วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เครปชาติหน้าป้าหลี จองเช้าขาย 2 ทุ่ม-ตี 2

เครปชาติหน้าป้าหลี จองเช้าขาย 2 ทุ่ม-ตี 2

  • Share:

ร้านเครปป้าเฉื่อย หรืออีกชื่อ ประชดว่า เครปชาติหน้า เป็นของป้าพรพิมล จีรรัตนบรรพต หรือป้าหลี อายุ 70 ปี อยู่ที่ซอยโชคชัย 4 แยก 34 เขตลาดพร้าว แม้เป็นร้านเล็กๆ แต่ชื่อเสียงไม่ได้เล็กตามร้าน

เครปของป้าโด่งดังอยู่ในลำดับต้นๆของ 10 ร้านเครปขนมหวานแสนอร่อยในกรุงเทพฯ แค่พิมพ์ชื่อคำว่าเครปชาติหน้า ร้านป้าก็ปรากฏขึ้นมาให้ได้อ่าน

เมื่อเกือบ 20 ปีก่อน ป้าทำอาชีพเย็บผ้า เปิดบ้านหลังนี้เป็นห้องเสื้อ แต่พอคลอดลูก ไม่มีคนช่วยเลี้ยง ป้าก็ต้องเลิกเย็บผ้า พอลูกๆเริ่มโต วันหนึ่งไปเล่นแบดที่นเรศคอร์ท ต่อรถตรงอนุสาวรีย์ชัยฯ ลูกชี้บอกแม่ นี่ๆร้านเครป

“เราก็ไม่รู้จักว่าเครปหน้าตาเป็นยังไง” ป้าหลีว่า “เห็นแต่เตาที่โชว์ แล้วก็มีขวดที่ใส่ไส้ต่างๆวางอยู่”

ลูกๆบอกให้แม่ขายเครปหน้าบ้าน แต่ไม่ได้สนใจ เพราะคิดว่าคงขายไม่ได้ ตอนนั้นก๋วยเตี๋ยวชามละ 20 บาท เราเป็นคนบ้านนอกคิดว่า ถ้ากินเครป 20 บาท เรากินก๋วยเตี๋ยวอิ่มกว่า ป้าหลีทิ้งความคิดที่จะเปิดร้านเครปไปเลย

ต่อมาไม่นาน เยื้องๆฝั่งตรงข้ามบ้าน มีเซเว่นฯ แล้วมีคนมาเช่าหน้าร้านเปิดขายเครป ป้าหลีมองไปก็เห็นว่าเขาขายได้ มีคนมาซื้ออยู่เรื่อยๆ ไปถามคนขาย เขาบอกว่าขายดีไม่มีวันขาดทุน ถ้าสนใจรับสอน แต่ศรัทธาป้าหลียังไม่ถึงขนาด

แรกๆก็ไปตีสนิทกับเด็กร้านเครป อยากได้สูตรช่วยจดให้ แต่เด็กไม่ได้จดให้

ก็คอยมองดูว่าเขาทำยังไง ขายยังไง บางทีนั่งตรงหน้าต่างชั้น 2 มองไปที่ร้าน บางคืนดูเป็นชั่วโมงๆ

สุดท้าย ตัดสินใจคุยกับเจ้าของร้านว่าจะขอเรียน เขาสอนให้ราคาหลักพัน แต่สอนแป๊บเดียว แค่เอาแป้งมาให้โถหนึ่ง หมุนให้ดูเสร็จจบ แล้วก็สอนผสมแป้ง ว่าใส่นี่ๆ ป้าหลีลองหมุน จนแป้งหมดโถแล้วก็ยังหมุนไม่เป็น

ครูบอกว่า อันนี้แล้วแต่พรสวรรค์ของแต่ละคน ไม่ให้กำลังใจกันเลย

แต่ทำยังไง จ่ายเงินไปแล้วตั้งหลายพันบาท กัดฟันกลับมาฝึกต่อที่บ้าน ซื้อเตามาราคาหมื่นบาท ฝึกหมุนแป้งบนเตา ลงทุนถึงขนาดกราบเตา กราบไม้ที่ใช้หมุน ว่าขอให้ทำให้ได้เถอะ...อีกเดือนเต็ม

