วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แกนนำ นปช. จ่อฟ้อง ศาลปกครอง กรณีกสทช.สั่งพีซทีวีจอมืด

แกนนำ นปช. จ่อฟ้อง ศาลปกครอง กรณีกสทช.สั่งพีซทีวีจอมืด

  • Share:

แกนนำ นปช.ดาหน้าแถลงข่าว ขอสู้ตามกระบวนการยุติธรรม จ่อฟ้อง กสทช.ต่อศาลปกครอง กรณีจอมืดพีซทีวี ชี้ ไม่ได้รับความเป็นธรรม ย้ำ รายการไม่ได้เป็นภัยต่อความมั่นคงตามที่ถูกกล่าวหา  

วันที่ 1 พ.ค. ที่สถานีพีซทีวี ห้างอิมพีเรียลลาดพร้าว นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. นางธิดา ถาวรเศรษฐ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ แกนนำนปช. พร้อมกับผู้บริหารพีซทีวีแถลงข่าวถึงกรณี กสทช.เพิกถอนใบอนุญาตการออกอากาศสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมพีซทีวี

โดยนายจตุพร กล่าวว่า กสทช.ทำหนังสือมายังพีซทีวีโดยอ้างเรื่องโทษทางปกครอง โดยว่า กสท. กสทช. ได้รับเรื่องร้องเรียน รายการมองไกล เมื่อ 18 เม.ย. ขัดกฎหมาย กสทช.มาตรา 37 ประกาศ คสช. 97/2557 และ 103/2557 โดยช่วงนาทีที่ 15 ที่อ้างว่า มีปัญหาต่อความมั่นคงนำมาสู่การปิดพีซทีวี ตนพูดในรายการครั้งนั้นว่า ‘อย่ามองคนเห็นต่างเป็นศัตรู บรรยากาศบ้านเมืองจะมีความน่ารักมากกว่านี้ ไม่ใช่พอพูดแบบนี้จะหาเรื่องปิดโทรทัศน์กันอีก’ อยากให้เสียงนี้ได้ยินไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ ว่า ในนาที 15 ที่พูดไปมีปัญหา ซึ่งคำนี้เป็นคำที่กระทบกระเทือนของชาติที่ร้ายแรงหรือ และในนาที 20 มีการอุปโลกน์ ยกเมฆ ทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสน โดยตนไม่ได้พูด แต่มีการยัดเยียดว่า พูดถึงเหตุการณ์วางระเบิดเกาะสมุยและเหตุไฟไหม้สหกรณ์โคออป จ.สุราษฎร์ธานี ‘เป็นการสร้างสถานการณ์ของฝ่ายบ้านเมืองและนักการท้องถิ่น เพื่อใส่ร้ายคนเสื้อแดง’ ซึ่งเป็นข้อความที่ตนไม่ได้พูด รีบถอดคำพูดจนตกคำว่า ‘เมือง’ เป็น ‘นักการท้องถิ่น’

นายจตุพร กล่าวว่า ข้อความนาที 15 และ 20 ถามว่า มีข้อความใดเป็นภัยร้ายแรง เป็นภัยมั่นคง สร้างความแตกแยกในราชอาณาจักร ถามว่า ข้อความเหล่านี้ประเทศไทยจะไปอธิบายกับนานาชาติได้อย่างไร ที่บอกอย่ามองคนเห็นต่างเป็นศัตรู ถือเป็นการสร้างความแตกแยก ยุยงปลุกปั่น เป็นภัยต่อราชอาณาจักรอย่างนั้นหรือ โดยคนที่ทำหนังสือมาแจ้ง แล้วเลขาธิการ กสทช.เห็นว่า เป็นการยั่วยุ สร้างความแตกแยกอย่างไร ถ้าอยากจะปิดก็บอกมาดีๆ ก็ได้ แต่มีเหตุอะไรต้องปิดทั้งสถานี ทั้งที่เป็นภาคเอกชน มีพนักงานกว่า 100 ชีวิต ที่อ้างเหตุระเบิดเกาะสมุยและสหกรณ์โคออป ก็เป็นข้อความอันเป็นเท็จ เมื่อเท็จจึงไม่เข้ากฎหมายมาตรา 37 ของกสทช. และประกาศคสช. 97/2557 และ 103/2557

