วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
‘กูรข่า’ เมืองนักรบ พินาศยับ อยู่ใกล้ศูนย์กลาง

‘กูรข่า’ เมืองนักรบ พินาศยับ อยู่ใกล้ศูนย์กลาง

  • Share:

สาว 24 ติดอยู่ 6 วัน-รอดตาย เนปาลเจอปัญหาใหญ่ซ้อน ของบริจาคไม่ถึงชาวบ้าน!


ปาฏิหาริย์ยังมีต่อเนื่อง ล่าสุดเจอผู้รอดชีวิตในกรุงกาฐมาณฑุอีก เป็นสาวเนปาลวัย 24 หน่วยกู้ภัยใช้เวลาร่วม 10 ชั่วโมง นำร่างออกมาอย่างปลอดภัย ขณะที่ยอดเสียชีวิตเขยิบไปกว่า 6 พันศพ บาดเจ็บกว่า 1.3 หมื่นคน แต่การค้นหากู้ภัยกลับยังไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้ศูนย์กลางแผ่นดินไหว ห่างไกลและทุรกันดาร พบอาคารบ้านเรือนพังราบทั้งเมือง ส่วนน้ำใจจากไทยยังหลั่งไหลไม่ขาดสาย เน้นของจำเป็นเร่งด่วน ทั้งน้ำสะอาด ยา เต็นท์ ผ้าห่ม ด้านกระทรวงกลาโหม แม่งานจัดส่งสิ่งของบริจาคเอาจริงเล็งเปลี่ยนวิธีขนส่ง อาจไปทางเรือแทนเครื่องบิน

แม้เวลาล่วงเลยมากว่าสัปดาห์แล้ว แต่ชาวเนปาลนับล้านยังคงระทมทุกข์อย่างแสนสาหัส จากเหตุภัยธรรมชาติครั้งวิปโยค แผ่นดินไหวขนาด 7.8 แมกนิจูด เมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่สร้างความเสียหายมากมายมหาศาล อาคารบ้านเรือนและสถาปัตยกรรมอันล้ำค่าต่างพังพินาศสิ้น ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตก็ยังไม่แน่ชัดว่าจะหยุดที่เท่าใด เนื่องจากหลายพื้นที่อยู่ในสภาพทุรกันดาร ความช่วยเหลือยังเข้าไปไม่ถึง

พบสาวรอดชีวิตใต้ซากอิฐ

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 1 พ.ค. กระทรวงมหาดไทยเนปาลออกแถลงการณ์ปรับยอดผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการเพิ่มเป็น 6,204 คน บาดเจ็บอย่างน้อย 13,924 คน และอาจเพิ่มมากขึ้น หลังทหารหน่วยกู้ภัยท้องถิ่นและทีมช่วยเหลือจากต่างชาติ ยังคงพบศพผู้เสียชีวิตในกองซากปรักหักพังอย่างต่อเนื่อง กระนั้นก็ยังมีข่าวดีเมื่อหน่วยกู้ภัยพบผู้รอดชีวิตเช่นกัน เมื่อคืนวันที่ 30 เม.ย. ที่ผ่านมา คือ น.ส.กฤษณา เทวี คัดกา อายุ 24 ปี ที่ติดอยู่ 6 วัน ที่เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาถึง 10 ชั่วโมง กว่าจะขุดช่วยเหลือออกมาได้ แม้ได้รับบาดเจ็บ แต่ยังมิสติดีพูดจาโต้ตอบได้ สร้างความดีใจแก่ทีมกู้ภัยที่บางคนถึงกับหลั่งน้ำตาปลื้มใจ

โอกาสพบคนเป็นเริ่มริบหรี่

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานด้วยว่า เจ้าหน้าที่เนปาลบางส่วนมองว่าโอกาสที่จะพบผู้รอดชีวิตหลังจากนี้เริ่มน้อยลงไปทุกที แต่มิได้ระบุว่าทีมกู้ภัยจะเปลี่ยนรูปแบบการค้นหาผู้รอดชีวิตไปเป็นการเก็บกู้แทนหรือไม่ จากที่มีการเปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า ภายในวันที่ 2 พ.ค.เจ้าหน้าที่อาจเปลี่ยนรูปแบบการค้นหา เนื่องจากกรอบเวลาที่จะสามารถช่วยเหลือเหยื่อที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังได้คือ 7-9 วัน ส่วนทีมกู้ภัยของกองทัพอินเดียระบุว่า จากการประสานงานกับกองทัพเนปาล ทางหน่วยได้รับคำสั่งมาว่าหากพบศพผู้เสียชีวิตให้จัดการเผาทันที เนื่องจากสถานที่เก็บศพเต็มหมดแล้ว