“เครียดมาก” ป้าหลีสารภาพ “เสียดายทั้งค่าเรียน ค่าเตา ตื่นมาก็เอาไม้มาหมุนวนที่เตา พอตกเย็นๆก็ผสมแป้งเอามาหมุนวน ทุกคืนๆ ต้องหิ้วแป้ง 2 ถุงไปทิ้งขยะ”

ป้าฝึกหนักขนาดนั้น ก็ยังฝึกวนไม่สำเร็จ ตัดสินใจไปเรียนอีกรอบกับครูคนใหม่

เขาก็สอนวนให้ดูเหมือนครูคนก่อน ก็ต้องกลับมาวนเอง หัดวนเป็นเดือน...ยังไม่กล้าออกไปขาย

กล้าๆกลัวๆ รีๆรอๆอยู่จนถึงวันที่ตัดสินใจออกมาขาย เตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างไว้พร้อม คิดปลอบใจเผื่อไว้ว่า ขายได้ก็ขาย ไหนๆร้านของเราเอง ค่าเช่าร้านไม่เสีย พอเริ่มขาย ลูกค้าหน้าใหม่ ก็พอทำได้

แต่พอเห็นเป็นลูกค้าร้านฝั่งตรงข้ามมาซื้อ ใจอยากทำให้ดีกว่า มือก็เกร็งวนไม่เป็นเอาเลย

ประเมินผลการขายเครปวันแรก “วันนั้นขายได้ 11 ชิ้น เพื่อนๆมาช่วยซื้อ” อีกสองสามวันต่อมา ลูกค้าตัวจริง ขายได้วันละ 6-7 ชิ้น ถือว่าขาดทุน ป้าหลีตั้งใจจะยอมขาดทุน 3 เดือน

แต่พอพ้น 3 เดือน ก็ขายดีขึ้นเรื่อยๆ มีอยู่วันขายได้ 60 ชิ้น...ดีใจมาก

ตอนเปิดร้านใหม่ๆ ป้าหลีไม่ไปไหนเลย กลัวว่าถ้าหยุดลูกค้าจะหาย ลูกค้าไปแล้วจะไม่กลับมาอีก

จุดเปลี่ยน...ที่ทำให้รู้ว่าป้าหลีมีดี

“วันนั้นร้านฝั่งตรงข้ามหยุด เด็กที่ซื้อเครปทุกวันข้ามมาซื้อป้าตั้งแต่วันนั้นก็ไม่ไปซื้อร้านอื่นอีก”

จากนั้น ก็มีลูกค้าบอกว่า แป้งป้าอร่อย กินเข้าไปเหมือนกินขนมหูช้างของอร่อยสมัยก่อน ป้าหลีเองเริ่มอยากรู้ว่าอร่อยจริงไหม คืนหนึ่งแป้งเหลืออยู่ติดก้นกระป๋องลองทำชิมดู เออ! หอมๆ อร่อยจริง

ความอร่อยของแป้งเครปมีที่มา

ป้าหลีบอกว่า ไปถามญาติที่ทำเบเกอรี่ ถ้าเอาแป้งกรอบต้องผสมอะไร แล้วแป้งนุ่มผสมอะไร แต่เคล็ดลับตรงนี้ป้าบอกใครไม่ได้ ตอนนี้ป้าเปิดแฟรนไชส์ในการขายแป้ง กิโลฯละ 150 บาท ลูกค้าสั่งไปขายถึงปราจีนบุรี

“ถ้ามีใครสนใจอยากเรียนทำเครป ป้าก็สอนนะ” ป้าหลีบอก “คิดราคา 2 หมื่นเป็นเงินกินเปล่า ถ้าไม่มี 2 หมื่น ป้าก็ไม่ขายแป้งให้ เราดูแลต่อให้อีก 2 ปี”

ความดังของเครปป้าหลี ถึงขนาดคอลัมน์อาหารไทยรัฐเคยลง เมื่อกรกฎาคม ปี 2548 พอไทยรัฐลง คนก็ยิ่งมาซื้อกันเยอะมาก จนต้องเพิ่มเตาที่ 3

ตอนที่เขามาถ่ายป้าบอก “ไม่เอาๆ” วันที่เขามาไม่ได้กินฟรี ซื้อกินแล้ว จานใส่เครปถ่ายรูปยังต้องไปยืมร้านก๋วยเตี๋ยวฝั่งตรงข้าม