“การปิดสถานีเป็นไปอย่างไม่ยุติธรรม ขอยกกลอนศรีปราชญ์ ธรณีนี่นี้เป็นพยาน เราก็ศิษย์มีอาจารย์หนึ่งบ้าง เราผิดท่านประหาร เราชอบ เราบ่ผิด ท่านมล้าง ดาบนั้นคืนสนอง และการที่ กสทช.เอาเหตุการณ์สุราษฎร์ธานี มาปิดโดยข้อความอันเป็นเท็จ จากนี้ไปจะใช้ช่องทางกฎหมายกับ 4 บุคคล และเลขาฯกสทช. โดยทางสถานีจะสู้กันในทางศาลปกครอง และสิ่งที่ได้เห็นตลอดระยะเวลา คือ ฝ่ายที่ใช้อำนาจ ไม่ว่าเป็นองค์กรใดก็ตาม เราได้รับความอยุติธรรมอยู่เสมอ แค่ถ้อยคำเหล่านี้ต้องทำลายคนกว่า 100 ชีวิต ทำลายความสุขเดียวของพี่น้องประชาชนที่ได้ฟังรายการ” นายจตุพร กล่าว

นายจตุพร กล่าวว่า อะไรที่คิดว่า มีอำนาจแล้วทำได้ ไม่ใช่ ถ้าการใช้อำนาจโดยมิชอบ แม้มีอำนาจ ผมก็ใช้ช่องทางกฎหมายโดยไม่ไหวหวั่น เพราะฉะนั้นการต่อสู้ทางศาลปกครอง ในวิกฤติย่อมมีสิ่งดีและโอกาสอยู่เสมอ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ขบวนการประชาธิปไตยเรายังไม่แข็งแรงในโลกโซเชียลมีเดียล สถานีแห่งนี้ยังอยู่ครบและทำหน้าที่เหมือนเดิม จะเผยแพร่ผ่านยูทูบ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม บ็อกซ์ และทุกวิถีทาง การเคลื่อนไหวของ นปช. ก็ยังดำเนินการต่อ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงความเห็น ไม่เห็นด้วยต่อรัฐธรรมนูญ การสร้างความเจ็บช้ำให้ประชาชนเจ็บปวดหรือจะบีบบังคับให้เราออกมาต่อสู้ ทั้งที่เราอยู่อย่างเจียมตัว สู้นั้นสู้อยู่แล้วถ้ามีลมหายใจกัน แต่จะเดินหากระบวนการยุติธรรม ไม่นอนรอวันตาย จะเดินหาความยุติธรรมทุกที่ เมื่อปิดสถานี ปิดทุกช่องทาง โลกโซเชียลมีเดียมีกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง ไม่ทราบว่า ผู้นำประเทศมีความรู้สึกอย่างไร กับถ้อยคำเหล่านี้ หลังจากบอกประเทศไทยมีประชาธิปไตย 99.99 เปอร์เซ็นต์ เป็นประชาธิปไตยกว่ารัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง แต่เจอถ้อยคำ อย่ามองคนเห็นต่างเป็นศัตรู กับบอกกระทบต่อความมั่นคงจนปิดสถานีโทรทัศน์ ไม่ทราบใครเป็นเสนาธิการหรือใครรายงานให้ ไม่ทราบว่ายูเอ็น หรือทูตในประเทศ จะมีความรู้สึกอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่บอกว่า ไม่มีใคร ปิดแผ่นฟ้าด้วยฝ่ามือ ที่สำคัญที่สุด การจะเบี่ยงเบนความสนใจในบรรยากาศที่ประชาชนท้องหิวไม่ได้ทำได้ง่ายๆ

ประธาน นปช.กล่าวอีกว่า ทุกวิกฤติ คือ ยาชูกำลังที่ปลุกให้เรามาต่อสู้ เมื่อเริ่มที่ความไม่ยุติธรรม ความปรองดองถูกตีความว่าไม่ปรองดอง บ้านเมืองเดินหน้าไปได้ยาก เราไม่ใช่แมงเม่าจะเข้ากองไฟ เรารู้ควรทำอย่างไร อย่าวิตก เมื่อกล้าปิดพีซทีวีก็ต้องกล้ายืนทายท้าเช่นกัน หนทางจากนี้จะปรับสภาพ เดินหน้าไปข้างหน้า ชุดเตรียมการก็ปฏิบัติการเพื่อเข้าไปสู่ในโซเชียลมีเดีย ไม่หนักกว่าสิ่งที่เราเคยผ่าน เพื่อจะบอกว่า ฝ่ายประชาชน ประชาธิปไตย ฆ่าอย่างไรก็ไม่มีวันหมด ไม่มีวันจบ เราเชื่อว่าการยืนในแนวทางที่ถูกต้อง ไม่ทรยศวีรชนที่ได้ล่วงลับไป เป็นหน้าที่ของพวกเราที่ต้องเดินหน้าต่อไป