เมืองกูรข่าพังยับ

ขณะที่หน่วยงานต่างๆของสหประชาชาติ รวมถึงคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ ต่างแสดงความกังวลถึงสถานการณ์ในพื้นที่ทุรกันดาร รอบนอกกรุงกาฐมาณฑุ ที่ความช่วยเหลือยังเข้าไปไม่ถึง โดยเปิดเผยว่าหมู่บ้านและเมืองบางแห่ง ในพื้นที่ใกล้จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว เช่น จังหวัดกูรข่า ทางตะวันตกของกรุงกาฐมาณฑุ ซึ่งคนไทย รู้จักทหารกูรข่า สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ว่าเป็น นักรบในสังกัดกองทัพอังกฤษ ได้รับความเสียหายชนิดเกือบจะราพณาสูร และที่จังหวัดสินธุปะช็อก ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงกาฐมาณฑุ ทีมเจ้าหน้าที่ต่างชาติที่เพิ่งเดินทางกลับออกมารายงานว่า อาคารบ้านเรือนกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ พังเสียหายยับเยิน ขณะที่โรงพยาบาลก็พังถล่มลงมา ชาวบ้านในพื้นที่ต้องใช้มือเปล่าขุดซากปรักหักพังกันตามมีตามเกิด หวังช่วยสมาชิกครอบครัว เพราะยังไม่มีทีมกู้ภัยเข้าไปช่วยเหลือแต่อย่างใด

ของช่วยเหลือไม่ถึงมือชาวบ้าน

นอกจากนี้ ทีมช่วยเหลือต่างชาติยังระบุด้วยว่า ปัญหาที่น่ากังวลอีกอย่าง คืออารมณ์ของชาวบ้านที่เริ่มแสดงความไม่พอใจว่าทำไมความช่วยเหลือยังไม่มา ทำไมทางการเนปาลไม่ส่งคนเข้ามา พร้อมกับเริ่มตั้งคำถามว่าต่างชาติส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์เข้ามามากมาย แต่ทำไมยังไม่ได้รับแจกจ่าย เช่น ในหมู่บ้านอาชราง ในจังหวัดกูรข่า ที่มีรายงานว่า สิ่งของบรรเทาทุกข์จำพวกขนมปังกรอบ น้ำผลไม้ ข้าว และแป้งสาลี ได้ส่งไปถึงแล้ว กลับไม่มีการนำออกแจกจ่าย แต่ถูกนำไปเก็บไว้ในสำนักงานรัฐบาล ทั้งที่ชาวบ้านหลายร้อยคนต้องนอนกลางแจ้งตากแดดตากฝน ประทังชีพด้วยอาหารและน้ำที่เหลืออยู่น้อยนิด

รัฐให้ครอบครัวละ 1 พันดอลลาร์

ด้านนายราม ชาราน มาฮัด รมว.คลังเนปาล เปิดเผยว่า ค่าใช้จ่ายในการสร้างอาคารบ้านเรือน โรงพยาบาล สำนักงานรัฐบาล ไปจนถึงการบูรณะโบราณสถาน น่าจะตกอยู่ที่ประมาณ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 64,000 ล้านบาท แต่ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงแค่การประเมินขั้นต้น เพราะรัฐบาลยังไม่สามารถตรวจสอบความเสียหายได้ทุกพื้นที่ เฉพาะอาคารบ้านเรือน ทางสหประชาชาติ แจ้งมาว่าพังเสียหายกว่า 600,000 หลัง ขณะที่นายมิเรนทรา ริจัล รมว.กระทรวงสารสนเทศเนปาล เปิดเผยว่า รัฐบาลจะจ่ายเงินช่วยเหลือให้แก่ครอบครัวที่มีผู้เสียชีวิต ครอบครัวละ 1,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 32,000 บาท ช่วยเหลือค่าทำพิธีฝังหรือเผาศพอีกครอบครัวละ 400 ดอลลาร์ หรือประมาณ 12,800 บาท

