วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
"ฮาบิโตะ" คอมมูนิตี้ รีเทล แนวคิดใหม่

"ฮาบิโตะ" คอมมูนิตี้ รีเทล แนวคิดใหม่

  • Share:

กระแสการเดินหน้าขยายธุรกิจของบริษัทยักษ์ใหญ่ของเมืองไทย เพื่อดำเนินธุรกิจในประเภทอื่นๆ ที่มีความหลากหลายมากขึ้น หรือเป็นธุรกิจที่มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับธุรกิจเดิมที่ดำเนินการอยู่ กำลังเป็นกระแสที่หลายบริษัทเล็งปักหมุดขยายอาณาจักรกันอย่างไม่มีใครยอมน้อยหน้ากัน

โดยหนึ่งในนั้นคือบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แถวหน้าของเมืองไทยอย่าง “แสนสิริ” ที่มาวันนี้ได้รุกแตกไลน์ธุรกิจมาเปิด “คอมมูนิตี้ รีเทล” ภายใต้แนวคิด “The Heart of Good Living” ในแบบฉบับเฉพาะตัวของแสนสิริ มั่นใจผงาดศูนย์กลางการอยู่อาศัยและการใช้ชีวิตที่ดี ใจกลางกรุง

นายอภิชาติ จูตระกูล ประธานอำนวยการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัท ได้ขยายไลน์เปิดตัวธุรกิจประเภท “คอมมูนิตี้ รีเทล” ภายใต้ชื่อ “ฮาบิโตะ” (Habito) มูลค่าโครงการ 400 ล้านบาท ซึ่งเป็นอีกหนึ่งธุรกิจใหม่ต่อเนื่องจากการเปิดตัวธุรกิจโรงแรมเมื่อปีที่ผ่านมา เพราะบริษัทมองว่าจะช่วยส่งเสริมธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทได้เป็นอย่างดี

โครงการ “ฮาบิโตะ” ประกอบด้วยพื้นที่ขนาด 10,000 ตารางเมตร (ตร.ม.) ตั้งอยู่บนพื้นที่ 4 ไร่ของทำเลสุขุมวิท 77 หรือ ที 77 สามารถเดินทางเข้าออกได้โดยสะดวกทั้งทางสุขุมวิท 71 และสุขุมวิท 77 โดยในโครงการฮาบิโตะจะประกอบด้วยร้านค้าจำนวน 32 ร้าน ซึ่งมีขนาดร้านค้าตั้งแต่ 35 ตร.ม.จนถึง 700 ตร.ม. เพื่อให้เหมาะสมกับประเภท อาทิ ธุรกิจร้านอาหาร คาเฟ่ เสริมความงาม ร้านขายยา co-working space เป็นต้น ทั้งนี้ โครงการฮาบิโตะมีกำหนดแล้วเสร็จ และพร้อมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในเดือน พ.ย.2558

“จุดเด่นของฮาบิโตะ คือ จะเป็นสถานที่ที่ผู้อาศัยในที77 และชุมชนใกล้เคียงสามารถใช้เวลาได้ตั้งแต่เช้าจดเย็นเพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกเหมาะกับแต่ละช่วงเวลา และไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้บริการอย่างครบครัน ตลอดจนยังเป็นศูนย์กลางด้านไลฟ์สไตล์ของครอบครัวแสนสิริในที 77 เพื่อให้เกิดเป็นอีกชุมชนเล็กๆที่อบอุ่นและแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติท่ามกลางความวุ่นวายของเมืองใหญ่”

สำหรับด้านรายได้จากค่าเช่าพื้นที่ในฮาบิโตะ จะคิดอัตรา 750-1,500 บาทต่อ ตร.ม. หรือประมาณ 40 ล้านบาทต่อปีเมื่อเทียบกับรายได้รวมของบริษัทแล้วถือว่าน้อยกว่า 0.15% แต่สิ่งที่บริษัทจะได้กลับมามีมูลค่ามากกว่านั้น คือการส่งมอบไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่ดีแก่ครอบครัวแสนสิริด้วยการเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกให้ผู้อยู่อาศัยในโครงการของแสนสิริทำเลสุขุมวิท 77 ตลอดจนเป็นการเพิ่มความน่าสนใจในการซื้อและลงทุนในโครงการของแสนสิริ อันจะนำไปสู่การเพิ่มมูลค่าของที่ดินในโซนนั้นในอนาคต

นายอภิชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปัจจุบันกรุงเทพฯ เริ่มจะมีลักษณะคล้ายเมือง ใหญ่ทั่วโลก คือจะแบ่งเป็นโซนที่อยู่อาศัยย่อยๆ ในเมืองใหญ่อีกที เช่น โซนสีลม โซนรามคำแหง โซนลาดพร้าว โซนปิ่นเกล้า และโซนอ่อนนุช เป็นต้น ความเจริญไม่จำเป็นต้องอยู่ที่เพลินจิตหรือปทุมวันเหมือนในอดีต แต่จะกระจายตัวออกไปบริเวณชุมชนรอบกรุงเทพฯ หรือเกาะตามแนวสถานีรถไฟฟ้ามากขึ้น ดังนั้นการเลือกย่านที่อยู่อาศัย ที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งที่สำคัญทั้งในด้านการใช้ชีวิตและในด้านการลงทุน

ทั้งนี้ บริษัทเล็งเห็นว่าทำเลอ่อนนุช หรือสุขุมวิท 77 เป็นทำเลศักยภาพที่มีแนวโน้มเติบโตสูง เนื่องจากเดินทางสะดวกด้วยถนนสุขุมวิท รถไฟฟ้า และทางด่วน รวมทั้งตั้งอยู่ในทำเลที่พักอาศัยที่แวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก เดินทางเข้าเมืองสู่ย่านธุรกิจได้ง่าย ทำให้ทำเลนี้ได้รับความสนใจจากคนรุ่นใหม่เป็นอย่างมาก

โดยสังเกตได้จากยอดขายของโครงการของบริษัทในโซนนี้ที่มีมูลค่าแตะ 6,800 ล้านบาทแล้วจากการขาย 5 โครงการ อาทิ บลอคส์ สุขุมวิท 77, เดอะ เบส สุขุมวิท 77 และการ์เด้น สแควร์ สุขุมวิท 77 นอกจากนั้น บริษัทยังวางแผนที่จะเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมโลว์ไลฟ์ (Low-rise) 7 ชั้น ภายใต้ชื่อ “hasu HAUS” อย่างเป็นทางการในช่วงกลางเดือน ต.ค.นี้ ซึ่งเมื่อรวมทุกโครงการของแสนสิริแล้ว จะทำให้ทำเลนี้มีมูลค่าที่อยู่อาศัยถึง 8,700 ล้านบาทและจะทำให้มีผู้อยู่อาศัยถึง 5,000 ครอบครัว

ก็ต้องจับตามองกันว่า “คอมมูนิตี้ รีเทล” ฮาบิโตะแห่งนี้จะมาสร้างสีสัน และเติมเต็มความครบครันให้การดำเนินชีวิตใจกลางกรุงอย่างย่านสุขุมวิทได้อย่างลงตัวมากน้อยแค่ไหน ช่วงปลายปีนี้รู้กัน!!!

วานิชหนุ่ม
wanich@thairath.co.th

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้