วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เศรษฐกิจ มี.ค.ร่วงต่ำกว่าคาด ธปท.อึ้งดัชนีสำคัญติดลบรายได้สะดุด

เศรษฐกิจ มี.ค.ร่วงต่ำกว่าคาด ธปท.อึ้งดัชนีสำคัญติดลบรายได้สะดุด

  • Share:

เศรษฐกิจ มี.ค.รูดต่ำกว่าคาด ดัชนีสำคัญติดลบทุกตัว ไล่ตั้งแต่การใช้จ่าย การลงทุน การส่งออก การนำเข้า การผลิต เงินเฟ้อ ขณะที่รายได้คนไทยทั้งในและนอกภาคเกษตรเริ่มสะดุด มีเพียงภาครัฐและการท่องเที่ยวที่เป็นพระเอกร่วมพยุงเศรษฐกิจ ขณะที่ลดดอกเบี้ยทำได้แต่ประคองชั่วคราว

นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการสำนักเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงเศรษฐกิจไทยในเดือน มี.ค.ว่า ตัวเลขจริงที่ออกมาต่ำกว่าที่ ธปท.ประมาณการไว้ โดยเครื่องชี้เศรษฐกิจแทบทุกตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้า แสดงความเปราะบางของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของไทย และเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 1 ยังคงอ่อนแอ โดยตัวเลขการขยายตัวในเดือนนี้กลับมาติดลบ ทั้งการใช้จ่ายภาคเอกชน การลงทุนภาคเอกชน ภาคการผลิต การส่งออก การนำเข้า อัตราเงินเฟ้อ ขณะที่อัตราการว่างงานเริ่มสูงขึ้นเล็กน้อย โดยพระเอก 2 คนของเศรษฐกิจไทย ยังเป็นการท่องเที่ยว และการใช้จ่ายภาครัฐ

ทั้งนี้ การส่งออกในไตรมาสแรกของไทย ขยายตัวติดลบ 4.3% เท่ากับการขยายตัวในเดือน มี.ค.โดยมีมูลค่าการส่งออก 18,800 ล้านเหรียญฯ และหากพิจารณาการส่งออกในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ พบว่า ในส่วนของมูลค่าอาจจะดีกว่าไตรมาสที่ 1 เล็กน้อย แต่โดยรวมยังหวังให้กลับมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยไม่ได้ ขณะที่การนำเข้ายังไม่ดีเช่นกัน ในเดือน มี.ค.ติดลบ 6.2% ขณะที่ไตรมาส 1 ติดลบ 7.2% ตามการลดลงของการนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบ แสดงให้เห็นถึงการผลิตที่มีแนวโน้มลดลง และการลงทุนภาคเอกชนยังชะลอต่อเนื่อง

ส่วนการผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือน มี.ค.กลับมาหดตัว 1.8% เทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อน และหดตัว 5.6% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า หลังจากที่ขยายตัวดีขึ้นในช่วงก่อน ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนในเดือน มี.ค.หดตัว 0.5% ทั้งจากระยะเดียวกันของปีก่อน และเทียบกับเดือนก่อนหน้า ส่งผลให้ไตรมาสที่ 1 ของปีนี้การลงทุนภาคเอกชนติดลบ 0.9% เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยเหตุผลที่ภาคเอกชนยังไม่ลงทุนมาจากยังมีกำลังการผลิตส่วนเกิน หลังจากที่การส่งออกและการใช้จ่ายในประเทศชะลอตัว ขณะที่การลงทุนภาครัฐยังอยู่ในระยะเริ่มต้น

ทั้งนี้ ในเดือน มี.ค.เป็นเดือนแรกที่รัฐบาลมีการใช้จ่ายในภาคลงทุนที่ชัดเจนขึ้น โดยการใช้จ่ายโดยรวมของรัฐบาลทั้งการใช้จ่ายประจำและลงทุนทำได้มากถึง 13% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี ส่งผลให้ไตรมาสแรกของปีนี้ หรือไตรมาสที่ 2 ของปีงบประมาณมีการเบิกจ่ายไปแล้ว 31% ของงบประมาณ และภาครัฐยังระบุด้วยว่าในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ หรือไตรมาสที่ 3 ของปีงบประมาณจะเบิกจ่ายได้อีก 33% ของงบประมาณ ซึ่งสามารถทำได้ต่อเนื่องจริงๆ การใช้จ่ายภาครัฐจะเป็น “พระเอก” ของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ ควบคู่กับการท่องเที่ยวที่มีการขยายตัวต่อเนื่อง โดยในเดือน มี.ค.ขยายตัว 25.5% และ 18 วันแรกของเดือน เม.ย.ขยายตัวเพิ่มขึ้น 21.6%