จัดส่งของจำเป็นให้ต่อเนื่อง

สำหรับความคืบหน้าการช่วยเหลือจากไทย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ มีการประชุมประสานงานการช่วยเหลือคนไทยและเนปาลครั้งที่ 2 ภายหลังการประชุมนายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงว่า ได้หารือถึงการบูรณาการการให้ความช่วยเหลือคนไทยและชาวเนปาล โดยยอดผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการสูงกว่า 5,900 ราย ขณะที่ทางการไทยได้ส่งสิ่งของบริจาคจำเป็นเร่งด่วน เช่น น้ำ อาหาร ยา เต็นท์ ผ้าห่มให้กับเนปาลแล้ว สำหรับการให้ความช่วยเหลือคนไทย สถานทูตแจ้งว่า นิสิตแพทย์ มศว 6 คน เดินทาง ถึงสนามบินสุวรรณภูมิในวันนี้ เวลา 18.30 น.ส่วนคนไทยที่อาศัยในเนปาล ซึ่งเป็นข้าราชการ 7-8 คน ยังคงพักพิงในทำเนียบเอกอัครราชทูต และมีทีมช่วยเหลือที่รัฐบาลไทยส่งไป 81 คน นอกจากนี้กองทัพไทยได้จัดระบบสื่อสาร อาทิ โทรศัพท์ดาวเทียม ระบบอินเตอร์เน็ต และซิมการ์ดที่เปิดโรมมิ่ง สามารถใช้การได้ดี

เล็งเปลี่ยนส่งทางเรือแทน

นายเสขกล่าวว่า ทางการไทยได้ส่งเครื่องบิน ซี 130 เพื่อนำส่งทีมให้ความช่วยเหลือและสิ่งของบริจาครวม 3 ลำแล้ว โดยเมื่อวันที่ 30 เม.ย. ได้นำคนไทยกลับมาด้วยอีก 6 คน และเมื่อรวมกับนิสิตแพทย์ที่จะเดินทางกลับมาวันนี้ จะมีคนไทยเดินทางกลับมาแล้วประมาณ 165 คน และจะมีทีมแพทย์จากสภากาชาดไทย เดินทางไปสมทบในวันที่ 3 พ.ค. ขณะที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติแจ้งว่ามีความพร้อมส่งหน่วยพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล แต่ต้องขึ้นอยู่กับความพร้อมของเนปาลว่าจะออกเดินทางได้เมื่อไร ส่วนการส่งสิ่งของบริจาค บริษัทการบินไทย (มหาชน) จำกัด พร้อมอำนวยความสะดวก วันละ 5 ตันต่อเที่ยว ส่วนจะส่งเครื่องบิน ซี 130 เพิ่มเติมหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างการพิจารณา ทั้งนี้ที่ประชุมได้พิจารณาว่าจะส่งสิ่งของทางเรือผ่านทางเมืองกัลกัตตา ประเทศอินเดียด้วย โดยได้สั่งการให้สำรวจความพร้อมเส้นทางจากอินเดียไปยังเนปาล

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
ให้กลาโหมเป็นแม่งานส่งของ

เมื่อเวลา 12.00 น. ที่อาคารรับรองเกษะโกมล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือประเทศเนปาลเพิ่มเติมว่า มีประชาชนร่วมบริจาคสิ่งของมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งทางรัฐบาลยังไม่ได้กำหนดว่าจะให้เครื่องบินลำเลียงแบบซี-130 ของกองทัพอากาศขนของบริจาคไปส่งที่เนปาลอีกวันไหน เพราะหากเปรียบเทียบกับการนำเครื่องบินไปส่งค่าใช้จ่ายจะสูงมาก ทางรัฐบาลกำลังหาวิธีการว่าจะทำอย่างไรให้ไปทางเรือได้ เช่น การเช่าเรือ หรือจะมอบหมายให้กองทัพเรือเป็นผู้ดำเนินการ ถ้าไปส่งแล้วจะไปขึ้นที่ท่าเรือของประเทศอินเดีย ซึ่งจะต้องมีการประสานงานร่วมกันระหว่างประเทศอินเดียและเนปาลด้วย นอกจากนี้ ยังได้รับรายงานว่าทางเนปาลมีความพอใจมากที่ไทยส่งทีมเข้าไปช่วยเหลือ แต่ความต้องการของเนปาลยังมีมาก เช่น เต็นท์ ผ้ายาง ผ้าห่ม และที่นอน โดยกระทรวงกลาโหมจะเป็นแม่งานในการนำส่งของเหล่านี้ส่งไปให้เนปาล

