วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กรมทรัพย์สินทางปัญญา ผิดหวังมะกันคงอันดับพีดับเบิลยูแอลเมืองไทย

กรมทรัพย์สินทางปัญญา ผิดหวังมะกันคงอันดับพีดับเบิลยูแอลเมืองไทย

  • Share:

กรมทรัพย์สินทางปัญญา ผิดหวังมะกันคงอันดับ PWL ทั้งที่แก้ปัญหาละเมิด ป้องกัน และปราบปรามอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะแก้กฎหมายตามที่ USTR ต้องการ แต่สหรัฐฯ ยังไม่พอใจ อ้างไทยแก้กฎหมาย และบังคับใช้ไม่เข้มข้น...

เมื่อวันที่ 1 พ.ค.2558 นางมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวถึงกรณีที่สหรัฐฯ ประกาศคงอันดับไทยในบัญชีประเทศที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ (พีดับเบิลยูแอล) ด้านทรัพย์สินทางปัญญา ตามมาตรา 301 พิเศษ กฎหมายการค้าสหรัฐฯ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 หรือตั้งแต่ปี 50 ว่า สาเหตุที่สหรัฐฯ ยังคงจัดให้ไทยอยู่ในอันดับเดิม เพราะสหรัฐฯ อ้างว่า การแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินทางปัญญาของไทยยังไม่เข้มข้น การบังคับใช้กฎหมายยังไม่เข้มข้น ในเรื่องเกี่ยวกับยา ไม่ให้สหรัฐฯ ซึ่งเป็นเจ้าของสิทธิบัตรแสดงความคิดเห็นในการแก้ไขกฎหมาย เป็นต้น

”ก่อนการประกาศผลในปีนี้ กรมฯ หวังว่า ยูเอสทีอาร์จะจัดให้ไทยอยู่ในอันดับที่ดีขึ้น เพราะที่ผ่านมา ไทยแก้ไขปัญหา และปราบปรามการละเมิดอย่างเต็มที่ และทำมากแล้ว โดยเฉพาะการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ให้ครอบคลุมถึงการป้องกันการละเมิดบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และป้องกันการแอบถ่ายในโรงภาพยนตร์ ตามที่สหรัฐฯต้องการแล้ว” อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าว

นางมาลี กล่าวอีกว่า แต่เมื่อผลออกมาเช่นนี้ น่าจะเป็นเพราะ สหรัฐฯต้องการกฎหมายที่แก้ไขใหม่มีผลบังคับใช้เร็วที่สุด จากที่ขณะนี้กว่าจะมีผลบังคับใช้ในอีก 180 วัน หรือ 60 วันภายหลังการประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา ส่วนการการลักลอบแอบถ่าย สหรัฐฯ ต้องการไม่ให้ผู้ชมนำโทรศัพท์มือถือเข้าไปในโรงหนังด้วย ซึ่งเป็นไปไม่ได้ในทางธุรกิจ ส่วนการเอาผิดกับเจ้าของสถานที่ที่ปล่อยให้มีการขายสินค้าละเมิด เคยชี้แจงว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะบางครั้งเจ้าของสถานที่ไม่รู้ว่าผู้เช่าจะขายสินค้าละเมิด หากจะจับและเอาผิดจะไม่ยุติธรรม แต่ก็มีกฎหมายที่จะเอาผิดทางอาญาได้อยู่แล้ว

อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม แม้สหรัฐฯยังไม่พอใจการแก้ปัญหาการละเมิดของไทย แต่ตัวแทนเจ้าของสิทธิ์สินค้าแบรนด์เนมดังๆ ของยุโรปหลายรายพึงพอใจมาก และยังชี้แจงกับตนว่า ปีนี้ไทยน่าจะถูกจัดให้อยู่ในบัญชีที่ดีขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งไม่ทำให้เกิดผลกระทบทางการค้ากับสหรัฐฯ แน่นอน แต่อาจทำให้ภาพลักษณ์ของเสียหายบ้างเท่านั้น.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้