วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ยื่นอุทธรณ์คำสั่งตั้งกก.สอบไม่เป็นธรรม-ด้านรก.อธิการม.วลัยลักษณ์นัดชี้แจง

ยื่นอุทธรณ์คำสั่งตั้งกก.สอบไม่เป็นธรรม-ด้านรก.อธิการม.วลัยลักษณ์นัดชี้แจง

  • Share:

กรณี นายอาคม จิตร์พาณิชย์ นิติกรประจำ ม.วลัยลักษณ์ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช และนายอุทัย แกล้วกล้า ได้เข้าแจ้งความต่อตำรวจ สภ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช และยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้บริหารของ ม.วลัยลักษณ์ กระทำผิด ก.ม.ตามมาตรา 157 ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ปกปิดข้อมูลอันเป็นเท็จ ทำให้ได้รับความเสียหาย และหมิ่นประมาท จากการที่ รก.อธิการบดี ม.วลัยลักษณ์ ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงนายอาคม จิตร์พาณิชย์, นายอุทัย แกล้วกล้า และพนักงานของ ม.วลัยลักษณ์ รวม 17 คน ระบุสาเหตุว่าไม่ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการเป็นการเอื้ออำนวยประโยชน์ให้กับผู้รับจ้างตามสัญญาก่อสร้างศูนย์การแพทย์ ม.วลัยลักษณ์ ก่อให้เกิดความเสียหาย โดยคำสั่งดังกล่าวทั้ง 17 คนเห็นว่าไม่เป็นธรรม ทางด้าน พงส.สภ.ท่าศาลาได้มีหมายเรียกนักวิชาการพิเศษของ สตง.มาให้ข้อมูลเพิ่มเติมและเปิดเผยว่า คำสั่งยกเลิกการจ้างก่อสร้างศูนย์การแพทย์ ม.วลัยลักษณ์ เมื่อ 21 ต.ค.2557 ของผู้บริหารไม่สุจริต ทำให้รัฐต้องเสียหายวันละ 2 ล้านบาทเศษ ตามข่าวที่เสนอมาอย่างต่อเนื่องนั้น

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อ 30 เม.ย. นายอุทัย แกล้วกล้า จนท.บริหารงานทั่วไป โครงการชุมชนสาธิต ม.วลัยลักษณ์ และนายอาคม จิตร์พาณิชย์ นิติกร ประจำ ม.วลัยลักษณ์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ได้เป็นตัวแทนเจ้าหน้าที่ของ ม.วลัยลักษณ์ทั้ง 17 คนที่ถูกตั้งคณะ กก.สอบสวนวินัยร้ายแรง ยื่นหนังสือร้องอุทธรณ์ถึงคณะกรรมการอุทธรณ์ร้องทุกข์ประจำ ม.วลัยลักษณ์ เพื่อขอให้ยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หนังสืออุทธรณ์ระบุสาเหตุความไม่ชอบมาพากลในหลายเรื่องถึงที่มาของคำสั่งแต่งตั้งคณะ กก.สอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง เจ้าหน้าที่ ม.วลัยลักษณ์ จำนวน 17 คน ตามคำสั่งที่ 181/2558 ลงวันที่ 20 มี.ค.2558 โดยระบุประเด็นที่ต้องยื่นร้องทุกข์ต่อคณะกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์ประจำมหาวิทยาลัย เพื่อวินิจฉัยพฤติการณ์การใช้อำนาจของสภามหาวิทยาลัยและคณะกรรมการทุกชุด สืบเนื่องจากมติสภามหาวิทยาลัยที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงมีผลต่อผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งจากสภามหาวิทยาลัยมีมติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายด้วย ทำให้เกิดความไม่ถูกต้องในหลายๆเรื่อง

นอกจากนี้ ยังระบุว่าสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ไม่ยอมรับข้อทักท้วงแนะนำของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน และไม่รับฟังคำให้การปรึกษาของสำนักงานอัยการสูงสุด ที่มหาวิทยาลัยหารือไปเกี่ยวกับเรื่องนี้ และเมื่อสำนักงานอัยการสูงสุดตอบข้อหารือมาแล้ว จากข้อหารือสามารถที่จะแก้ไขเยียวยาให้สัญญาเดินต่อไปได้เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อรัฐและผลประโยชน์ของสาธารณะ แต่สภามหาวิทยาลัยกลับไม่สนใจหรือนำมาศึกษาประกอบการพิจารณา ก่อนจะมีมติบอกเลิกสัญญาของผู้บริหารในขณะนั้น

นายอุทัยกล่าวอีกว่า คำร้องอุทธรณ์ทั้ง 17 คน ระบุอีกว่า จากพฤติการณ์ดังกล่าวจึงถือว่าสภามหาวิทยาลัยปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่ เมื่อสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆ หรือแต่งตั้ง รก. อธิการบดี และ รก.อธิบการบดี แต่งตั้ง รก.รองอธิการ หรือ ผช.อธิการ รวมทั้งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงพวกตนทั้ง 17 คน จึงเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือไม่มีอำนาจที่จะกระทำ หากสภามหาวิทยาลัยหรือผู้บริหารยังฝ่าฝืนกฎหมายต่อไป พวกตนในฐานะผู้ร้องมีความจำเป็นที่ต้องแจ้งความดำเนินคดีหรือร้องเรียนส่งเรื่องไปยัง ป.ป.ช.และฟ้องร้องศาลปากครองและศาลอาญาตามกฎหมายต่อไปทั้ง 17 คน จึงเรียนคณะกรรมการอุทธรณ์ร้องทุกข์ประจำมหาวิทยาลัย ได้โปรดพิจารณาและมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งใดๆที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนวินัยร้ายแรงต่อผู้ร้องทุกข์ทั้งหมด รวมทั้งคำสั่งมหาวิทยาลัยที่ 181/2558 ลงวันที่ 20 มี.ค.2558 ต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการอุทธรณ์ร้องทุกข์ประจำมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้รับหนังสือร้องทุกข์ดังกล่าวจาก จนท.ทั้ง 17 คนแล้ว และได้นัดหมายประชุมคณะกรรมการในวันที่ 7 พ.ค. เพื่อประชุมหารือและสรุปว่าคณะกรรมการจะรับหรือไม่รับหนังสืออุทธรณ์ร้องทุกข์ของผู้ร้องทั้ง 17 คนหรือไม่ต่อไป ในขณะที่เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยแจ้งว่า รก.อธิการบดี กำลังรวบรวมเอกสารเพื่อนัดชี้แจงข้อเท็จจริงกับผู้สื่อข่าว ซึ่งข่าวคืบหน้าจะนำมาเสนอต่อไป.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้