ทร.ชี้ขนสิ่งของทางเรือไม่ง่าย

ต่อมา พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผบ.ทร.กล่าวถึงกรณีจะใช้เรือขนส่งสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวประเทศเนปาลแทนเครื่องบินซี 130 ว่าต้องเข้าใจว่าประเทศเนปาลอยู่เป็นหลังคาโลกเป็นพื้นที่สูง อยู่ไกล การนำสินค้าต่างๆ ผ่านทางเรือ จะต้องใช้ท่าเรือของประเทศอินเดีย และขนจากท่าเรืออินเดียไปประเทศเนปาล ระยะทางเกือบ 1,000 กิโลเมตร ไม่ง่ายอย่างที่คิด ซึ่งกองทัพเรือมีความพร้อมในการสนับสนุน แต่การขนสินค้าเป็นจำนวนมาก จากท่าเรืออินเดียไปกรุงกาฐมาณฑุ ไม่ง่าย ต้องมีรถ และทราบว่ามีปัญหาเรื่องน้ำมัน แต่ถ้าไปกับกองทัพอากาศ ขนส่งสินค้าได้น้อย แต่เร็ว เป็นสิ่งที่ต้องมาเปรียบเทียบกัน ทั้งนี้มีการหารือกันว่าหากเอาสิ่งของใส่ตู้คอนเทนเนอร์ไปกับเรือพาณิชย์จะคุ้มค่ากว่าหรือไม่ แต่ถ้าของมีจำนวนมาก กองทัพเรือดำเนินการได้ แต่มีปัญหาเรื่องการขนส่งต่อ ซึ่งเรากำลังประสานไปทางประเทศอินเดียว่าให้ช่วยขนสิ่งของต่อจากท่าเรือไปยังกรุงกาฐมาณฑุ ได้หรือไม่

จัดทีมแพทย์เดินตามหมู่บ้าน

สำหรับความคืบหน้าภารกิจของทหารไทย ที่เดินทางไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวที่เนปาลนั้น พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ในส่วนของศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบกส่วนหน้า (เนปาล) ยังคงจัดชุดประปาสนามสนับสนุนโรงพยาบาลทหาร ในกรุงกาฐมาณฑุ และจัดชุดแพทย์เผชิญเหตุบริการทางการแพทย์ให้กับผู้ประสบภัยในศูนย์อพยพและพื้นที่ต่างๆ

โดยการปฏิบัติงานมีการประสานงาน แบ่งมอบพื้นที่และภารกิจกับ MNMCC (Multi National Military Coordination Center) อย่างใกล้ชิด ซึ่งภารกิจงานในวันที่ 1 พ.ค.ชุดทหารช่างประปาสนามจากกรมทหารช่างที่ 2 ได้จัดตั้งสถานที่ผลิตและแจกจ่ายน้ำเป็นวันที่ 2 ที่ รพ. Birendra Military Hospital ซึ่งเป็นโรงพยาบาลทหาร ในกรุงกาฐมาณฑุ โดยผลิตน้ำดื่มได้วันละ 6,000 ลิตร และน้ำดิบ 18,000 ลิตร/วัน ทั้งนี้ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายทหารเนปาลสนใจเรื่องการผลิตน้ำประปาสนามของทหารไทย ทางชุดทหารช่างประปาสนาม จึงสาธิตและฝึกอบรมการผลิตน้ำประปาสนามให้กับเจ้าหน้าที่ของเนปาลด้วย

พ.อ.หญิงศิริจันทร์กล่าวอีกว่า สำหรับชุดแพทย์เผชิญเหตุในวันนี้ ได้รับการแบ่งมอบภารกิจจาก MNMCC ให้เข้าบริการทางการแพทย์กับผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในหมู่บ้าน Bungamati เมือง Patan โดยเป็นการตั้งจุดบริการทางการแพทย์ตรวจรักษาและแจกจ่ายเวชภัณฑ์ 1 จุด และจัดชุดแพทย์เดินเท้าให้บริการทางการแพทย์อีก 2 ชุด ทั้งนี้การบริการทางการแพทย์ในแต่ละวันจะมีผู้มาใช้บริการประมาณ 200-300 คน/วัน

“องค์โสมฯ” ประทานผงกรองน้ำดื่ม

ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า โสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ รศ.ดร.นพ.พิชิต สุวรรณประกร รองประธานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เป็นผู้เชิญสิ่งของประทาน ได้แก่ ผงบำบัดน้ำดื่ม (P&G) จำนวน 120,000 ชุด ประทานผ่านกระทรวงสาธารณสุข นำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติแผ่นดินไหวที่ประเทศเนปาล โดยมี นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ รมช.สาธารณสุข เป็นผู้รับสิ่งของประทาน ทั้งนี้ผงทำให้น้ำดื่มสะอาดนี้ใช้ผสมในสัดส่วน 1 ซองต่อน้ำ 10 ลิตร จากนั้นกวนน้ำประมาณ 5 นาที ทิ้งให้ตกตะกอน 5 นาที ซึ่งจะเห็นว่าน้ำเริ่มใสขึ้น จากนั้นให้แยกตะกอนด้วยผ้าขาวบางและพักน้ำเอาไว้อีกประมาณ 20 นาที แล้วค่อยนำมาใช้อุปโภคบริโภค ซึ่ง นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า ทีมแพทย์จากไทยลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนเนปาลที่เมืองซิปปะกัต อ.ซินโฮปะช็อก ห่างจากเมืองหลวงมาก ซึ่งแนวโน้มสุขภาพของประชาชนพบว่ามีบาดแผลอักเสบติดเชื้อ และจากรายงานของทีมแพทย์พบว่าที่นั่นขาดแคลนแหล่งน้ำอุปโภค บริโภคเพราะระบบประปาเสียหาย เหลือเพียงแหล่งน้ำที่ไหลมาจากเทือกเขาเอเวอเรสต์เท่านั้น

