผ่านร่าง พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.....ด้วยคะแนน 158 ต่อ 0 งดออกเสียง 4

“ประยุทธ์” ตั้งบอร์ดใหม่แก้หวยแพง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 11/2558 เรื่องมาตรการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 มีคำสั่งให้คณะกรรม– การสลากกินแบ่งรัฐบาลตามกฎหมายว่าด้วยสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับพ้นจากตำแหน่ง และมิให้แต่งตั้งคณะกรรมการสลากกินแบ่งฯจนกว่าหัวหน้า คสช. จะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง หรือ คสช.จะสิ้นสุดลงตามบท บัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการสลากกินแบ่งฯ ประกอบด้วย ผู้ที่หัวหน้า คสช.แต่งตั้งเป็นประธานกรรมการ ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนกระทรวงยุติธรรม ผู้แทนกรม–บัญชีกลาง ผู้แทนสำนักงบประมาณ ผู้แทนสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ผู้ที่ คสช.แต่งตั้งไม่เกิน 3 คน เป็นกรรมการผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นกรรมการและเลขานุการ

สั่งจำคุกขายหวยเกินราคา

นอกจากนี้ ให้จัดตั้งกองทุนสลากกินแบ่งรัฐบาลเพื่อพัฒนาสังคม เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ส่งเสริมการศึกษาวิจัยรวมทั้งหามาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการพนัน โดยจัดสรรเงินที่ได้รับจากการจำหน่ายสลากกินแบ่งฯ ร้อยละ 60 เป็นเงินรางวัล ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 เป็นรายได้แผ่นดิน ไม่เกินกว่าร้อยละ 17 เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารงาน และจำหน่ายสลากกินแบ่งฯ และร้อยละ 3 เป็นเงินกองทุนฯ นอกจากนี้ กำหนดโทษ ผู้จำหน่ายสลากเกินราคาที่กำหนด มีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ ทั้งนี้ เมื่อ คสช.สิ้นสุดลงให้แต่งตั้งคณะกรรม– การสลากกินแบ่งฯ ตามกฎหมายว่าด้วยสำนักงานสลากกินแบ่งฯ ตามเดิม เมื่อเสร็จสิ้นแล้วให้คำสั่งนี้เป็นอันยกเลิก

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้