วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ความงามของการรอคอย เมื่อพระอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพ ภูเก็ต

ความงามของการรอคอย เมื่อพระอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพ ภูเก็ต

  • Share:

คุ้มค่ากับการรอคอย เจ้าของภาพบอกและย้ำว่า ถ้าเปรียบเป็นการรอคอย 'เค้ก' หรือ 'อาหาร' จากมือเชฟ เลอ กอร์ดอง เบลอ หรือ เชฟมิชลินระดับ 6 ดาว ปรุงอาหารมาให้กิน ไม่ว่าจะรอคอยอาหาร หรือ ขนมจานเด็ดนานสักแค่ไหน แค่ได้กลิ่นความหอมลอยฉุยออกจากเตามันก็มีความสุขมากระหว่างรอ

'แหลมพรหมเทพซึ่งอยู่ใต้สุดของเกาะภูเก็ต คือจุดชมอาทิตย์ตกก่อนใคร ที่สวยที่สุดในเมืองไทย....'

ภาพเล่าเรื่อง ณัฐภูมิ คงถิ่น ช่างภาพไทยรัฐออนไลน์ฝีมือดี เก็บภาพมาจากแหลมพรหมเทพ จังหวัดภูเก็ต มาให้ชมกัน เป็นภาพเซตสวยๆ ที่สื่ออารมณ์ และเล่าความหมายของตัวมันได้ดีมากภาพที่ไม่ใช่แค่ดูแล้ว 'สวย' ก็จบกันไป.

มุมสูง
มุมสวย
ล้อเล่นกับแสง
บรรยากาศด้านล่าง
สวยงามมาก
บรรยากาศแห่งการรอคอย
ผู้คนมากมาย
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำแหลมพรหมเทพ
ธรรมชาติใกล้หลับใหล
แหลมพรหมเทพมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมากันอย่างหนาแน่น
ขาวดำก็สวยไปอีกแบบ
ศาลที่สักการะของผู้คน
พระอาทิตย์จะลับขอบฟ้า
จังหวะพอเหมาะภาพที่สมบูรณ์
พระอาทิตย์ทอแสงน้อยใกล้ลับขอบฟ้า
งดงามเกินบรรยาย

**รู้ไว้ใช่ว่า**

เว็บไซต์การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยระบุว่า แหลมพรหมเทพ เป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของภูเก็ตเป็นแหลมที่อยู่ทางตอนใต้สุดของเกาะภูเก็ต ชาวบ้านเรียกกันว่าแหลมเจ้า อยู่ห่างจากหาดราไวย์ประมาณ 2 กิโลเมตร แหลมพรหมเทพเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากบรรดานักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศ ในเวลาอาทิตย์อัสดงยามเย็นนั้นเป็นเวลาที่จะมีผู้มาชมอาทิตย์ลับขอบฟ้าก่อนที่ขอบฟ้าสีทองค่อยๆ เลื่อนลงเลือนหายไปพร้อมกับดวงอาทิตย์

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคม ที่จะมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมากันอย่างหนาแน่นเป็นพิเศษ แหลมพรหมเทพเป็นแหลมที่อยู่ตอนใต้สุดที่สองของเกาะภูเก็ต ชาวบ้านเรียกว่า แหลมเจ้า ซึ่งจากริมหน้าผามีแนวต้นตาลลาดลงสู่ปลายแหลมที่เป็นโขดหินที่สามารถเดินไปจนถึงปลายแหลมไปพร้อมกับวิวน้ำทะเลสีเขียวมรกต และสามารถเห็นเกาะแก้วอยู่ทางด้านหน้าแหลมทางขวาจะเห็นแนวหาดทรายของหาดในหาน หากมองออกไปอีกไม่ไกลคงไม่อาจคลาดสายตาไปได้จาก “ประภาคารกาญจนาภิเษก แหลมพรหมเทพ” ที่ตั้งตระหง่านท่ามกลางแหลมที่ล้อมด้วยหาดทรายชายทะเลสีเขียวมรกตแห่งนี้

ประภาคารแห่งนี้ได้สร้างขึ้นเนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี มีขนาดความกว้างที่ฐาน 9 เมตร สูง 50 ฟุต โดยจะมีแสงไฟจากโคมของประภาคารที่สามารถมองเห็นได้ไกลในระยะถึง 39 กิโลเมตร สำหรับภายในประภาคารก็สามารถเข้าไปเยี่ยมชมงานแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติการสร้างประภาคาร การรักษาเวลามาตรฐาน การคำนวณและแสดงเวลาที่ดวงอาทิตย์ขึ้น ส่วนที่ยอดบนสุดของประภาคารนั้นก็ได้รับความนิยมเป็นจุดชมวิวแบบ “พาโนรามา” ที่งดงามอันเป็นความทรงจำที่ยากจะลืมได้ของนักท่องเที่ยวอีกด้วย

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้