ส่งแพทย์อาสาช่วยวัดไทย

ขณะที่ พล.อ.ต.นพ.อิทธพร คณะเจริญ รองเลขาธิการแพทยสภา กล่าวว่า ในวันที่ 2 พ.ค.นี้แพทยสภาจะส่งทีมแพทย์ซึ่งมีประสบการณ์ด้านภัยพิบัติจำนวน 4 คน ร่วมเดินทางไปเนปาลพร้อมคณะของมหาเถรสมาคม สำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ นำโดยพระเทพโพธิวิเทศ (วีรยุทธ์ วีรยุทฺโธ) เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา หัวหน้าพระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย-เนปาล ที่จะนำแพทย์อาสาไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเครือข่ายที่วัดไทยในเนปาล ซึ่งจะตั้งฐานช่วยเหลือ โดยเน้นการช่วยในระยะปานกลาง ซึ่งเป็นระยะหลังจากหน่วยทีมแพทย์สนามฉุกเฉินในภาวะภัยพิบัติ หรือเมิร์ท ของ สธ.ได้เข้าไปปฏิบัติการแล้ว เพื่อดูแลสุขภาพ รักษาการเจ็บป่วย โดยเชื่อมกับแพทย์เนปาล โดยทีมแรกที่ไปจะเป็นทีมประเมินสถานการณ์

เปิดรับบริจาคผ่านวัดบวรฯ

ด้านพระศากยวงศ์วิสุทธิ์ (อนิลมาน ธมฺม สากิโย) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ซึ่งเป็นพระสงฆ์ชาวเนปาล ได้เขียนข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว Anil Sakya ระบุว่าได้ขอให้พี่ชาย ซึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม ช่วยประสานกับรัฐบาลเนปาลและนายกรัฐมนตรีเนปาล เพื่อเปิดช่องทางของการช่วยเหลือจากประชาชนสู่ประชาชน เพิ่มเติมอีกช่องทางหนึ่งจากรัฐสู่รัฐที่มีอยู่ใน

ขณะนี้ ทางรัฐบาลเนปาลได้อนุมัติแล้ว ขณะเดียวกันสมเด็จพระวันรัต รักษาการเจ้าอาวาสวัดบวรฯ ได้บัญชาแต่งตั้งคณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเนปาล และได้เปิดบัญชีรับบริจาคในชื่อบัญชีว่า “น้ำพระทัยสมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศฯ เพื่อชาวเนปาล” ภายใต้มูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เลขบัญชี 008-2-51082-8 ธ.กสิกรไทย สาขาบางลำภู หรือบริจาคที่มูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย เพื่อนำไปช่วยผู้ประสบภัยถึงมือโดยด่วน เช่น การตั้งโรงทาน เพื่อทำอาหารพื้นเมืองที่ถูกปาก ถูกวัฒนธรรม ส่วนคณะญาติธรรมของตนได้จัดหาข้าวของตามที่ได้รับขอมาจากพื้นที่เสียหายจากเนปาล และเพื่อจัดส่งของและสิ่งของจำเป็นอื่นๆ อย่างด่วนไปในพื้นที่ที่เดือดร้อนอย่างหนัก โดยขณะนี้ได้จัดถุงบรรจุศพจำนวนหลายร้อยใบไปแล้ว

“พระสุเทพ” เปิดรับบริจาคด้วย

เช่นเดียวกับพระสุเทพ ปภากโร อดีตแกนนำ กปปส.กล่าวถึงกรณีเหตุแผ่นดินไหวที่ประเทศเนปาล ว่าทางมูลนิธิมวลมหาประชาชน (เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยชาวเนปาล) ได้เปิดบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาสุขุมวิท 6 เลขบัญชี 637-1-00544-5 เพื่อรับบริจาคเงินช่วยเหลือประชาชนชาวเนปาล หากผู้สนใจสามารถร่วมบริจาคได้ที่ธนาคารดังกล่าวตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ขณะที่เว็บไซต์พรรคประชาธิปัตย์ ได้ขึ้นข้อความ ขอเชิญชวนพี่น้องสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์และประชาชนร่วมกันบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยชาวเนปาล โดยโอนเงินไปยังรัฐบาล ผ่านบัญชี “หัวใจไทย ส่งไปเนปาล” ธนาคารกรุงไทย สาขาทำเนียบรัฐบาล หมายเลขบัญชี 067-0-10330-6

