วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เลือกหุ้นปันผลสูง–ผันผวนต่ำ!!

เลือกหุ้นปันผลสูง–ผันผวนต่ำ!!

  • Share:

มีบทวิเคราะห์ บล.เอเซียพลัสที่น่าสนใจ โดยมองการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ กนง. ทําให้ผลตอบแทนตราสารหนี้และดอกเบี้ยเงินฝากลดตํ่าลง เม็ดเงินจึงต้องวิ่งหาสินทรัพย์ลงทุนที่สร้างผลตอบแทนสูงกว่า

เอเซียพลัสระบุว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25% มาสู่ 1.50% ในการประชุมเมื่อวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา นับเป็นเรื่องที่ผิดจากความคาดหมายและส่งผลทําให้ Bond Yield อายุ 1 ปี ปรับลดทันทีมาอยู่ที่ 1.58%

ขณะที่ในช่วงกว่า 2 เดือนครึ่งที่ผ่านมา ดัชนีได้ปรับฐานลงมาราว 6% สถานการณ์ดังกล่าวทําให้ Market Earning Yield Gap ซึ่งคํานวนจาก Market Earning Yield (EPS/SET Index) ลบด้วย Bond Yield 1 ปี ขยายกว้างขึ้นจากระดับที่ต่ำกว่า 3% มาอยู่ที่เหนือ 4% ใกล้เคียงระดับปกติที่อยู่ในช่วง 4-5% องค์ประกอบดังกล่าวน่าจะทำให้เริ่มเห็นแรงซื้อบางส่วนเข้ามาจากกลุ่มนักลงทุนระยะยาว ที่หวังผลตอบแทนที่สูงขึ้นหลังจาก Investment Asset ต่างๆ ให้ผลตอบแทนที่ต่ำมากเกินไป โดยหุ้นที่น่าสนใจจะให้นํ้าหนักไปกลุ่มที่มี Dividend Yield สูงกว่า 4% มีความผันผวนของราคาตํ่า (Beta ไม่เกิน 1 เท่า)

ซึ่งหากไม่นับรวม Property Fund อย่าง POPF, CPNRF, SPF และ TFUND หุ้นเด่นได้แก่ KGI, TVO, ASK, MBKET, TMT, BTS และ INTUCH ซึ่งภายใต้สถานการณ์ที่อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มลงเลือก ASK เป็น Top Pick ให้มูลค่าพื้นฐาน 30.10 บาท

เอเซียพลัสยังระบุว่า เงินบาทที่อ่อนค่าลงถือว่าดีต่อการส่งออกแต่อาจเร่งเงินทุนไหลออก โดยนับตั้งแต่ต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้นรวมกว่า 7.8 พันล้านเหรียญ โดยกระแสเงินไหลจากตลาดหุ้นอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์เข้าสู่ตลาดหุ้น ฮ่องกง ไต้หวัน เกาหลีใต้ และจีน ซึ่งมีค่า current PER เพียง 11-14 เท่า

ขณะที่ตลาดหุ้นไทยเองก็เริ่มเห็นแรงขายออกมาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน หลังหลายฝ่ายมีมุมมองต่อเศรษฐกิจไทยเชิงลบมากขึ้น แม้ล่าสุด กนง. จะลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เชื่อว่ายังต้องใช้ระยะเวลาอีกพอสมควรกว่าจะเห็นผล นอกจากนี้ การที่เงินบาทอ่อนค่า แม้เป็นผลดีต่อภาคส่งออก แต่อาจเป็นตัวเร่งให้เกิดการไหลออกของเงินทุน

จึงน่าเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ตลาดปรับขึ้นไปอย่างจำกัด!!

อินเด็กซ์51

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้