วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
คาด ศพโรฮิงญา ที่ปาดังฯลอบเข้าเมืองส่งต่อมาเลย์ แล้วป่วยตาย (ชมคลิป)

คาด ศพโรฮิงญา ที่ปาดังฯลอบเข้าเมืองส่งต่อมาเลย์ แล้วป่วยตาย (ชมคลิป)

  • Share:

พบแคมป์แรงงานเข้าเมืองผิดกฎหมายในพื้นที่ปาดังเบซาร์ จ.สงขลา พบหลุมศพกว่า 30 หลุม คาดเป็นศพชาวโรฮิงญาเหยื่อค้ามนุษย์และถูกนำตัวเข้ามาในไทยก่อนลอบเข้าประเทศมาเลเซีย รัฐเปอร์ลิส แต่ขาดสารอาหารจนป่วยและเป็นไข้ป่าเสียชีวิตจำนวนมาก

เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 58  พ.ต.อ.วีระสัณห์ ธารเปี่ยม ผกก.สภ.ปาดังเบซาร์ จ.สงขลา ได้รับการประสานงานจาก พ.ต.อ.อดิพัฒน์ กรึงไกร ผกก.สส.ภ 8 ว่า พบชาวโรฮิงญาป่วยหนักและพบศพชาวโรฮิงญา 1 ศพ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 48 ชั่วโมง บริเวณเดียวกันพบหลุมฝังมีศพจำนวนมาก คาดว่าน่าจะเป็นศพชาวโรฮิงญา บริเวณบนเทือกเขาแก้ว หมู่ 7 บ้านตะโล๊ะ ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา หลังรายงาน พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย รอง.ผบก.ภ 9 และ พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร ผบก.ภ.สงขลา พร้อมขอกำลังทหารจากร้อย ร 5021 กำลัง ตชด.437 พร้อมฝ่ายปกครองอำเภอสะเดา และเจ้าหน้าที่กู้ภัยไม้ขม เทศบาลเมืองสะเดา และเทศบาลเมืองปาดัง การเดินทางไปจุดเกิดเหตุตามเส้นทางเลียบชายแดนถนนสายปาดังเบซาร์-บ้านตะโล๊ะ ห่างจากเทศบาลเมืองปาดังเบซาร์ประมาณ 15 กม. และต้องเดินทางเท้าขึ้นเขาสูงชันเป็นระยะทางกว่า 3 กม. อย่างทุรกันดาร

จนท.ชี้จุดหลุมศพ ชาวโรฮิงญา ที่เตรียมส่งไปประเทศที่3 แล้วเกิดป่วยตายเสียก่อน

บริเวณบนยอดแก้วพบแคมป์ที่พักไม้ไผ่กั้นผ้าใบและผ้าพลาสติก คามุงเต็นท์ขนาดใหญ่จำนวน 39 เต็นท์ มีโรงเรือนนอน 30 เต็นท์ โรงครัว 5 เต็นท์ และห้องน้ำ เจ้าหน้าที่ทหารจากร้อย ร5021 เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานกว่า 50 คน เข้าเก็บรายละเอียด และได้พบศพชาวโรฮิงญา 1 ศพ คาดว่าเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 2 วัน และพบชาวโรฮิงญา ป่วยหนักเจ้าหน้าที่เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลปาดังเบซาร์ ทั้งนี้มีชาวโรฮิงญาเหลือรอดชีวิตอยู่ 1 คน เจ้าหน้าที่ได้กันตัวไว้

ห่างกันประมาณ 100 เมตร พบที่ฝังศพจำนวน 30 หลุม มีหลุมรอยขุดใหม่ๆ พร้อมเสาไม้ไผ่ปักเป็นมุม 4 เหลี่ยม ในเนื้อที่ขนาด 1 เมตร คูณ 2 เมตร บนสันเขากว้าง 200 ตารางเมตร คาดว่าน่าจะทำพิธีฝังศพตามแบบมุสลิม

ภายหลัง พล.ต.ต.เอกภพ รอง.ผบก.ภ.9 และ พล.ต.ต.อำพล  ผบก.ภ.จ.สงขลา มาถึงที่เกิดเหตุเร่งประชุมด่วนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่กู้ภัย จำนวน 100 คน ทำการขุดหลุมที่พบทั้งหมด เจ้าหน้าที่สามารถขุดได้เพียง 4 หลุม นำศพขึ้นมา 4 ศพ แต่ไม่สามารถระบุชัดว่าได้เสียชีวิตแล้วกี่วัน ศพจำนวนมากมีทั้ง เหลือเพียงกระดูก บ้างเน่าเฟะ แต่ทุกศพห่อด้วยผ้าขาวเรียบร้อยแล้ว

กระทั่งรอง ผบก.ภ 9 สั่งให้ยุติการขุด เนื่องจากว่า เป็นไปได้ยากที่จะนำศพไปชันสูตรที่โรงพยาบาล และการขนศพจำนวนมากนั้นมีลำบาก เบื้องต้นคาดว่าใช้วิธีนำทีมแพทย์มาทำการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล และสาเหตุการเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ พร้อมจัดกำลังเฝ้าไว้ตลอดคืน

จนท.รอพิสูจน์ศพที่อยู่ในห่อผ้า ว่าใช่ชาวโรฮิงญา หรือไม่

ในวันเดียวกันนี้ พล.ต.ต.เอกภพ และ พล.ต.ต.อำพล ร่วมกันแถลงข่าวว่า ขณะนี้พบศพแล้ว 1 ศพ และยังพบหลุมศพที่คาดว่าผู้เสียชีวิตชาวโรฮิงญาที่น่าจะป่วยตาย เนื่องจากขาดสารอาหารและไข้ป่า และบริเวณแคมป์นี้เป็นแหล่งที่พักชาวโรฮิงญา ที่ขบวนการค้าแรงงานเถื่อนสร้างเพื่อนำชาวโรฮิงญาลักลอบเข้าประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่จากบริเวณที่ตั้งเต็นท์เดินเท้าไปเพียง 300 เมตร เข้าเขตแดนประเทศมาเลเซีย รัฐเปอร์ลิส

จากการสืบสวนของ ตร.ภาค 8 และภาค 9 เชื่อว่า มีชาวโรฮิงญาลักลอบผ่านจากประเทศพม่า โดยใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน ส่วนโรงเรือน 39 จุด คาดว่าขบวนการค้ามนุษย์สร้างสถานที่นี้ ใช้เป็นจุดพักหลบซ่อนก่อนนำส่งแรงงานเถื่อนมานานและทำเป็นขบวนการ จะต้องสืบสวนสอบสวนตัวผู้อยู่เบื้องหลังอีกที

สภาพเพิงพักพิง ชาวโรฮิงญา ก่อนถูกส่งต่อไป ประเทศ ที่ 3

ด้าน พ.ต.อ.อดิพัฒน์ ผกก.สส.ภ.8 กล่าวว่า สาเหตุที่ได้ติดตามถึงแคมป์ที่พักขบวนการค้ามนุษย์บนเทือกเขาแก้ว ต.ปาดังเบซาร์ได้นั้น เนื่องจากขยายผลการสืบสวนจับกุมขบวนการค้ามนุษย์ที่ อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช เมื่อเดือนก่อน โดยชาวโรฮิงญาให้ข้อมูลว่า ยังมีกลุ่มของพวกตนโดนกักขังอยู่บนเทือกเขาแก้ว บ้านตะโล๊ะ ต.ปาดังเบซาร์ จำนวนมาก เร่งประสานขอกำลังตำรวจท้องที่ทำการตรวจสอบดังกล่าว.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้