“มาร์ค” นำทีมมอบเงิน

ขณะที่ช่วงบ่ายวันเดียวกัน ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานมูล นิธิ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช พร้อมกรรมการมูลนิธิ นายบัณฑิต ศิริพันธุ์ นายวิทยา แก้วภราดัย นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู และนายสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ ร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวที่ประเทศเนปาล รวมเป็นเงิน 1.15 ล้านบาท ผ่านโครงการ “หัวใจไทย ส่งไปเนปาล” ของรัฐบาล โดยมี ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนรัฐบาลรับมอบ

บ.สิงห์มอบน้ำดื่ม 1 ล้านขวด

นอกจากนี้ ฝ่ายประชาสัมพันธ์บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด แจ้งว่าบริษัท บุญรอดฯ และมูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี ได้มอบน้ำดื่มสิงห์จำนวน 1 ล้านขวด และข้าวหอมมะลิพร้อมทานจำนวน 5 แสนชุด มูลค่ารวม 20 ล้านบาท ผ่านทางศูนย์รับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในประเทศเนปาล วัดสระเกศฯ เพื่อให้ทางศูนย์นำไปใช้ในการจัดตั้งครัวกลางที่วัดไทยในเนปาล เพื่อเป็นศูนย์กระจายความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยตลอดจนอาสาสมัครทีมกู้ภัยต่างๆจากประเทศไทย โดยมีพระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศ พระวิจิตร-ธรรมาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ และพระปัญญามูรติ พระสงฆ์จากเนปาล ร่วมเป็นผู้แทนรับมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ดังกล่าว

“บิ๊กตู่” แสดงความเสียใจกับเนปาล

ต่อมาเมื่อเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติว่า ในนามของรัฐบาลและประชาชนชาวไทยทุกคนขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเพื่อนชาวเนปาล และผู้ที่ได้รับความสูญเสียจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา ทำให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์ สินอย่างประเมินค่ามิได้ ในการนี้ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรม ราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ ให้ความช่วยเหลือพระราชทานเงินจำนวน 10 ล้านบาท และเบื้องต้นรัฐบาลได้มอบเงินช่วยเหลือแก่รัฐบาลเนปาลไปแล้ว 6 ล้านบาท ขณะนี้กำลังรวบรวมความช่วยเหลือต่างๆ ส่งไปช่วยต่อไป

ขอบคุณทุกส่วนร่วมบริจาค

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบกลางจำนวน 100 ล้านบาทใช้สำหรับในเรื่องของการขนส่ง การจัดส่งทีมแพทย์ ผ้าห่ม อาหาร เต็นท์พักอาศัย ยารักษาโรค อุปกรณ์ปฐมพยาบาล และน้ำดื่ม บุคลากร ทั้งคณะแพทย์ พยาบาล ช่างเทคนิคเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย ทีมพิสูจน์หลักฐาน ข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร แล้วก็ทีมสุนัขค้นหาไปแล้ว 1 เที่ยวบิน เป็นความจริงใจของรัฐบาลไทย และพี่น้องประชาชนคนไทยเพื่อช่วยเหลือประเทศเนปาล ตนได้บอกกับทูตเนปาลว่า เราในฐานะเป็นอาเซียนจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เราเป็นพันธมิตรที่ดีกันมาโดยตลอด ทั้งนี้การบริจาคมี 2 ช่องทาง คือ 1. ของกระทรวงมหาดไทยที่ศูนย์ดำรงธรรมทุกจังหวัดทั่วประเทศ หรือหน่วยทหารต่างๆ 2. บริจาคได้ที่ธนาคารกรุงไทยในนามบัญชี “หัวใจไทย ส่งไปเนปาล” หมายเลขบัญชี 067-0-10330-6 และขอขอบคุณทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ที่ร่วมแสดงน้ำใจ คนไทยเราไม่แพ้ชาติไหนในโลก