นายจตุพร ให้สัมภาษณ์อีกว่า การปิดพีซทีวี หลังจากร้องเรียนไปยังองค์กรต่างๆ ในประเทศแล้ว จะร้องเรียนไปยังองค์กรนานาชาติ

ต่อมา นางธิดา ถาวรเศรษฐ แกนนำ นปช.กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเราไม่ได้ต่อสู้เพื่อคนใดคนหนึ่ง แต่ต่อสู้เพื่ออิสระเสรีภาพของสื่อมวลชน เราพยายามทำหน้าที่ของสื่อให้ดีที่สุดภายใต้กฎกติกา และต่อสู้ในฐานะจุดยืนประชาชน เราไม่ใช่สถานีบันเทิง กีฬา เราเป็นสถานีทั่วไปเน้นการเมือง ที่เลือกข้างในฝ่ายประชาธิปไตย ข้างประชาชน ไม่ใช่เลือกในข้างของผู้มีอำนาจคนใดคนหนึ่ง เลือกประชาชนจึงถือว่าเป็นข้างที่ถูกต้อง กสทช.ทำสิ่งที่ผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงที่ลงดาบนี้ ประวัติศาสตร์จะจารึกว่า ที่ท่านลงดาบนี้ด้วยเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น ทั้งในแง่ความมั่นคง ความถูกต้องและในทางปฏิบัติ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการนปช. ให้สัมภาษณ์ว่า การที่พีซทีวีฟ้องศาลปกครอง เพราะหวังพึ่งให้พิจารณาว่า มติที่ กสทช.พิจารณาปิดพีซทีวีชอบด้วยกฎหมาย หรือไม่ สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องการเมือง ขอสื่อสารไปถึงผู้มีอำนาจว่า การกระทำที่ปรากฏอยู่ คงไม่สามารถนำพาบ้านเมืองไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย เกิดความปรองดองได้ แต่สะท้อนให้เห็นเจตนาที่แท้จริง เพื่อสร้างปมขัดแย้งเพื่อดำรงอยู่ในอำนาจให้ยาวนาน หรือไม่ เนื้อหาสาระรัฐธรรมนูญก็ดูเหมือนจะทำให้เกิดความวุ่นวาย การปิดพีซทีวี ก็หวังจะให้เกิดแรงกระเพื่อมในฝั่งประชาชน ถ้าเป็นเกมการเมืองเพื่อรักษาอำนาจท่าน คงจะมาใช้กับพวกเราไม่ได้ เราจะไม่ออกไปสู้รบปรบมือกับผู้มีอำนาจ แต่จะทำข้อเท็จจริงให้ปรากฏต่อสาธารณะ

“สู้กับอำนาจพิเศษคงไม่ไปหักล้างกันด้วยกำลัง แต่จะต่อสู้ด้วยเหตุผล ความชอบธรรม สิ่งที่ท่านทำจะมาทำลายสิ่งที่เรายืนหยัดไม่ได้ แม้ท่านต้องการประกาศศึก แต่ศึกนี้จะไม่เกิด เราจะสู้โดยไม่เผชิญหน้า ไม่ใช้กำลัง” นายณัฐวุฒิ กล่าว

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า ที่มองว่าเรากำลังจะพิจารณาเปิดช่องทีวีใหม่นั้น อย่างที่ได้บอกเรื่องนี้เป็นเรื่องการเมือง คงไม่ใช่แค่เปลี่ยนหัวเป็นช่องอื่นแล้วจะออกอากาศได้ง่ายๆ สถานการณ์นี้ เป็นการตั้งต้นของเกมใหญ่ของผู้มีอำนาจที่กำลังถืออยู่ก็ได้

มีรายงานว่า ขณะที่บรรดาแกนนำ นปช.กำลังร่วมแถลงข่าวในห้องออกอากาศ บริเวณประตูด้านนอกของพีซทีวี มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ร.12 นับ 10 นาย มาเจรจากับผู้ดูแลสถานที่ของพีซทีวี ขอร้องไม่ให้มีการให้สัมภาษณ์บริเวณทางเดินด้วย

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้