เรื่องของป้าหลียังมีลงในพันทิป ป้าเฉื่อยช้ากว่าจะทำเสร็จแต่ละชิ้น จนถูกเรียกเครปชาติหน้า

“ไม่เคยรู้” ป้าหลีว่า “แต่ขอแก้ข่าว ที่ช้าเพราะลูกค้าบางคนต้องการแป้งกรอบ แป้งกรอบใช้เวลาทำ 8 นาที ถ้ามาช่วงที่สั่งแป้งกรอบทุกคน ก็ลองคูณจำนวนชิ้นกับเวลาดู”

ยังมีเรื่องเวลาที่ป้าเดินเข้าออกหยิบแฮมที ไส้กรอกที ทำไมป้าไม่หั่นไว้เยอะๆ

ป้าหลีบอกว่า ช่วงเวลารอแป้งกรอบ อย่างแฮม ไส้กรอก ถ้าเราหั่นไปสักพักจะแดงไม่น่ากิน ถ้าเราหยิบออกมาหั่นใส่ลงไปจะน่ากิน “ถ้าไม่มีเวลา ใครจะปล่อยให้แป้งไหม้ ใครจะไม่เอาตังค์” ป้าหลีว่า

ขายเครปเป็นอาชีพที่รู้สึกดี คือไม่ต้องเตรียมของเยอะ ใครชวนให้ป้าไปออกร้าน...ป้าไม่เอา

“เราขายที่นี่ ที่บ้าน ทำไปเรื่อยๆ ขายไปเรื่อยๆ ไม่ได้เตรียมของ ก็แค่ออกมาหั่นของไม่กี่ชิ้น พอหมดก็เข้ามาหั่นใหม่” ป้าหลีบอก

บางคืนขายจนดึกดื่น ง่วงไหม ป้าว่า ง่วงก็หลับ ลูกค้าก็นึกว่าเรารอแป้ง แต่จริงๆเราหลับเลยแหละ

ที่บอกว่าดึก เพราะเครปร้านป้าหลีขึ้นชื่อ เปิดขายดึกเลิกเกือบสว่าง ตอนนี้เปิด 2 ทุ่ม เลิกไม่แน่นอนบางทีเกือบตี 5 รอใส่บาตรพระได้เลย

เรื่องการจองคิว ร้านป้าหลีมีกติกา เขียนใบจองได้ตั้งแต่ 6 โมงเช้า จน 6 โมงเย็น...แล้วมีโกงกันบ้างไหม

“มี...” ป้าหลีว่า “บางคนโกงเวลาน่าเกลียด ป้าก็รู้ เพราะป้าเดินเก็บกระดาษวันละหลายรอบ แล้วป้าก็รู้ด้วยว่าคนไหนโกง ตอนหลังเขาเปลี่ยนชื่อไปเรื่อยๆ”

แต่ก่อนป้าเคยจำกัดคิวให้ 6 ชิ้น ลูกค้าก็ทะเลาะกัน เพราะเขาอยากซื้อหลายชิ้น

เขามาจองก็ลงหลายๆชื่อ ตอนนี้เลยไม่จำกัดแล้ว แต่ที่จะกันได้ก็แค่คนฝากซื้อ ถ้าใครรับฝากจะให้ไปใช้คิวคนฝาก การรอคิวเพื่อให้ได้กิน ป้าบอกบางทีก็พูดยาก อยู่ที่จังหวะดีๆ ถ้าคิวที่จองยังไม่มา ถ้ามีคนนั่งรอเราก็รีบให้เขาเลย

กติกาที่ลูกค้ารู้กัน ก่อนเที่ยงคืนก็สั่งไปเถอะ แต่หลังเที่ยงคืนห้ามสั่งเกินคนละ 3 ชิ้น

ข่าวที่ป้าหลีบอกล่วงหน้า ให้ลูกค้าเครปชาติหน้าทำใจ...

“ลูกป้าเรียนจบหมอเมื่อไหร่ ป้าจะหยุดสักพัก”

แต่ก็แค่หยุดเป็นเวลา ป้าหลีอยากซ่อมบ้าน ทำเสร็จแล้วจะเปิดร้านเครปใหม่ เป็นอันว่าแม้ชื่อจะเรียกว่าเครปชาติหน้า แต่เครปป้าหลี ก็จะยังมีขายต่อไป และต่อไปอีกนาน.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้