นักท่องเที่ยวยุโรปหายอื้อ

ต่อมาสำนักข่าวต่างประเทศเปิดเผยคำสัมภาษณ์ของนายเรนส์เย ทีริงค์ ทูตพิเศษสหภาพยุโรปประจำเนปาล ว่า เหตุแผ่นดินไหววิปโยคครั้งนี้ มีชาวยุโรปสูญหายไปอย่างน้อย 1,000 คน ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไปในพื้นที่จังหวัดลังตัง และจังหวัดลุคลา ทางภาคเหนือของเนปาล ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับนักไต่เขา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างเร่งด่วน เพราะนับตั้งแต่เกิดเหตุเมื่อวันที่ 25 เม.ย. ยังไม่ทราบข่าวคราวใดๆ จากนักท่องเที่ยวจำนวนดังกล่าวว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน หรือได้รับการอพยพออกจากพื้นที่แล้วหรือไม่

ญาติร่ำไห้รับศพ “น้องอีฟ”

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เมื่อค่ำวันเดียวกัน ที่อาคารสถานีตรวจรับสินค้า สนามบินสุวรรณภูมิ นายอาคม นางวีรุดา จีรวงศ์ไกรสร นางฟารีดา จีรวงศ์ไกรสร เบเกอร์ บิดามารดาและพี่สาวของ น.ส.มาริสา หรือน้องอีฟ จีรวงศ์ไกรสร ผู้ช่วยแพทย์สาวไทยที่เสียชีวิตจากหิมะถล่มบนภูเขา พร้อมกับญาติสนิทกว่า 20 คน เดินทางมารอรับศพน้องอีฟที่มากับสายการบินไทยเที่ยวบิน ทีจี 320 โดยพ่อแม่และพี่สาวของน้องอีฟยังอยู่ในอาการเสียใจ ร้องไห้กับการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักของครอบครัว ซึ่งทางญาติได้เตรียมรูปถ่ายและดอกกุหลาบเพื่อร่วมไว้อาลัย จากนั้น เวลา 20.50 น. ร่างไร้วิญญาณของน้องอีฟที่ถูกบรรจุในโลงศพสีดำ ก็ถูกนำส่งมาถึงจุดตรวจรับสินค้าของการบินไทย เพื่อนำขึ้นรถโรงพยาบาลสมิติเวช ทางนางวีรุดาได้ลุกขึ้นตามพร้อมร้องเรียกทั้งน้ำตาว่า “อีฟทำไมถึงทิ้งแม่ไป” อยู่ต่อเนื่อง ยิ่งทำให้บรรยากาศในขณะนั้นเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ญาติๆหลายคนต่างหลั่งน้ำตาออกมาพร้อมกันและได้นำดอกกุหลาบวางบนฝาโลงศพเพื่อแสดงความอาลัย

เก็บศพที่ รพ.สมิติเวช 3 วัน

ทั้งนี้ นายอาคมที่ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวด้วยเสียงสะอื้นและมีน้ำตาไหลออกมาเป็นระยะๆว่าขอบคุณคนไทยที่คอยส่งกำลังใจให้ครอบครัวตนมาตลอด ไม่คิดไม่ฝันว่าคนไทยจะชื่นชมกันมากขนาดนี้ เพราะอีฟไปในฐานะอาสาสมัครร่วมกับคณะของนักปีนเขา ซึ่งเป็นผู้หญิงอยู่เพียงคนเดียว แม้ตนจะเตือนไปแล้วว่ามีความเสี่ยง แต่เขาใจกล้าและมีความฝันที่จะนำธงชาติไทยไปปักบนยอดเขา อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากรับศพมาแล้ว ก็จะนำไปไว้ที่ รพ.สมิติเวชก่อนเป็นเวลา 3 วัน จากนั้นในวันที่ 6 พ.ค. จะมีพิธีบำเพ็ญกุศลทางศาสนาคริสต์ที่วัดมหาไถ่ฯ และวันที่ 7 พ.ค. จะมีพิธีสวดบังสุกุลที่วัดแก้วแจ่มฟ้า สี่พระยา ก่อนจะมีพิธีฌาปนกิจในวันเดียวกัน และแบ่งสถานที่เก็บอัฐิไว้ในไทยและสหรัฐอเมริกา