สำหรับภาคการใช้จ่ายเอกชนที่หดตัวต่อเนื่องถือเป็นอีกภาคที่น่าเป็นห่วง โดยเดือน มี.ค.ติดลบ 1.9% เทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน และติดลบ 0.1% เทียบกับเดือนก่อนหน้า โดยนอกเหนือจากหนี้สินที่อยู่ในระดับสูงแล้ว เราเริ่มเห็นปัญหาในด้านรายได้ที่ลดลงทั้งในภาคการเกษตร ซึ่งได้รับผลจากราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ และผลผลิตการเกษตรที่ลดลง ส่งผลให้รายได้เกษตรกรในเดือน มี.ค.ลดลงจากระยะเดียวกันของปีก่อน 19% ขณะเดียวกัน รายได้แรงงานนอกภาคการเกษตรก็เริ่มปรับลดลงเช่นกัน โดยเฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่ต้องการแรงงานน้อยลงจากการชะลอโครงการ เช่นเดียวกับจำนวนผู้มีงานทำในภาคการผลิตเพื่อการส่งออกที่ลดลงต่อเนื่องตั้งแต่เดือน ม.ค.ที่ผ่านมาส่งผลให้การว่างงานในเดือน มี.ค.เพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 0.9% รายได้ที่ลดลง และหนี้สินที่อยู่ในระดับสูงทำให้ครัวเรือนยังคงระมัดระวังการใช้จ่ายต่อเนื่อง ขณะที่สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์กลับมาขยายตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 5%

“ภาวะในขณะนี้ ธปท.มองว่าเป็นการฟื้นตัวที่ช้ากว่าคาด แต่ภาพรวมทั้งปีจะยังขยายตัวเป็นบวก ไม่เข้าสู่ภาวะเงินฝืด เพราะยังไม่เข้านิยามเงินฝืดทุกข้อ โดยในส่วนของราคาสินค้าที่เริ่มลดลงในบางสินค้า และเงินเฟ้อที่ติดลบต่อเนื่อง อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของนิยามเงินฝืด แต่หากมองการคาดการณ์เงินเฟ้อของภาคธุรกิจที่ยังใกล้เคียงกับเป้าหมายเงินเฟ้อของ ธปท.และเศรษฐกิจไตรมาสต่อไตรมาสยังไม่ได้ติดลบต่อเนื่อง และหากรัฐบาลเร่งลงทุนได้ตามที่พูดไว้ในเดือน เม.ย.และไตรมาสที่ 2 เชื่อว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยจะยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง แม้จะช้าๆ แต่ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของภาคเอกชนให้ลงทุนได้ในอนาคต ส่วนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ ธปท.ติดต่อกัน 2 ครั้งลดลง 0.5% นั้น ธปท.คาดหวังว่าจะช่วยประคองให้เศรษฐกิจไทยไม่รูดลงไปจากนี้ แต่คงไม่ใช่ตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ”

ด้านนายสมศักดิ์ จันทรรวงทอง รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) เดือน มี.ค. ติดลบ 1.8% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากอุตสาหกรรมส่งออกหลักๆ เช่น ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ โทรทัศน์ เครื่องใช้ไฟฟ้าปรับลดลง เพราะปัญหาเศรษฐกิจโลก ส่วนการนำเข้าสินค้าทุน ติดลบ 9.1% และการนำเข้าสินค้าวัตถุดิบไม่รวมทองคำ ติดลบ 1% ส่วนดัชนีเอ็มอีไอของไตรมาสแรกของปีนี้ (ม.ค.-มี.ค.) อยู่ที่ระดับ 0.1% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนติดลบ 7% ถือว่าอยู่ในระดับดี เนื่องจากสินค้าสำคัญที่ขยายตัวดี คือ เครื่องนุ่งห่ม โดยเฉพาะเสื้อผ้าสำเร็จรูป ขยายตัว 2.73% เพราะรัฐบาลขอความร่วมมือให้ใส่เสื้อสีม่วง รวมทั้งผ้าไทย และการส่งออกรถยนต์ขยายตัวดีมาก ส่วนดัชนีเอ็มพีไอตลอดทั้งปีนี้คาดว่าอยู่ที่ 3-4% ขณะที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ภาคอุตสาหกรรม (จีดีพีอุตสาหกรรม) ที่ 2-3%.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้