วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
PORSCHE เปิดตัว BOXSTER SPYDER 2015

PORSCHE เปิดตัว BOXSTER SPYDER 2015

  • Share:

สตุ๊ดการ์ท - ปอร์เช่ เปิดตัวบ็อกซเตอร์ สไปเดอร์ (Boxster Spyder) อย่างเป็นทางการ ถือเป็นการเฉลิมฉลองการเริ่มต้นของรถเปิดประทุนในปี 2015 ภายใต้แบรนด์สัญลักษณ์ Porsche ในงานมหกรรมยานยนต์ New York International Auto Show โดยรถเปิดประทุน 2 ที่นั่งรุ่นใหม่ล่าสุดยังคงเอกลักษณ์ที่ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนกับใคร จุดที่แตกต่างจากรถเปิดประทุนสองที่นั่งขนาดเล็กยี่ห้ออื่น เช่น การใช้หลังคาผ้าใบที่เปิดปิดด้วยมือและวางระบบส่งกำลังซึ่งใช้เกียร์ธรรมดาเข้ามาแทนที่เกียร์ออโต เพื่อสร้างอารมณ์ของการขับโร้ดสเตอร์ ตัวถังแบนและกว้าง โอเวอร์แฮงค์หน้าสั้น หลังคาผ้าใบยังแสดงออกถึงเอกลักษณ์ในความเป็นโร้ดสเตอร์ (Roadster) อย่างแท้จริง ผู้บริหารของปอร์เช่แจ้งว่า บ็อกซเตอร์สไปเดอร์ (Boxster Spyder) สามารถส่งผ่านประสบการณ์การขับขี่แบบรถสปอร์ตพร้อมด้วยสมรรถนะและประสิทธิภาพของรถที่ทันสมัยให้ผู้ขับขี่ได้อย่างเต็มที่

ระบบช่วงล่างแบบสปอร์ตถูกปรับให้แข็งขึ้นอีกเล็กน้อยจากการปรับค่า K ของสปริงใหม่ โดยเพิ่มความแข็งแกร่งและลดระดับความสูงลงมาอีก 20 มิลลิเมตร ระบบเบรกนำมาจากรุ่น 911 คาร์เรร่า (911 Carrera) ให้ความแม่นยำตอบสนองต่อการกดเบรกมากยิ่งขึ้น ขุมกำลัง วางเครื่องยนต์ขนาด 3.8 ลิตร 6 สูบ กำลังสูงสุด 375 แรงม้า (276 กิโลวัตต์) ซึ่งผู้ขับขี่และผู้โดยสารจะได้รับประสบการณ์ความเป็นรถสปอร์ตอย่างแท้จริง รวมถึงความคล่องตัวในการขับขี่ของบ็อกซเตอร์ (Boxster) น้ำหนักที่เบาทำให้ประสิทธิภาพด้านอัตราเร่งพุ่งสูง เป็นงานวิศวกรรมยานยนต์ที่ยอดเยี่ยมกระเทียมดองของเยอรมนี อัตราเร่งของ บ็อกซเตอร์ สไปเดอร์ (Boxster Spyder) จาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ในเวลาเพียง 4.5 วินาที ความเร็วสูงสุดทะลุ 290 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงตามวงจรการขับขี่แบบ NEDC ต่ำเพียง 9.9 ลิตร/100 กิโลเมตร (10.10 กิโลเมตร/ลิตร)


การออกแบบที่งดงามโดดเด่นของ บ็อกซเตอร์ สไปเดอร์ (Boxster Spyder) ได้รับแรงบันดาลใจมาจากตำนานของรถสปอร์ตและรถแข่งในโรงงานของปอร์เช่ เช่น รุ่น718 สไปเดอร์ (718 Spyder) ในช่วงทศวรรษ 1960 โดยนำรูปแบบมาใช้ในการสรรสร้างชิ้นส่วนฝากระโปรงทางด้านหลังและพนักพิงศีรษะแบบ 2 ชิ้น ส่วนการทำงานของหลังคาสามารถเปิดปิดบางส่วนด้วยมือ การใช้ชิ้นส่วนด้านบนที่มีน้ำหนักเบาทำให้เหมาะสมกับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน เป็นการระลึกถึงโร้ดสเตอร์ (Roadster) ในวันวานที่เคยสร้างประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ในวงการมอเตอร์สปอร์ต การออกแบบครีบตัวรถที่ยาวถึงด้านหลังได้กลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของบ็อกซเตอร์ สไปเดอร์ (Boxter Spyder) ไปแล้ว ส่วนทางด้านหน้าและด้านหลังรถได้นำการออกแบบของเคย์แมน GT4 (Cayman GT4) มาเสริมความโดดเด่นให้มากขึ้น

ภายในห้องโดยสารของ บ็อกซเตอร์ สไปเดอร์ (Boxster Spyder) มีดีไซน์ที่เชื่อมโยงความรู้สึกและสัมผัสของการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ คนขับจะสัมผัสถึงความสุนทรีย์ในการขับขี่มากขึ้นจากความเรียบง่ายและทันสมัย ซึ่งมากกว่ารุ่นบ็อกซเตอร์ (Boxster) อื่นๆ ผู้ขับขี่และผู้โดยสารจะนั่งอยู่บนเบาะ Bucket seats ที่มีน้ำหนักเบาและมาพร้อมกับเบาะหนุนด้านข้างขนาดใหญ่เพื่อเพิ่มความสบาย พวงมาลัยแรคแอนด์พีเนียนไฟฟ้าแบบใหม่ รอบวงออกแบบให้จับได้กระชับมากยิ่งขึ้นจากหนังและฟองน้ำที่ใช้ห่อหุ้ม พวงมาลัยมีขนาดรอบวงหรือขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 360 มิลลิเมตร ช่วยให้โร้ดสเตอร์ (Roadster) เครื่องยนต์วางกลางคันนี้สามารถขับขี่ได้แม่นยำและมั่นคงมากยิ่งขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับการออกแบบที่พิถีพิถัน จึงทำให้วิทยุและระบบเครื่องปรับอากาศไม่ได้รับการติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานเพื่อเป็นการลดน้ำหนักของรถ

อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 ระบบสามารถสั่งติดตั้งเป็นอุปกรณ์เสริมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายและหากต้องการติดตั้งระบบเครื่องเสียงหรือระบบให้ความบันเทิงอื่นๆ ให้กับบ็อกซเตอร์ (Boxster) เจ้าของรถสามารถเลือกติดตั้งได้แบบออปชั่นเสริม โดยมีค่าใช้จ่าย เช่น ระบบ Porsche Communication Management (PCM) เป็นต้น บ็อกซเตอร์สไปเดอร์ (Boxster Spyder): อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงในเมือง 14.2 ลิตร/100 กิโลเมตร; (7.04 กิโลเมตร/ลิตร) นอกเมือง 7.5 ลิตร/100 กิโลเมตร ; (13.33 กิโลเมตร/ลิตร) แบบเฉลี่ย 9.9 ลิตร/100 กิโลเมตร ; (10.10 กิโลเมตร/ลิตร) อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) 230 กรัม/กิโลเมตร


อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้