สาวโคราชเผยนาทีหนีตาย

นอกจากนี้ วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวยังได้รับการเปิดเผยจากนางเพ็ญจิต ฟิซโตเรซี่ และนายสก็อต เดวิด ฟิซโตเรซี่ สองสามีภรรยา ที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศเนปาลเมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยนางเพ็ญจิต อายุ 33 ปี ชาวเมืองโคราชเล่าเหตุการณ์ระทึกที่เพิ่งรอดตายมาได้ว่า ช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 25 เม.ย. ตนและสามีได้ไปเที่ยวชมพระราชวังในเมืองกาฐมาณฑุ ระหว่างที่อยู่ภายในบริเวณภายในอาคารพระราชวังชั้นที่ 1 เวลาประมาณ 11.56 น. เห็นนกพิราบจำนวนมากแตกตื่นบินหนี หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีก็เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงจนกระเบื้องหลังคาและอิฐพังหล่นลงมาจำนวนมาก นักท่องเที่ยวหลายร้อยคนที่กำลังเดินเที่ยวชมพระราชวังต่างแตกตื่นวิ่งหนีตายกันอย่างโกลาหล เสียงจากพื้นใต้ดินดังเหมือนฟ้าร้อง แผ่นดินสั่นสะเทือนไปมาเหมือนอยู่ในเรือที่กำลังโต้คลื่น ตนเห็นคนถูกกระเบื้อง อิฐ และเสาไม้ล้มทับต่อหน้าต่อตาแต่ไม่สามารถช่วยใครได้ สักพักก็เริ่มมีฝุ่นคลุ้งเต็มไปหมด ขณะนั้นตนคิดว่าคงไม่รอดแน่ และเริ่มคิดถึงพ่อแม่ รวมทั้งลูกสาว 2 คน อายุ 8 และ 4 ขวบ ที่อยู่ที่เมืองไทย แต่โชคดีที่ตนมองเห็นแสงลอดมาจากช่องประตู ตนกับสามีจึงรีบวิ่งหนีออกมาจากตัวอาคารได้และก็พบกับสภาพตัวอาคารพระราชวังพังเสียหาย และเมื่อกลับมาที่โรงแรมไม่สามารถเข้าห้องพักได้เพราะตัวอาคารแตกร้าวทั้งหลัง ทุกคนต้องมากางเต็นท์นอนบนสนามหญ้าหน้าโรงแรม ตนกับสามีอยู่ที่ประเทศเนปาลด้วยความยากลำบาก ร้านอาหารปิดทุกร้าน มีเงินก็ซื้ออะไรไม่ได้ ตนและสามีแทบไม่มีอะไรกิน มีเพียงน้ำและขนมปังเหลือติดกระเป๋ากินกันพอประทังชีวิต จนกระทั่งวันที่ 28 เม.ย. จึงมีเที่ยวบินเดินทางกลับประเทศไทยได้ ซึ่งเมื่อนึกย้อนหลังเหตุการณ์ รู้สึกโชคดีมากที่รอดชีวิตมาได้ หลังจากนี้ยังไม่กล้าไปเที่ยวต่างประเทศอีกแล้ว และอยากใช้เวลาอยู่กับลูกๆก่อน

6 นิสิต มศว ถึงไทยแล้ว

สำหรับนิสิตแพทย์ มศว 6 คน ประกอบด้วย น.ส.ธัญสุดา อรรถวิน หรือน้องไหม นายนฤดล นาคหาญ หรือโอ๋ นายวศิน ชัยวนนท์ หรือตั้ว น.ส.นวลจันทร์ เจียรพัทนรัก หรือตาล นายเจษฎา ศุภปีติพร หรือตี๋ และนายดนูวิทย์ ใจแก้ว หรือ ตูน ทั้งหมดอายุ 24 ปี เรียนอยู่ชั้นปี 4 คณะแพทยศาสตร์ ที่เดินทางไปปีนเขาโพคารา ประเทศเนปาล ตั้งแต่วันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา และขาดการติดต่อกับญาติๆ หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวก็ได้เดินทางกลับประเทศไทยแล้วเช่นกัน ด้วยสายการบินไทย เที่ยวบินทีจี 320 ซึ่งเที่ยวบินล่าช้ากว่ากำหนดเกือบ 2 ชั่วโมง โดยมีญาติมารอรับแต่ไม่ยอมให้สัมภาษณ์ใดๆ ซึ่งนายนฤดล หรือโอ๋ นาคหาญ กล่าวเพียงสั้นๆว่า ตอนเกิดเหตุกำลังปีนเขาอยู่กับเพื่อนที่เมืองโพคารา จึงไม่ได้รับแรงสั่นสะเทือน แต่เพราะไฟดับ สัญญาณมือถือไม่มีและอินเตอร์เน็ตล่ม จึงไม่รู้ว่าเกิดเหตุการณ์ขึ้น เมื่อผ่านไป 40 ชม. โทรศัพท์ ใช้งานได้เพื่อนจึงติดต่อกลับมาหาญาติที่เมืองไทยว่าทุกคนปลอดภัยดี ส่วนเมืองที่อยู่ไม่ได้ลำบากมีน้ำและอาหารปกติ จากนี้ถ้ามีโอกาสอาจจะกลับไปกันอีกเพราะยังไม่บรรลุเป้าหมาย

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้